christ

คราวนี้เป็นตาของแมกซิมิเลียน พี่ชายของตระกูลเดเวอโร เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเรื่องที่สอง ยินดีรับฟังคำติชมเช่นเคยค่ะ

Tuesday, January 04, 2005

christ4 (end)

By SF

สายฝนโปรยปรายลงมาบางๆ จนท้องฟ้ามองดูเป็นสีเทา ยิ่งทำให้บรรยากาศเช้าวันนี้เงียบเหงาและหดหู่มากขึ้น แมกซ์ยืนมองคริสเตียนอยู่ห่างๆ ร่างนั้นอยู่ในสูทสีดำที่ส่งให้ยิ่งดูเพรียวบางลงไปอีก ใบหน้างดงามซีดเผือด ริมฝีปากได้รูปหุบสนิท ท่าทางเฉยชาราวกับหุ่นขณะที่ยืนตากฝนมองดูป้ายหลุมศพนิ่งอยู่ คนที่มาร่วมพิธีฝังศพต่างกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงเงาร่างที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงจึงค่อยก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านหลัง อย่างเงียบๆ
มีเพียงวันแรกเท่านั้นที่คริสเตียนร้องไห้อยู่ในอ้อมอกเขาอย่างเสียขวัญ และควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นคริสเตียนก็แสดงท่าทีเมินเฉยกับเขามาตลอด เด็กหนุ่มพยายามจัดงานศพเพียงคนเดียวไม่ยอมรับแม้แต่ความช่วยเหลือจากเขา สายตาที่มองตรงมาและคำพูดที่ทักทายยิ่งดูห่างเหินเหมือนกับเป็นเพียงแค่คนรู้จักกันเท่านั้น
ถึงแม้แมกซ์จะรู้สึกขัดใจมากซักขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปมากกว่านี้ เขากลัวว่าการแข็งขืนตอนนี้จะกดดันจนอาจทำให้ร่างนั้นแตกสลายได้

ร่างบางคุกเข่าลงช้าๆ ใบหน้างดงามนั้นเปียกชื้นจนมองไม่ออกว่าเป็นสายฝนหรือน้ำตา ขณะโน้มตัวไปจุมพิตที่ป้ายชื่อเย็นเฉียบนั่น ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ คริสเตียนตัดใจเขาจะต้องไม่ให้พ่อที่มองลงมาเป็นห่วง เขาจะต้องเข้มแข็ง
“ลาก่อนครับพ่อ” คริสเตียนฝืนยิ้มก่อนกระซิบอำลา แต่....แม้จะฝืนใจให้เข้มแข็งเท่าใดร่างกายบอบบางก็ไม่สามารถต่อสู้กับความอ่อนเพลียและพิษไข้ที่รุมเร้ามาก่อนหน้านี้ ความเข้มแข็งที่พยายามอดทนมาเป็นเวลาหลายวันเริ่มสูญสลายไป เมื่อเด็กหนุ่มขยับลุกขึ้นจึงรู้สึกหน้ามืด
ร่างบางทรุดลงพอดีกับอ้อมแขนแข็งแรงที่เอื้อมมารับ และหมดสติก่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกอย่างตกใจ และเป็นห่วงของแมกซ์

“คริสต์! ให้ตายสิ” แมกซ์สัมผัสร่างคริสเตียนแล้วยิ่งตกใจเมื่อรู้สึกถึงผิวกายที่เย็นเฉียบเพราะสายฝน ใบหน้าเล็กนั้นซีดขาวจนเกือบเขียว ชายหนุ่มสบถด่าตนเองในใจอย่างยืดยาวที่ไม่ทันคิดปล่อยให้คริสเตียนยืนตากฝนเป็นเวลานาน
แมกซ์ช้อนร่างที่หมดสติของเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขน ก้าวยาวๆ ไปยังรถที่จอดรออยู่ริมถนนด้านหน้าสุสานก่อนจะสั่งคนขับให้ตรงไปที่โรงพยาบาลอย่างใจร้อน มือใหญ่อุ้มร่างอ่อนปวกเปียกไว้บนตักขณะกระตุกเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกอย่างรวดเร็ว แล้วห่อร่างเล็กนั้นด้วยเสื้อโค้ตของเขาที่ทิ้งไว้บนรถ
คริสเตียนห่อตัวสะท้าน เมื่อผิวกายที่เย็นเฉียบสัมผัสอากาศอบอุ่นในรถอย่างกะทันหัน ร่างบางเริ่มรู้ตัวพร้อมกับได้ยินเสียงทุ้มสั่นพร่าที่พึมพำเบาๆ อยู่ข้างหูจนต้องขยับศีรษะหนีด้วยความรำคาญแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้แน่น ทำไมหนาวอย่างนี้ เขาอยู่ที่ไหน
เขากำลังจะตายหรือเปล่า? คริสเตียนคิดอย่างสงสัย เอ....แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่หรือเขาจะได้พบกับพ่ออีกครั้ง
“พ่อ.....ผมกำลังจะไปหาพ่อนะครับ” คริสเตียนพึมพำ
“ไม่! คริสเตียน คุณต้องอยู่กับผม ผมไม่ปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณแน่ๆ” เสียงทุ้มๆ ค้านเขา พร้อมกับวงแขนที่รัดแน่นขึ้น จนร่างในอ้อมแขนนั้นขมวดคิ้วถอนหายใจอย่างอึดอัดแล้วก็ยอมแพ้กับความมืดที่เข้าจู่โจมอีกรอบ
แมกซ์รัดร่างคริสเตียนไว้แน่นมองหน้างดงามซีดเผือดแล้วก็นึกอย่างกังวล
ไม่! เขาจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมสูญเสียคริสเตียนไปอย่างเด็ดขาด
รถเก๋งสองตอนคันยาว ถูกเร่งความเร็วตามคำสั่ง ฮีทเตอร์ถูกเร่งให้อุ่นจัดจนแมกซ์รู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม แต่อาการของร่างบอบบางในอ้อมแขนเขากลับยิ่งสั่นสะท้านและไม่ดีขึ้นเลย ชายหนุ่มซบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มสวยพร้อมกระซิบปลอบโยน

