christ3
คริสเตียนวางพู่กันในมือลง เมื่อเก็บรายละเอียดของรูปเรียบร้อย ในที่สุดก็เสร็จทันเวลาพอดี เด็กหนุ่มสบตากับชายในรูปขณะไล้มือไปที่เค้าโครงใบหน้าคมเข้มนั้นเบาๆ อีก 2 วันเท่านั้นก็ครบกำหนดสัญญา 1 เดือน เขาจะได้เป็นอิสระแล้ว แต่แมกซ์ไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้เลย เขาลืมหรือไม่สนใจจะจดจำกันแน่นะ
คริสเตียนถอนใจรู้สึกสับสน เป็นเพราะบรรยากาศและท่าทีเป็นมิตรได้หายไปหลังจากทั้งคู่กลับมาจากกรีนเบย์ แมกซ์วางเฉยและมีท่าทีเหินห่าง ดูเหมือนชายหนุ่มจะจงใจหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกัน ทั้งที่แต่ก่อนคริสเตียนจะขยับไปไหนแทบไม่ได้ ต้องอยู่ในสายตาของแมกซ์ตลอดเวลา นอกจากนี้ชายหนุ่มยังกลับดึกแทบทุกคืนจนบางครั้งคริสเตียนก็หลับไปก่อน ถึงแม้เมื่อกลับมาแมกซ์จะปลุกเร้าร่างบางจนตื่นขึ้นมา แล้วร่วมรักอย่างเร่าร้อนจนหมดแรงหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน แต่พอตอนเช้าชายหนุ่มก็รีบออกไปทำงานก่อนที่คริสเตียนจะตื่นเสียอีก
ดังนั้นตลอดช่วงเช้าที่ว่างและไม่มีอะไรทำ คริสเตียนจึงมักจะไปเยี่ยมและอยู่กับคาร์ลที่โรงพยาบาล แต่พอบ่ายเขาก็จะกลับมารอแมกซ์ และเขียนรูปต่อที่ห้อง
คริสต์ยิ้มเยาะตนเอง เมื่อรู้ตัวว่าอยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนตอนอยู่ที่กรีนเบย์ในช่วงแรกที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างและยอมรับในสัญญานั้น เขาก็เร่งวันเร่งคืนให้เวลาผ่านไปเร็วๆ แต่ตอนนี้ตัวเขากลับเป็นฝ่ายที่เฝ้ารอร่างสูงอยู่ทุกวัน ความรู้สึกรังเกียจ โกรธแค้นมันหายไปไหนแล้วนะ
ทั้งๆที่อีกไม่นานมันก็จะจบลงแล้ว เขาก็จะเป็นอิสระ แต่ทำไมความคิดนี้กลับไม่ทำให้เกิดความยินดีขึ้นมาเลย
คริสเตียนปิดประตูห้องที่เขาใช้เป็นที่เขียนรูป กวาดตามองไปรอบห้องชุดอันกว้างใหญ่ที่ช่างดูเงียบเหงาและว่างเปล่า วันนี้ก็เช่นเดียวกับคืนก่อนๆ ที่แมกซ์ยังไม่กลับบ้านแม้จะดึกมากแล้ว วูบหนึ่งทำให้คริสเตียนใจหายเมื่อคิดว่าชายหนุ่มอาจจะกำลังอยู่กับใครบางคน ตอนนี้แมกซ์อาจเริ่มเบื่อสถานการณ์เช่นนี้แล้วก็ได้
เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เขาน่าจะดีใจสิ แล้วความรู้สึกหวั่นไหวนี่ล่ะ คงเป็นแค่ความรู้สึกผูกพันที่เกิดเนื่องจากความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น คริสเตียนพยายามแก้ตัวให้กับตัวเองทั้งๆ ที่หัวใจของเขาเริ่มจะรับรู้ว่าทำไม คริสเตียนกำลังนึกถึงตอนอยู่ที่กรีนเบย์ ที่นั่นเขามีความสุขเมื่ออยู่กับแมกซ์จนลืมไปว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว
คริสเตียนพับขาขึ้นมาบนเก้าอี้เอียงศีรษะพิงเบาะแล้วพริ้มตาลง เขามีเรื่องต้องคุยกับแมกซ์หลายเรื่องจึงไม่อยากนอนรอในห้อง เพราะชายหนุ่มมักจะพาอารมณ์เขาเตลิดไปโดยง่าย และทำให้คริสเตียนลืมไปหมดทุกอย่างว่าจะคุยเรื่องอะไร
c c c c c c