c c c c c c

ผู้ป่วยที่พักในห้องพิเศษห้องนั้น กำลังเป็นที่สนอกสนใจของเจ้าหน้าที่พยาบาลเนื่องจากเป็นคนไข้พิเศษของแพทย์ระดับผู้ใหญ่ และที่สำคัญผู้เป็นเจ้าของไข้คือแมกซิมิเลียน เดเวอโร บุคคลที่ทรงอำนาจและอิทธิพลในวงการธุรกิจกว่าครึ่งของภูมิภาคนี้ ท่าทางเป็นห่วงกังวลอยู่เฝ้าไม่ยอมห่างนั้นทำให้ผู้คนคาดเดาความสัมพันธ์ต่างๆนาๆ
“อือ...ฮือ...” เสียงครางเบาๆ แหบแห้ง และเสียงหอบหายใจติดขัดที่ดังขึ้น ทำให้ร่างสูงที่ยืนเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างหันขวับกลับมาที่เตียงผู้ป่วยทันที ดวงตาที่เคยคมกล้านั้นกลับดูอ่อนล้าและมีริ้วรอยวิตกกังวล
เพียงไม่กี่วันก็ทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงยิ่งดูบอบบางลงไปอีก ผิวกายเผือดซีดจนแทบจะเป็นสีเดียวกับผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ดวงตาปิดสนิท ขณะที่ริมฝีปากแห้งแตกและแดงเรื่อด้วยพิษไข้เผยอออก หอบหายใจอย่างทรมาน สายออกซิเจน สายน้ำเกลือและอาหารทางเส้นเลือดระโยงระยางอยู่สามสี่เส้น
“คริสต์! คริสต์! รู้ตัวแล้วหรือ” แมกซ์ทรุดนั่งข้างเตียงสีหน้ากังวลเมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายของร่างที่นอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มโอบร่างนั้นแนบอกรับรู้ถึงผิวกายที่ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ก่อนพึมพำเสียงพร่า
“คริสต์ ได้โปรดลืมตาเถอะ คุณนอนมาหลายวันแล้วนะ ผมมีเรื่องอยากบอกมากมาย อยากอธิบายให้คุณฟัง ลืมตามาฟังผมก่อนนะ”
ที่นี่ที่ไหนทำไมทรมานเหลือเกิน? คริสเตียนพยายามขยับตัวแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง การหายใจแต่ละครั้งช่างยากลำบากจนทำให้เจ็บร้าวไปทั่วหน้าอก แต่เสียงทุ้มนุ่มนวลแว่วผ่านเข้ามาในโสตประสาทนั้นราวกับจะปลอบประโลมให้คลายความเจ็บปวด
ใครกันนะ? คริสเตียนคิด เสียงนั้นอ่อนโยนจนทำให้รู้สึกสบายใจ อาการกระสับกระส่ายเริ่มสงบลง ร่างบางถอนหายใจยาวก่อนจะจมอยู่ในห้วงนิทราต่อไปอีกครั้ง
แมกซ์ทอดถอนใจอย่างผิดหวังเมื่อเห็นร่างนั้นยังไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตเปลือกตาที่ไม่เคยลืมขึ้นมาอีกนับจากวันที่หมดสติไป แมกซ์ยินดีแลกทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเพียงเพื่อจะได้เห็นดวงตาสีม่วงงดงามคู่นี้ลืมตามองเขาอีกสักครั้ง
‘ได้โปรด คริสเตียน ลิมตาขึ้นมาสิ’
หลายวันเกินไปแล้วนะ ถ้าคริสเตียนจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีกล่ะ ชายหนุ่มใจวาบลึกด้วยความหวาดกลัว จับมือที่ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้นั้นจุมพิตปลายนิ้วทีละนิ้วอย่างนุ่มนวลแล้วผ่อนร่างนั้นลงบนเตียง
“ผมรักคุณ ได้ยินมั้ยคริสต์ กลับมาให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ”

ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
ดร.มาร์โร เปิดประตูก้าวเข้ามาหยุดมองภาพนั้นอย่างเห็นใจแต่ก็ไม่พูดอะไร แมกซ์วางมือคริสเตียนลงลุกขึ้นยืนก้มศีรษะทักเล็กน้อยถอยกายออกไปก้าวหนึ่ง รอจนมาร์โรเริ่มทำการตรวจรักษา สายตาชายหนุ่มจับจ้องอย่างกระวนกระวายเมื่อชายสูงอายุไม่เอ่ยปากอะไร จึงถามขึ้นอย่างอดทนรอไม่ได้
“ดร.มาร์โร คริสต์เป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“อาการดีขึ้นมากแล้วครับ ดูจากฟิล์มเอ็กซเรย์และฟังเสียงปอดแล้วก็เริ่มดีขึ้น แสดงว่าแอนติไบโอติคที่ให้คงได้ผล อีกไม่นานไข้คงลด นับว่าคริสต์ยังโชคดีมากเพราะถ้าปอดแย่ลงกว่านี้อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แล้วภาวะแทรกซ้อนก็อาจมากกว่านี้”
“แต่ทำไมคริสต์ถึงยังไม่รู้สึกตัวอีก” ดร.มาร์โรมองท่าทางกังวลของร่างสูงอย่างเข้าใจ
“คริสต์ร่างกายอ่อนเพลียมากนะครับ ความจริงก็เริ่มไม่สบายตั้งแต่วันที่คาร์ลเสียแล้วแต่ก็ไม่ยอมรักษามัวแต่จัดงานศพอยู่ ใจแข็งมากแต่ร่างกายมันไม่ไหวแล้วยังตากฝนซ้ำอีก นิวมอเนียเลยถามหา คงต้องใช้เวลาสักพักรอให้ร่างกายฟื้นตัวแล้วก็คงตื่นเอง”
แมกซ์อึ้งเม้มริมฝีปาก ใช่สิ! เขาควรจะรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าคริสต์ไม่สบาย ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น เมื่อนึกถึงคืนสุดท้ายที่เด็กหนุ่มตากฝนกลับมาแล้วก็ยังมาผจญกับพายุอารมณ์ของเขาอีก มาร์โรหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนอยู่อย่างพิจารณา ไม่เพียงคริสเตียนหรอก ร่างตรงหน้าเขาก็ดูซูบลง หนวดเครารกครึ้ม เสื้อผ้าก็ดูยับยุ่งเหมือนไม่ได้ใส่ใจตนเอง ร่างสูงอายุพูดอย่างเห็นใจ
“ผมว่าคุณกลับไปพักสักนิดเถอะครับคุณเดเวอโร ท่าทางคุณดูแย่มากตั้งแต่คริสต์ป่วยคุณไม่ได้กลับไปพักเลยนี่” แมกซ์เสยผมเล็กน้อย ก่อนตอบ
“ผมไม่เป็นไร ผมไม่อยากทิ้งคริสต์ไว้คนเดียว”
“ตอนนี้คริสต์อาการคงที่แล้ว ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมาเฝ้า กลับไปพักดีกว่าผมไม่อยากต้องดูคนป่วยเพิ่ม เดี๋ยวผมจะสั่งพยาบาลพิเศษให้มาเฝ้าคริสต์แทน คุณมาแค่กลางวันก็พอ” มาร์โรตัดบท
แมกซ์ถอนหายใจก่อนจะก้มศีรษะลงยอมรับ มีไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่ชายหนุ่มยอมฟังคำสั่งคนอื่น แต่เพราะตอนนี้ ดร.มาร์โรเปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่คนเดียวของคริสต์ ทำให้แมกซ์ต้องเกรงใจบ้าง
c c c c c c

ดร.มาร์โรคะ เชิญที่ห้อง 7072 ค่ะ เสียงพยาบาลประจำตึกโทรเรียกทำให้มาร์โรเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างตกใจ ห้องคริสต์นี่นา! ร่างสูงอายุรีบวิ่งไปที่ห้องผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว เกิดอะไรขึ้นสามสี่วันที่ผ่านมาอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วนี่
“มีอะไรเกิดขึ้น” มาร์โรถามเสียงเข้มตั้งแต่ที่ยังก้าวไม่พ้นประตู แต่แล้วก็อุทานอย่างยินดีเมื่อเห็นร่างบนเตียงขยับลืมตามองอย่างงงๆ
“คริสต์!” คริสเตียนกระพริบตาพร่ามัวเมื่อได้ยินดังแว่วอยู่รอบตัว มองเพดานสีขาวสะอาดแล้วกระพริบตาช้าๆ กวาดตามองไปยังกลุ่มคนในชุดขาวที่รายล้อมอยู่ แล้วก็มองเห็นใบหน้าที่คุ้นตา
“มาร์...โร..” คริสเตียนเรียกเสียงเบาแล้วก็ไอออกมารุนแรง หอบหายใจเหนื่อย มาร์โรอุทานบอกอย่างรวดเร็ว
“อย่า ยังไม่ต้องพูด พักก่อน หายใจเข้าลึกๆ มีเสมหะมั้ย บ้วนออกมาให้หมด” มาร์โรลงมือตรวจอาการและฟังเสียงปอดอย่างรวดเร็ว คริสเตียนส่ายหน้าช้าๆ เมื่อพยาบาลช่วยดูแลความเรียบร้อยให้เสร็จ ร่างบางก็ถามเสียงเบาขาดเป็นห้วงๆ
“ผมเป็น........อะไรครับ แล้วที่นี่...ที่ไหน”
“จำไม่ได้เลยสิ เราน่ะไม่สบายมากเป็นปอดบวมนะ คุณเดเวอโรพามาส่งที่โรงพยาบาลตั้งแต่....งานฝังเอ่อ...อาตกใจมากนะคริสต์ คราวหน้าห้ามทำอย่างนี้อีกนะ อาไม่อยากเสียเราไปอีกคน”
“ผมนอน....นานแค่ไหนแล้วครับ” ร่างบางสูดลมหายใจลึกเมื่อจำเหตุการณ์ได้ เขาหมดสติไปตั้งแต่งานศพของพ่อ คริสเตียนกล้ำกลืนความเจ็บปวดที่แวบขึ้นมาพยายามขยับตัวแต่แล้วก็รู้สึกขัดใจเมื่อพบว่าตนเองไม่มีเรี่ยวแรงเลย รู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกไปหมด
“สิบวันพอดี”
“นานขนาดนั้น....เลยหรือครับ! แย่จริง!” คริสเตียนตกใจ ทิ้งศีรษะลงไปกับหมอนอย่างหมดแรง ยกมือปิดปากไอเบาๆ
“ใช่! คุณเดเวอโรอยู่เฝ้าแล้วก็เทียวไปเทียวมาตลอด ถ้าเขารู้คงดีใจ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงมาอีก”

คริสเตียนชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่ร่างบางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด แมกซ์หรือเขามาเกี่ยวอะไรด้วย? ทำไมไม่หายไปจากชีวิตเขาเสียที? คริสเตียนคิดอย่างมึนชา พร้อมกับตัดสินใจบางอย่างได้ มือเล็กแตะไปที่หลังมือของมาร์โร
“มาร์โร ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหมครับ” ร่างบางขอร้องเสียงแหบพร่า แววตาแน่วแน่ มาร์โรชะงักสบตางดงามคู่นั้นอย่างสงสัย
“อะไรหรือ...คริสต์”

c c c c c c

ปัง!!
เสียงเปิดประตูดังลั่น จนแม้สปริงที่ช่วยอยู่ก็ไม่สามารถเบรคเสียงนั้นลงได้ มาร์โรสะดุ้งเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน พยาบาลหน้าห้องวิ่งหน้าตื่นตามร่างสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
‘เอาแล้วไง’ มาร์โรคิดในใจก่อนโบกมือให้พยาบาลถอยออกไป
“ดร.มาร์โร คุณย้ายคริสเตียนไปไว้ที่ไหน?” แววตาแมกซ์ลุกเรืองไปด้วยโทสะ เมื่อเช้านี้เขามาเยี่ยมคริสเตียนเช่นเดียวกับทุกวัน ร่างสูงใจหายวูบกับห้องที่ว่างเปล่าจนได้ทราบจากพยาบาลที่ดูแลคริสเตียนว่า ดร.มาร์โร ย้ายคริสเตียนออกจากโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้โดยที่ไม่แจ้งเขา และย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ยังไม่มีใครรู้อีก
นั่นถึงกับทำให้แมกซ์แทบระงับโทสะไว้ไม่อยู่ มาร์โรถอนใจมองดวงตาโกรธเกรี้ยวนั้น
“คุณแมกซ์ ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงคริสต์แต่ผมบอกคุณไม่ได้”
“ทำไมถึงไม่ได้ คุณมีสิทธิอะไรที่ย้ายคริสต์ไป” เสียงตวาดห้วนๆ ดังสวนขึ้น
“ผมไม่มีสิทธิย้าย หากไม่ได้รับการอนุญาตจากตัวคนไข้เอง”
“หมายความว่าคริสต์.......” หัวใจแมกซ์กระตุกวูบอย่างยินดี เมื่อแปลความหมายของประโยคนั้นออก รู้สึกโล่งอกราวกับสิ่งหนักๆที่ทับอยู่หายไปทันที แต่แล้วความรู้สึกยินดีก็ลดวูบลงเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของมาร์โร
“คริสต์รู้สึกตัวเมื่อคืน เขาต้องการไปพักฟื้นเงียบๆ ไม่อยากให้ใครรบกวน โดยเฉพาะ....คุณ” แมกซ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บปวดที่วูบขึ้นมา แล้วถามเสียงต่ำ
“แต่คริสต์ยังไม่หาย คุณยอมให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้ยังไง?”
“คุณแมกซ์ ผมรู้อาการของคริสเตียนดี แต่ผมเป็นหมอนะความต้องการของคนไข้ต้องมาก่อน แล้วผมก็บอกคุณแล้วว่าคริสต์น่ะดีขึ้น เพียงแต่ร่างกายต้องการพักผ่อนเขาเลยหลับนานไป ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาแล้วให้เวลาพักฟื้นสักหน่อยเขาก็จะหายดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
‘ไม่ต้องห่วงงั้นหรือ เขาจะทำได้ยังไง?’ แมกซ์คิดแล้วกำหมัดแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ ก้าวเข้าไปจนชิดโต๊ะทำงานนั้นอย่างคุกคาม
“แต่ผมต้องการรู้ที่อยู่ของคริสต์ คุณย้ายคริสต์ไปไว้ที่ไหน?”
ร่างสูงอายุสั่นศีรษะช้าๆ ก่อนจะนิ่งเงียบ
“คุณจะไม่ยอมบอกผมจริงๆ ใช่มั้ย” เสียงชายหนุ่มแผ่วเบาลงอย่างอันตราย สายตาดุดันที่จ้องมองมาทำให้มาร์โรไม่สบายใจเหมือนกัน ชายสูงอายุเผลอถอนใจอย่างกังวล ทำไมเขาจะไม่รู้จักแมกซิมิเลียน เดเวอโร ลองเป็นอย่างนี้ชายหนุ่มตรงหน้าต้องควานหาคริสเตียนอย่างสุดกำลังแน่ และด้วยอำนาจของเขา คริสเตียนจะหลบหน้าได้อีกนานเท่าไหร่
แต่เมื่อมาร์โรนึกถึงสีหน้าและแววตาเจ็บปวดของคริสเตียน ชายสูงอายุก็เงยหน้าสบตาคมดุที่มองตรงมาอย่างไม่ยอมหลบ เขาไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไรกัน แต่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้คริสเตียนต้องเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้ ร่างสูงอายุส่ายหน้าช้าๆ
เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ ร่างสูงจึงหันหลังกลับไปอย่างฉุนเฉียวขณะที่ผลักบานประตู เสียงเรียกจากด้านหลังของมาร์โรทำให้เขาชะงัก
“คุณเดเวอโร มีอีกเรื่องที่คริสต์ฝากให้ผมบอกคุณ เขาขอบคุณที่ช่วยเขา แต่จากนี้ต่อไปคงไม่มีอะไรต้องรบกวนคุณแล้ว และไม่จำเป็นที่คุณต้องกังวลในเรื่องที่ผ่านมา”

แมกซ์ผลักประตูออกไป เขาก้าวออกไปยืนที่หน้าโรงพยาบาล เมื่อคนขับรถเปิดประตูให้ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถพิงศีรษะกับพนักพิงแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนแรง เมื่อหมดแรงโทสะแมกซ์กลับรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
‘คริสต์ คุณอยากให้มันจบลงงั้นหรือ? ไม่! ผมไม่อยากเชื่อว่าคุณจะตัดใจเรื่องของเราได้จริง’
แมกซ์ยกมือเสยผมแล้วทรงตัวนั่ง ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์ภายในรถแววตาทอประกายวูบอย่างคนที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ
“มาร์คัสหรือ นี่แมกซ์นะ ฉันมีเรื่องให้นายทำ”
“ครับ คุณแมกซ์”
“ช่วยตามหาคนให้ฉันหน่อย เรื่องส่วนตัวนะมาร์คัส แล้วก็ด่วนมาก”
“ครับผม”

c c c c c c

หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนแล้วนะ ทำไมยังไม่ได้ข่าวคริสเตียนอีก แมกซ์คิดอย่างหงุดหงิด ป่านนี้คริสต์จะเป็นยังไงบ้าง อาการจะดีขึ้นหรือแย่ลงแค่ไหนแล้ว
“บ้าชะมัด” แมกซ์สะบัดมืออย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อความอดทนกำลังจะสิ้นสุด เอกสารบนโต๊ะปลิวคว้างจากการกวาดมือเพียงวูบเดียว ร่างสูงกำมือแน่นขณะหมุนตัวไปยืนหลังโต๊ะทำงาน
กริ๊งงง......
“ว่าไง” ชายหนุ่มพูดเสียงเย็นเฉียบใส่หูโทรศัพท์ ทำให้โทมัสกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ พักนี้นายอารมณ์เสียมาก ใครเข้าหน้าก็ไม่ติด ทั้งสำนักงานใหญ่ต้องระวังตัวแจ
เปล่าเลย? เวลานายโมโหนายไม่ได้อาละวาดเหมือนคุณอเล็กซ์ ขานั้นยังกับพายุพัดผ่านไปที่ไหนก็ราบที่นั่น แต่นายจะยิ่งเงียบยังกะภูเขาไฟคุกรุ่นที่รอเวลาระเบิด ยิ่งเงียบยิ่งอันตรายเพราะไม่รู้ว่าเวลาระเบิดจะรุนแรงขนาดไหน สีหน้าที่เครียดขรึมและสายตาเย็นชาที่เขม้นมองเวลามีใครทำอะไรผิดนั้น แทบจะทำให้คนที่ทำนั้นลงไปนอนชักดิ้นชักงอได้ทีเดียวแหละ
“เอ่อ! สายคุณมาร์คัสครับ” โทมัสบอกแบบเกรงๆ
“รีบโอนเข้ามา” คำสั่งตวัดห้วนๆ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับคุณแมกซ์ ข่าวดีครับ” เสียงมาร์คัสดังมาตามสาย

โทมัสเงยหน้ามองเจ้านายที่เปิดประตูออกมาอย่างรีบร้อนนั้น พร้อมกับรับคำอย่างงงๆ เมื่อเจ้านายยิ้มบอกอย่างอารมณ์ดี
“ฉันไม่กลับเข้ามาอีกแล้วนะโทมัส มีอะไรด่วนให้ตามอเล็กซ์”
โทมัสมองสีหน้าเจ้านาย แล้วก็คิดอย่างอ่อนใจ หวังว่าต่อไปคงจะกลับสู่ภาวะปกติได้แล้วนะทุกคนจะได้เลิกระวังตัวแจ ยังกับกลัวจะไปเหยียบเอากับระเบิดเข้าให้อย่างไงอย่างนั้น เพราะคนที่ลำบากที่สุดก็เลขาอย่างเขานั่นแหละจะได้เลิกเป็นกันชนให้กับคนอื่นๆ สักที

c c c c c c

แมกซ์ชะงักเมื่อเดินตามมาที่ทุ่งหญ้ากว้างทางด้านหลังของเคบินไม้หลังเล็ก ชายหนุ่มมองร่างบอบบางตรงหน้าด้วยสายตาลึกซึ้ง ความรัก ความคิดถึงที่เก็บไว้แทบจะระเบิดออกมา ในที่สุดคริสเตียนก็อยู่เบื้องหน้าเขา ใกล้แค่นี้เอง ความทุรนทุรายตลอดหนึ่งเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง
มาร์คัสได้ใช้เวลาตามหาคริสเตียนด้วยความลำบากและกินเวลาเกือบเดือน เพราะเด็กหนุ่มเก็บตัวอยู่นอกเมืองที่ห่างไกลอย่างเงียบๆ ไม่มีการติดต่อกับใครเลย โชคดีที่มาร์โรเป็นฝ่ายอดทนไม่ได้และโทรศัพท์มาซักถามอาการของคริสเตียนเมื่อสี่วันก่อน ทำให้มาร์คัสตามรอยได้จากการดักฟังโทรศัพท์
คริสเตียนเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเล็กๆ ในเขตชนบทด้วยความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันของมาร์โร เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็เช่าบ้านพักที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนั้นมากนัก มีแม่บ้านที่จ้างมาเป็นพิเศษแบบไปเช้าเย็นกลับ และมีหมอมาตรวจอาการสม่ำเสมอจนดีขึ้น แต่เด็กหนุ่มยังติดใจกับบ้านเช่าหลังเล็กที่อยู่หลังเนินหญ้ากว้างใหญ่ และยิ่งติดใจกับความเงียบสงบของที่นี่จึงคิดจะอยู่ต่ออีกสักพัก

คริสเตียนวางพู่กันในมือลง เหม่อมองไปที่ทุ่งหญ้ากว้างตรงหน้าชื่นชมกับธรรมชาติที่งดงามตรงหน้า แต่พอมองไปที่ท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มลงก็ต้องลงมือเก็บอุปกรณ์อย่างเสียดาย
พออยากจะวาดรูปขึ้นมาก็ต้องมีอุปสรรคสิน่า ต้องรีบกลับบ้านก่อนฝนจะตก ไม่อยากให้เปียกอีกรอบ เดี๋ยวก็เหมือนเมื่อวันก่อนที่จิน่าต้องวิ่งไปฟ้องหมอ คริสเตียนนึกถึงแม่บ้านร่างท้วมที่ดูแลเขาอย่างกับเป็นเด็กแล้วก็อมยิ้มอย่างอดไม่ได้
แต่เมื่อหอบอุปกรณ์ไว้ในอ้อมแขนแล้วหันกลับมา คริสเตียนก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นร่างสูงที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนัก
ร่างบางมองอย่างไม่อยากเชื่อตาตัวเอง แมกซ์ เขามาทำอะไรที่นี่? คริสเตียนกวาดตามองร่างสูงตรงหน้า น่าแปลกที่เพียงแวบเดียวก็สังเกตการเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่มได้ชัด เขาผอมไปหรือเปล่านะ หนวดเครารกครึ้มเหมือนไม่ค่อยดูแลตัวเอง
“คริสต์....” แมกซ์เอ่ยทักเสียงเบา แววตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นเป็นประกายวูบเมื่อสืบเท้าเข้าไปใกล้พยายามควบคุมตนเองไม่ให้รวบร่างตรงหน้าไว้ในอ้อมแขนอย่างที่ใจอยากทำ คริสต์เตียนสะดุ้งรู้ตัวลนลานทิ้งอุปกรณ์เขียนรูปในมือลงพร้อมกับก้าวถอยหลัง
“คุณมาทำไม?” เด็กหนุ่มหลุดปากถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงที่สั่นระริกของตน
“คริสต์ เราต้องคุยกันนะ ผมมีเรื่องอยากจะบอกกับคุณมากมายเหลือเกิน” แมกซ์เอ่ยเบาๆ
“ไม่! เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว” คริสเตียนสั่นหน้าปฏิเสธ พร้อมกับถอยหลังไปอีกก้าว
“คริสต์.....”
“คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก” เด็กหนุ่มเค้นเสียงถาม แววตาสับสน
“ผมต้องการคุณ คริสต์ ผม.......” ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดจบก็ชะงักเมื่อดวงตางดงามสีม่วงทอประกายเจ็บปวดก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ เค้นเสียงพูด
“ที่ได้ไปตลอดหนึ่งเดือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับคุณอีกหรือ? มันจบลงไปแล้วคุณเดเวอโร คุณไม่มีสิทธิในตัวผมอีกแล้ว ผมเป็นอิสระแล้ว” ชายหนุ่มสบถในลำคอเมื่อเห็นคริสเตียนเข้าใจผิด
“ไม่ใช่อย่างนั้น คริสต์ คุณ.......” ไม่ทันจะพูดจบประโยค ฝนที่ตั้งเค้าอยู่ก็เริ่มโปรยปรายลงมาขัดจังหวะ และเริ่มหนาเม็ดขึ้น ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว แมกซ์มองร่างบางอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นคริสเตียนเปียกโชกและเริ่มหนาวสั่นจนฟันกระทบกันเขาก็ก้าวเข้าประชิด แต่คริสเตียนผวาถอยหลังและออกวิ่งทันที
“คริสต์ อย่าวิ่ง! ระวัง!” แมกซ์อุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นคริสเตียนสะดุดและทำท่าจะกลิ้งลงจากเนินหญ้า ชายหนุ่มวิ่งตามไม่กี่ก้าวเขาก็คว้าร่างบางไว้ได้
“ไม่..ปล่อยผมนะ ปล่อย! บอกให้ปล่อย.....” คริสเตียนสะบัด ดิ้นรนต่อสู้ มือทุบไปที่ร่างสูงตรงหน้า แมกซ์โอบร่างบางไว้แน่นยอมให้มือเล็กนั้นประทุษร้ายอย่างไม่สนใจขณะก้าวเดินอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคริสเตียนหมดแรงร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยอุณหภูมิในกายที่ลดลง ทำให้แมกซ์มองอย่างกังวลขณะกระชับร่างบางไว้แล้วเร่งฝีเท้าขึ้น