แมกซ์ปิดประตูเบาๆ ขมวดคิ้วเมื่อเห็นภายในห้องรับแขกยังเปิดไฟสว่าง ร่างสูงเดินมาหยุดหน้าเก้าอี้ตัวใหญ่ ชายหนุ่มคุกเข่าลงมองวงหน้างดงามที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงแต่แล้วก็ชะงักพร้อมกับถอนหายใจ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเขารู้คริสเตียนพยายามที่จะคุยกับเขา แต่เขากลัวว่าร่างบางจะเตือนเขาถึงสัญญานั้น
ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะอ่อนโยน และสะกดกลั้นความต้องการที่รุนแรงแต่ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน เพราะแค่เพียงอยู่ในห้องเดียวกันหรือแค่ได้ยินเสียงนุ่มๆ ของคริสเตียนอารมณ์เขาก็พร้อมที่จะเตลิดไปไกลแล้ว ดังนั้นแมกซ์จึงพยายามทำตัวให้ยุ่ง ทำงานให้มากเข้าไว้เพื่อหลีกเลี่ยงคริสเตียน ทั้งที่ฝืนกับความรู้สึกของตนเองยิ่งนัก
แมกซ์ถอนใจเมื่อรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในกับดักของตนเอง เป็นเพราะสัญญานั้นทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่เหมือนมีกำแพงสูงขวางกั้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรคงไม่สามารถลดมันลงมาได้ตราบเท่าที่คริสเตียนยังจดจำสัญญาและรอวันสิ้นสุด ชายหนุ่มขยับตัวจะลุกขึ้นแต่คริสเตียนกลับลืมตาขึ้นมาก่อน ร่างบางยิ้มอย่างอ่อนหวานและสบตาเขาอย่างงัวเงียในตอนแรกก่อนจะตื่นเต็มที่ แมกซ์รู้สึกอึดอัดในอกวูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่ค่อยเปลี่ยนเป็นระวังตัวและเหินห่างอย่างที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ คริสเตียนยกมือเสยผมที่ยุ่งเหยิงแล้วค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง
“แมกซ์ เพิ่งกลับเหรอครับ” คริสเตียนถามเบาๆ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังอยู่ในชุดสูททำงาน
“อืมม์......ทำไมมาหลับตรงนี้ ไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะคริสต์” แมกซ์ถามก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่มือเล็กคว้าชายเสื้อเขาไว้
“ผมรอคุณ อยากให้คุณดูรูปนะครับ”
“รอพรุ่งนี้ก็ได้นี่คริสต์” แมกซ์บอก แต่คริสเตียนเมินหน้าตอบ
“ก็ช่วงนี้คุณไปทำงานแต่เช้าทุกวัน ผมคงจะไม่รบกวนเวลาของคุณมากนักหรอก ผมรู้ว่าเวลาของคุณมีค่า” แมกซ์ชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ
“คริสต์.....” เขาครางอยู่ในลำคออยากบอกคริสเตียนนักว่า ถึงแม้จะไม่ทำอะไรแค่เพียงอยู่เฉยๆ เด็กหนุ่มก็รบกวนความคิดของเขาแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว คริสเตียนลุกขึ้นยืน
“รูปลงสีเสร็จแล้ว ผมอยากให้คุณดูรูปก่อนเผื่อต้องแก้ไข ผมกลัวว่าจะไม่ทัน” เสียงนุ่มเบาลงไปเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังลั่นในโสตประสาทของแมกซ์
“คุณมีเวลา คริสต์.....” คำพูดนั้นลังเลแล้วก็ชะงักไป คริสเตียนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ
“ไม่! อีกสองวันสัญญาของเราก็จะสิ้นสุดแล้ว ผมไม่คิดว่าคุณจะลืมแต่อาจจะไม่ใส่ใจว่าผมจะไปจากที่นี่แล้ว” แมกซ์ยืนนิ่งขึงเมื่อได้ยินดังนั้น ทำไมเขาจะจำเวลาหนึ่งเดือนนั่นไม่ได้ ถึงเขาพยายามลืมเวลา และอยากยืดเวลาออกไปให้นานขนาดไหนก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อคริสเตียนเองก็คงนับวันเฝ้ารอวันนั้นอยู่ด้วย