c c c c c c

ปัง! ปัง! แมกซ์เคาะประตูบ้านพักของคริสเตียนอย่างใจร้อน ประตูเปิดอย่างรวดเร็ว แม่บ้านร่างท้วมยืนอยู่สีหน้ากังวล พอมองเห็นร่างในอ้อมแขนแมกซ์ จิน่าก็อุทานอย่างตกใจ
“คุณคริสต์ จิน่าเป็นห่วงอยู่เชียวว่าทำไมยังไม่กลับ”
แมกซ์เดินผ่านร่างท้วมไปยังห้องนอนที่เปิดอยู่อย่างรวดเร็ว เขาสั่งเสียงห้วนด้วยความกังวล “ขอผ้าขนหนูด้วย”
จิน่าทำตามคำสั่งอย่างงงๆ มองชายแปลกหน้าที่โอบประคองคุณคริสต์ไว้แน่น แมกซ์มองร่างที่กำลังหนาวสั่นในอ้อมแขน ชายหนุ่มตัดสินใจพาไปที่ห้องน้ำกวาดตามองสำรวจก่อนจะเปิดน้ำอุ่นลงอ่าง ถอดเสื้อผ้าของคริสเตียนอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจอาการประท้วงอย่างอ่อนแรงและปลายนิ้วเย็นเฉียบที่พยายามรั้งเสื้อผ้าไว้นั่น

ชายหนุ่มวางร่างบางลงในอ่างน้ำอุ่นจัด นวดแขนขาเรียวของคริสเตียนจนกระทั่งผิวที่ซีดขาวเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ ใบหน้าและริมฝีปากสีดีขึ้น ชายหนุ่มเสยผมที่รุยร่ายนั้นขึ้นให้พ้นจากใบหน้า คริสเตียนค่อยขยับตัวลืมตาขึ้น สบตาสีน้ำเงินเข้มผ่านควันกรุ่นของไอน้ำแล้วกระพริบตา
“แมกซ์” ในความสับสนของอารมณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ คริสเตียนกระซิบชื่อชายหนุ่มด้วยเสียงแผ่วเบา
แมกซ์สูดลมหายใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนเบาอย่างลังเลไม่แน่ใจนั้น ชายหนุ่มช้อนร่างงดงามขึ้นจากอ่างห่อตัวให้ด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่จิน่าเอามาวางไว้ให้อย่างทันใจ แล้วอุ้มออกมาวางที่เตียง ดึงผ้าอีกผืนมาเช็ดศีรษะให้อย่างอ่อนโยน ตลอดเวลาที่ทำนั้นชายหนุ่มเงียบกริบ พยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ คริสเตียนนั่งตัวแข็งทื่อ จิกนิ้วกับฝ่ามือแน่นขณะที่ก้มหน้าลงมองตักตนเอง เมื่อผมแห้งสนิทชายหนุ่มโยนผ้าลงกับพื้น แล้วแมกซ์ดึงร่างที่ถูกพันด้วยผ้าผืนใหญ่เข้ามาชิดตัวก่อนจะพึมพำออกคำสั่งเสียงสั่น
“คริสต์ อย่า...ได้โปรด..อย่าทำกับผมอย่างนี้อีกนะ อย่าทำให้ผมตกใจอย่างนี้อีก” คริสเตียนคลายมือออกทอดถอนใจขณะเอนตัวแนบแก้มเข้าหาอกกว้างอย่างไม่รู้ตัว
จิน่าเปิดประตูเข้ามา พอเห็นภาพนั้นหญิงร่างท้วมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนถอยออกมาแล้วปิดประตูให้เบาๆ ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ภาพที่เห็นก็อธิบายได้อย่างชัดเจน ตอนนี้คุณคริสเตียนคงไม่เป็นไรแล้ว จิน่าปิดประตูบ้านให้อย่างเรียบร้อยกระชับเสื้อกันฝน ก่อนจะเดินกลับบ้านของตน

c c c c c c

ความรู้สึกอบอุ่นเริ่มเกิดขึ้นในใจของคริสเตียนก่อนที่จะคิดได้ เขากำลังจะใจอ่อน ร่างบางปฏิเสธทันที ไม่ได้ อยากกลับอยู่ในสภาพเช่นเดิมหรือไง มือเรียวบางจึงผลักไสอ้อมอกนั้นออกไป
“ปล่อย!”
แมกซ์รวบมือเล็กที่พยายามผลักไสเขาไว้ ร่างสูงเชยคางมนนั้นให้สบตาเขา แต่เด็กหนุ่มพยายามเบือนหน้าหนีจากปลายนิ้วแข็งแรงนั่น เมื่อไม่ได้ผลก็พาลหลับตาเสียเลย แต่แล้วก็สะดุ้งเพราะเท่ากับเปิดโอกาสให้แมกซ์แนบริมฝีปากลงมาทันที เมื่อสู้แรงไม่ได้ร่างบางจึงเม้มริมฝีปากแน่นพยายามวางเฉย แต่ลิ้นของชายหนุ่มกลับซอกซอนหาความหวานอย่างอ่อนโยนจนทำให้เริ่มเผลอตัว
คริสเตียนครางเบาชิดริมฝีปากชายหนุ่ม ขยับบิดข้อมือที่ชายหนุ่มรวบไว้เบาๆ เมื่อได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระเรียวแขนนั้นก็เอื้อมไปแตะที่ไหล่กว้าง ก่อนที่จะเลื่อนไปโอบรอบลำคอแข็งแรง แนบร่างเข้าหาขยับริมฝีปากรับจุมพิตอย่างเผลอตัว
สติของคริสเตียนถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมือใหญ่ขยับลูบไล้ไหล่บางแล้วปัดผ้าที่ห่อตัวออกเลื่อนมือมาที่ยอดอกสีชมพูระเรื่อ คริสเตียนสะดุ้งผลักชายหนุ่มออกไปทันที ดึงผ้าขนหนูกลับมาห่อตัวไว้ขยับถอยหนี แมกซ์มองสบตาสีม่วงงดงามที่ทอแววเจ็บปวดและสับสนแล้วก็เสียใจเมื่อรู้ว่า คริสเตียนกำลังหวนนึกไปถึงคืนสุดท้ายของพวกเขา
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“อย่าทำอย่างนี้เลยคุณเดเวอโร ได้โปรดเถอะ เรื่องแบบนี้ผมสู้คุณไม่ได้หรอก ปล่อยผมไปเถอะ อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับผมอีกเลย”

แมกซ์ครางเมื่อมองเห็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในดวงตาสีม่วงงดงามคู่นั้น ชายหนุ่มรั้งร่างแข็งขืนนั้นเข้ามา ก้มลงจุมพิตเปลือกตาบางใสก่อนจะกระซิบ
“ผมขอโทษคริสต์ สำหรับคืนสุดท้ายนั่นผมโกรธมากจนลืมตัวไป พวกเราอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้วจนผมหวังว่าคุณจะรู้สึกผูกพันกับผมบ้าง เพราะผมเองก็ผูกพันกับคุณมากขึ้นทุกวัน แต่คุณกลับเมินเฉย และรังเกียจผม ผมทนไม่ได้” เด็กหนุ่มชะงักเมื่อได้ยินมองชายหนุ่มอย่างเย็นชา
“คุณโกหก! ผมไม่เชื่อ คุณมีเจดอยู่แล้วนะ คุณไม่ควรทำให้เรื่องนี้ยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้”
“เจด” แมกซ์พึมพำอย่างงงๆ แล้วก็เข้าใจ เขาลืมเรื่องเจดไปแล้วนะเนี่ย
“เจดเป็นเหมือนน้องชายของผมเท่านั้นไม่ใช่คนรัก และที่สำคัญเจดเองก็มีคนรักอยู่แล้ว” ชายหนุ่มมองร่างบางนิ่ง แววตามั่นคงจนทำให้คริสเตียนชะงัก
“แล้วทำไม..” แมกซ์จับไหล่บางไว้ก่อนจะเสริมต่ออย่างรวดเร็ว
“ผมจะรักเจดได้ยังไง ในเมื่อมีคุณอยู่เต็มหัวใจผมอย่างนี้” แมกซ์พึมพำเสียงเบาลงสบตางดงามที่มองมาอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างอ่อนโยน
“คุณไม่รู้หรอกว่าเพียงแวบแรกที่พบกันผมก็ต้องการคุณมากจนยอมทำทุกอย่าง แต่เมื่อได้ร่างกายคุณมาผมกลับยังไม่พอใจ ผมต้องการทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงหัวใจของคุณ ผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนนี่เป็นครั้งแรกที่ผมควบคุมอะไรไม่ได้ เมื่อผมรู้ตัวอีกทีคุณก็อยู่ในใจผมเสียแล้ว”
คริสเตียนนิ่งงันไป หัวใจกระตุกวูบด้วยความยินดีเมื่อได้ยินประโยคนั้นแต่แล้วก็ลดวูบลง เขาจะเชื่อได้อย่างไร ไม่! เขาไม่สามารถแน่ใจในตัวแมกซ์ได้ นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มจากความขัดแย้งมาก่อน มันจะลงเอยได้ดีอย่างนี้เชียวหรือ
เขาไม่เชื่อ! เขาไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว มันเสี่ยงเกินไป เขาอาจไม่มีวันรอดชีวิตจากมันเป็นครั้งที่สอง
“คริสต์ ให้โอกาสผมอีกซักครั้ง ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก” แมกซ์พูดเสียงเบาเร็วด้วยความกังวลใจ เขาจะไม่ยอมสูญเสียคริสเตียนไปเป็นอันขาด
“ผมไม่เชื่อ” เด็กหนุ่มพึมพำพลางสั่นศีรษะ เมื่อแมกซ์เห็นท่าทางดังนั้น ชายหนุ่มใจหายวูบทันที แต่แล้วก็เม้มริมฝีปากอย่างไม่ยอมแพ้
ไม่! เขาไม่มีทางยอมเสียหัวใจของตนเองไปแน่ๆ คริสเตียนมองแววตามั่นคงดื้อดึงของชายหนุ่มแล้วก็ถอนหายใจเมื่อรู้สึกอ่อนเพลียวูบขึ้นมา
“อย่าผูกมัดตัวเองอย่างนี้เลยครับ อีกหน่อยคุณอาจจะเสียใจ”
“ผมไม่มีวันเสียใจ” แมกซ์ค้านออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เด็กหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่! คุณไม่มีวันรู้หรอก บางทีตอนนี้คุณอาจจะแค่เพียงรู้สึกผิดหรือสงสารผมเท่านั้น แต่ผมไม่เป็นไรหรอก ผมสามารถดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างไม่ลำบากด้วยซ้ำ”
ดวงตาสีม่วงงดงามมองตรงมาสบตาแมกซ์ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างทะนงตัว สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เขาสามารถอยู่ได้ เพียงแต่ว่าคงไม่สามารถรักใครด้วยหัวใจดวงนี้ได้อีกแล้ว
“แต่ผมไม่.....คริสต์..ผมอยู่ไม่ได้ ผมรักคุณ คริสต์ ได้โปรดให้โอกาสผม ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นตลอดชีวิตของผมว่า ผมรักคุณ” คริสต์นิ่งขึงเมื่อชายหนุ่มย้ำคำพูด ขณะที่แมกซ์กลั้นใจรอ

ภายในห้องเงียบสนิท คริสเตียนเริ่มรู้สึกถึงความสุขที่ค่อยๆ ผุดพรายขึ้นมา เขารู้สึกราวกับพื้นดินที่แห้งผากแล้วได้รับฝนที่โปรยปรายให้ความชุ่มชื้น
ร่างบางเริ่มรู้สึกถึงความหวัง
เขาต้องการและรอคอยสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ
“คุณแน่ใจหรือครับ” คริสเตียนพึมพำเบาๆ สบตาคมคู่นั้นอย่างลังเล เท่านั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้ร่างสูงยิ้มอย่างยินดี
“คริสต์……”
ร่างบางสบตาชายหนุ่ม หากจะเริ่มต้นอีกครั้งจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือเปล่านะ เสียงกระซิบเรียกชื่อชายหนุ่มดังขึ้นอย่างลังเล
“แมกซ์” แมกซ์ยิ้มเมื่อเห็นแววตานั้นโอบร่างงดงามไว้แน่น เขาพึมพำชิดเรือนผมนุ่มสลวยนั้น
“ผมรักคุณ คริสต์”

คริสเตียนเงียบกริบไม่กล้าเอ่ยปากตอบรับประโยคนั้น เขาไม่กล้าที่จะบอกแมกซ์ด้วยประโยคเดียวกัน
รัก!
คำนั้นเหมือนกับจะเป็นเกราะชั้นสุดท้ายของตัวเขา เขาเจ็บปวดเกินกว่าที่จะลดมันลงได้ในตอนนี้ แมกซ์ค่อยๆคลายวงแขนออก ไม่เป็นไรเขารอได้ เขาจะรอวันที่คริสเตียนไว้วางใจจนยินยอมเอ่ยปากบอกรักเขา
“ผมจะพยายามทำให้คุณรักผมให้ได้ คริสต์ แต่วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้วพักผ่อนนะครับ” เขาจุมพิตที่หน้าผากก่อนจะตัดใจลุกขึ้น
‘ผมเพียงแต่อยากให้คุณรอสักนิด แมกซ์ ผมอยากให้แน่ใจกว่านี้’

แต่สำหรับตอนนี้......... ขณะที่แมกซ์จะหันตัวออกไปชายหนุ่มก็ชะงักเมื่อร่างบางดึงชายเสื้อเขาไว้ เขาหันกลับมาช้าๆ คริสเตียนเมินหน้าหนีสายตาคมกริบคู่นั้น ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่มือยังคงยึดเสื้อชายหนุ่มไว้แน่น
“อยู่เป็นเพื่อนผม” คำพูดเบาหวิวจากร่างบาง
แมกซ์คุกเข่าลง จับคางมนให้หันมาสบตาแล้วก็ครางออกมาเบาๆ เมื่อเห็นแววตาเขินอายนั้น
“แน่ใจนะคริสต์” ร่างบางก้มหน้าลงแก้มแดงจัดขึ้น
แมกซ์ยิ้มช้อนร่างบางลงนอนบนเตียง คริสเตียนหลับตาเมื่อชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นด้วยสายฝนเมื่อครู่นี้ออกไป ก่อนจะเอนร่างลงขณะที่คริสเตียนซุกตัวเข้าหาร่างแกร่ง แมกซ์สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ มือใหญ่เอื้อมไปคลี่ผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของทั้งคู่ไว้ เขารู้ว่าคริสเตียนยังไม่พร้อมและเขาไม่ต้องการทำลายความไว้วางใจนี้ให้เสียไปอีก
เป็นเพราะคริสเตียนบอบบางเหลือเกินและเพิ่งฟื้นไข้มาได้ไม่นาน ทำให้ชายหนุ่มต้องโอบประคองอย่างระวัง เขายิ้มอย่างพอใจเมื่อแขนเรียวเล็กของคริสเตียนโอบกอดรอบตัวเขาอย่างลังเล ตอนนี้เขาได้คริสเตียนกลับมาแล้ว ร่างบางเหลือบตามองท่าทีเป็นเจ้าของของแมกซ์แล้วก็ยิ้มเช่นกัน พวกเขาต่างเป็นของกันและกัน
“ผมรักคุณ” ชายหนุ่มกระซิบมองร่างบางที่คลี่ยิ้มงดงามอย่างมีความสุข ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเองได้รับรางวัลล้ำค่า เขาจะรักษารอยยิ้มนี้ไว้ตลอดไปแมกซ์สัญญากับตนเอง

c c c c c c

เกือบเดือนมาแล้วที่แมกซ์ยืนยันจะพักอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็กนอกเมืองกับคริสเตียน เมื่อเด็กหนุ่มลังเลและบอกว่ายังไม่พร้อมจะย้าย แม้คริสเตียนจะพยายามค้านเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทนอยู่ในบ้านหลังเล็กเช่นนี้ได้ แต่แมกซ์ก็ไม่ฟัง
“ไม่! คริสต์ ผมจะไม่ทิ้งคุณให้ห่างสายตาผมอีกแล้ว พักอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกันที่นี่อากาศดีเหมาะกับการพักฟื้น รอให้คุณแข็งแรงก่อนก็แล้วกัน”
“แต่ที่นี่ไกลมาก คุณจะไปทำงานยังไง” แมกซ์ยิ้มโอบเอวบางไว้
“ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก ถ้ามีงานด่วนจริงๆ ผมไปได้ แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัททุกวันหรอก ผมมีผู้ช่วยเยอะ”
“หึ เจ้านายใหญ่เขาทำงานกันอย่างนี้หรือไง” คริสเตียนพึมพำมองหน้าแมกซ์
“ผมจะคอยดูว่าคุณจะทำได้จริงหรือเปล่า”

แต่แมกซ์ก็ทำได้อย่างที่พูด เขาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายๆ ด้วยซ้ำ แถมยังช่วยทำงานบ้านและทำอาหารได้อร่อยจนจิน่าชมเสียอีก แต่ที่คริสเตียนรำคาญคือทั้งคู่คอยดูแลเขายังกับเด็กๆ จนเริ่มจะทนไม่ได้
“ผมไม่ใช่เด็กนะ! คุณจะได้ห้ามทำโน่นทำนี่” คริสเตียนตะโกนอย่างโมโหตอนเย็นของวันหนึ่ง
“ผมรู้ ถ้าเด็กผมก็ทำอย่างนี้ไม่ได้สิ” แมกซ์พูดพร้อมกับแนบริมฝีปากร้อนรุมเข้ามาจุมพิตอย่างดูดดื่มจนละลายความโกรธของคริสเตียนไปได้
“ผมแค่เป็นห่วง อยากให้คุณแข็งแรงเร็วๆ เท่านั้น” แมกซ์กระซิบเบาๆ เมื่อถอนริมฝีปากออก
“แต่ตอนนี้ผมแข็งแรงแล้วนะ” คริสเตียนค้านแผ่วๆ เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มลากลงมาที่ลำคอระหง
“อืมม์ แข็งแรงแล้วหรือ งั้นผมก็ไม่ต้องรออีกแล้วสินะ” คริสเตียนหน้าแดงทันทีที่เข้าใจความหมาย
“คนบ้า...อึ้..อืมม์” เสียงประท้วงขาดหายไปทันทีเมื่อถูกปิดริมฝีปากอีกครั้ง ขณะแมกซ์ช้อนร่างบางขึ้นเดินตรงเข้าสู่ห้องนอนทันทีที่พูดจบ
ชายหนุ่มมองร่างบางในอ้อมแขนขณะวางลงบนเตียงช้าๆ ดวงตาคมกริบมองสบตางดงามคู่นั้นขณะรอ คริสเตียนหลบตาอย่างลังเล
เขารู้ว่าแมกซ์กำลังรออะไร เวลาที่ผ่านมาแมกซ์จะปฏิบัติกับเขาอย่างนุ่มนวลและระวังราวกับเป็นแก้วที่บอบบางล้ำค่า ถึงแม้บางครั้งที่คริสเตียนสัมผัสกับแววตาปรารถนารุนแรง แต่ชายหนุ่มก็ควบคุมมันไว้ได้ไม่เคยล่วงเกินอะไรมากไปกว่าจุมพิตและอ้อมกอดที่อ่อนโยน คริสเตียนรู้ว่าหากตนเองส่ายหน้าปฏิเสธ แมกซ์ก็จะไม่ล่วงเกินมากกว่านี้แม้ว่ามันจะทำให้ชายหนุ่มทรมานแทบตาย
คริสเตียนหลบตาใบหน้าแดงเรื่อ ขณะตัดสินใจพยักหน้าอย่างอายๆ
“อืมม์” แมกซ์ครางอย่างพอใจ มือใหญ่ปลดอาภรณ์ที่พันกายคริสเตียนออก ขณะที่ริมฝีปากแนบลงไปเคล้าเคลียริมฝีปากนุ่มอยู่ ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกสูดลมหายใจลึกขณะดึงเสื้อตนเองออกจากไหล่ แล้วกระตุกให้พ้นตัวอย่างใจร้อน
“อา....คริสต์ มันนานมากเหลือเกิน ผมต้องการคุณจนเจ็บปวดไปหมด” แมกซ์พึมพำเสียงสั่น คริสเตียนหลบตาขณะไล้มือโต้ตอบไปตามหน้าอกกว้างและกล้ามเนื้องดงามสมส่วน ก่อนจะลดมือลงแต่แมกซ์คว้ามือเล็กนั่นไว้ก่อนจะกระซิบ
“ยังก่อน คริสต์ ผมอยากลิ้มรสคุณทุกตารางนิ้ว” พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนริมฝีปากไปที่ใบหูบอบบาง ไล้เลีย ขบย้ำจนทำให้เด็กหนุ่มขนลุก อุทานเสียงพร่า
“อืมม์ นี่เป็นจุดอ่อนของคุณสินะ ผมจำได้” แล้วลากริมฝีปากที่คางมน ลำคอระหงแลบลิ้นเลียตรงจุดชีพจรเบาๆ
“อื๊อ...” ร่างบางอุทาน แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบา
“นี่..ก็อีก ใช่มั้ย” ชายหนุ่มพึมพำก่อนที่ริมฝีปากจะเลื่อนลงมาสู่ยอดอก มือเล็กจับศีรษะชายหนุ่มไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มจู่โจมที่ตุ่มไตเล็กจนแข็งชัน แล้วย้ายไปอีกข้างหนึ่ง
“แมกซ์” เสียงพึมพำเบาหวิว
“น่ารักเหลือเกินคริสต์ คุณหวานไปหมดทั้งตัว”
ร่างบางหายใจลึกอย่างคาดหวังเมื่อริมฝีปากนั้นไล้วนที่หน้าท้องขาวนวล แล้วก็ครางอย่างขัดใจเมื่อชายหนุ่มข้ามจุดสำคัญไป เลื่อนไปที่ต้นขาและน่องเรียว ชายหนุ่มยกเท้าเล็กๆ ขึ้นจุมพิตที่หลังเท้า สัมผัสของแมกซ์ที่เล่นกับร่างบางเหมือนนักดนตรีเล่นดนตรีชิ้นโปรดของเขา คริสเตียนถอนใจสะท้านเมื่อรู้สึกว่าร่างกายตนเองไวกับความรู้สึกไปเสียทุกส่วน
ขณะนั้นอากาศภายในห้องแม้จะเย็นสบาย แต่ร่างทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราว ได้ยินเสียงหอบหายใจดังขึ้นสลับกับเสียงครางเบาๆ คริสเตียนสะบัดศีรษะไปมาบนที่นอนเมื่อชายหนุ่มแทรกกายเข้ามา มือเรียวจิกที่ต้นแขนแข็งแรงไว้แน่น
“คริสต์..อืมม์..อา..เรียกชื่อผมสิ คริสต์”
“แมกซ์..อุ๊..อือ...แมกซ์......เร็ว..อึ๊ก...อีก..” ร่างบางเร่งชายหนุ่มอย่างลืมอาย ความต้องการมากจนบดบังสติของร่างบางไปหมดสิ้น แมกซ์ยิ้มขณะบดเบียดร่างเข้าไป เสียงสั่นพร่าจากร่างบาง ดวงตาสีม่วงพร่ามัวลึกลับ ดึงเขาให้ให้จมลงสู่ความสุขสม
“อ๊าาา.........” ร่างบางกรีดร้อง แมกซ์ครางกับการบีบรัดของกล้ามเนื้อนุ่มละมุนที่ดึงดูดเขาไว้ ร่างหนักทรุดตัวลงอย่างหมดแรงแม้จะรู้ว่าทับร่างบางให้อึดอัดแต่เขาไม่มีแรงขยับแม้แต่จะกระดิกนิ้ว
เนิ่นนานต่อมาชายหนุ่มจึงมีแรงพอจะขยับถอนตัวออกจากร่างบาง เขาพลิกตัวนอนหงายดึงตัวคริสเตียนให้มาเกยอยู่บนตัว หลับตาลงมือลูบแผ่นหลังบอบบาง แล้วเลื่อนลงไปที่สะโพกบั้นท้ายนุ่ม ยิ้มเมื่อสัมผัสถึงความเปียกชื้นที่ยังค้างคาอยู่
“ฮื้อ...” ร่างบางขยับมือชายหนุ่มออก แมกซ์หัวเราะอย่างขบขัน เมื่อเห็นศีรษะเล็กขยับหาตำแหน่งที่นอนสบายบนแผ่นอกกว้างจนร่างบางรู้สึกสะเทือนทั้งตัว คริสเตียนลืมตามามองพอสบตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นแล้วก็ต้องหน้าแดง ขยับตัวลุกขึ้นจากอกแมกซ์อย่างรวดเร็ว แต่มือแข็งแรงรัดเอวบางไว้แน่น
“แมกซ์” ร่างบางร้องด้วยความอาย มือเล็กวางบนอกกว้างไว้เป็นหลัก ชายหนุ่มเหลือบมองคริสเตียนพร้อมกับยิ้ม
“ไม่เห็นต้องอายเลย คุณงดงามออก” ร่างบางหน้าแดง เมื่อสบตาสีน้ำเงินเข้ม แววตาคู่นั้นทอประกายอบอุ่น แมกซ์รั้งร่างนั้นลงมาแนบอกอีกครั้งอย่างนุ่มนวลพร้อมกับกระซิบเบาๆ
“ผมรักคุณ”

c c c c c c

“อืมม์.....” คริสเตียนพลิกตัว งัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่เมื่อปรือตามองไปรอบๆห้องกว้างใหญ่แปลกตา ร่างบางก็ทรงตัวลุกขึ้นมากระพริบตาอย่างงงๆ แล้วก็จำได้
หลังอาหารค่ำเมื่อวานเขาบอกแมกซ์ว่า ‘อยากจะกลับบ้าน’ พริบตานั้นรอยยิ้มและแววปิติในดวงตาของแมกซ์ทำให้คริสเตียนสะดุดลมหายใจ คริสเตียนเพิ่งรู้ว่าแมกซ์รอคอยเวลานี้มาตลอด รอเวลาที่เขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่ายินดีที่จะกลับไปอีกครั้ง
แล้วหลังจากนั้นก็............. คริสเตียนคิดแล้วก็หน้าร้อนไปหมดเมื่อนึกถึง คืนนั้นแมกซ์ร่วมรักกับเขาอย่างเร่าร้อนจนเขาแทบจะพับไปกับอกกว้าง แล้วจู่ๆ ก็บอกว่าจะพากลับบ้านในคืนนั้นเลย ราวกับกลัวว่าจะเปลี่ยนใจในตอนเช้า
ความอ่อนเพลียและระยะทางที่ห่างไกลทำให้คริสเตียนเผลอหลับไปตอนที่อยู่ในรถ ไว้วางใจกับอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบกระชับไว้ มารู้ตัวก็อยู่บนเตียงแล้วและแมกซ์ก็ทำให้คริสเตียนไม่ทันได้สังเกตอะไรเลยนอกจากร่างสูงที่เคล้าเคลียไม่ยอมห่าง พอเช้าถึงรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องชุดที่เซียร์ทาวเวอร์ ห้องนี้กว้างขวางกว่าและตกแต่งไว้อย่างงดงาม คริสเตียนมองหาเสื้อคลุมก่อนคว้าขึ้นมาสวม เดินไปที่ประตูกระจกบานยาว ที่เปิดออกไปสู่ระเบียงกว้างรับลมจนทำให้ผ้าม่านปลิว พอรวบม่านมองออกไป ก็ต้องอุทานเมื่อเห็นสวนงดงามข้างหน้า
“โอ้โห! สวยจัง” แล้วเด็กหนุ่มก็สะดุ้งเมื่อถูกแขนแข็งแรงรวบเอวจากทางด้านหลัง ร่างบางยิ้มแล้วหันหน้ากลับมา แมกซ์แนบริมฝีปากลง
“อืมม์” คริสเตียนครางเบาๆ เมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก
“อรุณสวัสดิ์ คริสต์” แมกซ์ทักอ่อนโยนสบตาสีม่วงงดงามคู่นั้นแล้วก็อดไม่ได้ ดึงร่างบางกลับเข้ามาในห้อง เพราะไม่อยากให้สายตาของพวกระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ของบ้านเห็นอะไรมากนัก ถึงตัวเองจะไม่แคร์แต่ถ้าคริสเตียนรู้ เดี๋ยวจะอายจนพาลมาโกรธเขาเข้า ชายหนุ่มคิดก่อนจะก้มลงจุมพิตร่างบางอีกครั้งอย่างดูดดื่ม คริสเตียนเขย่งปลายเท้าคล้องแขนรอบคอชายหนุ่ม แล้วรีบถอนริมฝีปากออกก่อนที่ร่างสูงจะย้ำจุมพิตลงมาอีก
“แมกซ์ นี่เช้าแล้วนะครับ” ร่างบางรีบพูดทันที ทำให้แมกซ์หัวเราะ
“ไม่มีข้อห้ามซะหน่อยว่าไม่ให้ร่วมรักกันตอนเช้า” พูดจบก็ทำท่าหลบกำปั้นเล็กๆ ที่ทุบมาทันที ชายหนุ่มรวบร่างคริสเตียนมากอดแน่นจนขยับไม่ได้ กระซิบเบาๆ
“บ้านเดเวอโร ยินดีต้อนรับเจ้านายคนใหม่ของบ้าน” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองสบตาแมกซ์ ดวงตาสีม่วงเป็นประกายระยับด้วยความสุข คริสเตียนยึดปกเสื้อของชายหนุ่มเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตที่ปลายคางแข็งแรงได้รูปนั้น ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา คำพูดที่ชายหนุ่มอยากได้ยินที่สุด
“ผมรักคุณ” ชายหนุ่มยืนตะลึงตัวชาวูบก่อนที่จะยิ้มอย่างยินดี เขากอดคริสเตียนไว้แนบอกก่อนที่จะช้อนร่างนั้นขึ้นหมุนตัวกลับไปที่เก้าอี้ตัวใหญ่ริมหน้าต่าง
“แมกซ์ จะทำอะไรน่ะ” ร่างสูงนั่งลงดื่มด่ำกับความอบอุ่นของร่างในอ้อมแขน เกยคางไว้กับศีรษะเล็กนั่น
“ผมเพียงแต่อยากกอดคุณไว้สักพัก” เขาจุมพิตศีรษะคริสเตียน ร่างบางยิ้มเล็กน้อย ซุกกายอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง แนบแก้มเข้ากับอกกว้าง เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนคริสเตียนรู้สึกง่วงขึ้นมาอีกครั้ง แมกซ์ก้มลงมองรวบปกเสื้อคลุมและชายเสื้อที่เริ่มคลี่ออกจนเห็นผิวกายขาวนวลให้ ร่างบางปรือตาขึ้นมามองขณะที่ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูบอบบางนั้นเบาๆ
“คริสเตียน ผมรักคุณ”
ร่างบางยิ้มพึมพำตอบอย่างง่วงงุน
“แมกซ์ ผมก็รักคุณครับ” ก่อนหลับตาลงทั้งรอยยิ้มงดงามที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก

End

0 Comments:

Post a Comment

<< Home