คริสเตียนกลั้นใจขณะรอฟังคำตอบแต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ ทำให้ร่างบางเจ็บร้าวลึก ความหวังเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ปลิวหายไป สิ่งที่แมกซ์ต้องการคงเป็นแค่เซ็กส์ ความสัมพันธ์พวกเขาเป็นแค่สัญญาการแลกเปลี่ยนเท่านั้นจริงๆ คริสเตียนรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเดินตรงเข้าไปในอุโมงค์ลึกที่มองไม่เห็นทางออก แต่ก็ไม่สามารถถอยหลังออกไปได้
ร่างบางสะบัดผ้าคลุมรูปออกเมื่อเดินนำชายหนุ่มเข้ามาในห้อง แมกซ์ก้าวเข้าไปดูภาพใกล้ๆ คริสเตียนเขียนรูปเขาขณะกำลังยืนพิงระเบียงบ้านที่กรีนเบย์ แต่งกายอยู่ในชุดลำลอง แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายแต่ก็ยังสง่างาม และมีพลัง ใบหน้าเอียงเล็กน้อยสายตามองตรงออกมา แววตาบ่งบอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่อย่างลึกซึ้ง
“คุณชอบหรือเปล่า” คริสเตียนถามเบาๆ ชายหนุ่มหันมามองร่างบาง
“ชอบสิ ผมชอบมันมาก คริสต์ คุณวาดได้ดีกว่าตัวจริงอีก”
“นั่นคือคุณที่ผมมองเห็นครับแมกซ์ ส่วนหนึ่งของคุณ ผมพยายามวาดออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ทันเวลาพอดี” คริสเตียนตอบเสียงเบาประโยคสุดท้ายหายไปในลำคอ สะบัดผ้าคลุมไว้เช่นเดิม ก่อนจะหันมาถามชายหนุ่มอย่างต้องการจะเปลี่ยนเรื่อง
“ถ้าคุณไม่ต้องการไห้แก้ไขอะไร ตอนนี้มันก็เป็นของคุณแล้ว”
“ขอบคุณ คริสต์” ร่างบางพยักหน้าเล็กน้อย เหลือบตามองชายหนุ่มก่อนจะถามเสียงเบา
“พรุ่งนี้วันเสาร์ คุณหยุดใช่มั้ยครับ” คริสเตียนเงยหน้าสบตาเขา แมกซ์หลบสายตานั้นเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบ
“อืมม์ แต่ผมมีธุระนะคริสต์ คงไม่ว่างหรอก มีอะไรสำคัญหรือเปล่า”
“ไม่ครับ ไม่มีอะไรสำคัญหรอก” คริสเตียนก้มหน้าเพื่อซ่อนแววตาผิดหวัง ขณะที่จะขยับถอยห่าง แมกซ์ก็คว้าข้อมือเล็กไว้ดึงมากอดแนบอก ก้มลงจุมพิตเรือนผมเบาๆ
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ” ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นเดินเข้าห้องนอน
ในใจทั้งคู่ต่างก็เจ็บปวด แต่ก็ไม่มีใครตระหนักด้วยแรงทิษฐิและความไม่เข้าใจ
c c c c c c
แมกซ์มองร่างบอบบางที่หลับสนิทอยู่บนเตียง เมื่อคืนเขาแทบไม่สามารถปล่อยมือจากคริสเตียนได้เลย ดังนั้นกว่าที่ทั้งคู่จะได้พักผ่อนก็เกือบจะเป็นเวลารุ่งสาง
ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกพรุ่งนี้แล้วสินะ เขาเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียว คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาไม่สามารถปล่อยคริสเตียนไปได้ ยัง! ยังไม่ใช่ตอนนี้!
แมกซ์หมุนตัวออกจากห้องอย่างลังเล คืนนี้เขาวางแผนที่จะตกลงกับคริสเตียนอีกครั้ง ถึงแม้เขาไม่เคยคาดเดาจิตใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างงดงามนั้นได้ แต่เขารู้คริสเตียนรักบิดามาก หากเขาเสนอที่จะคืนบริษัทให้คาร์ลเพื่อแลกเปลี่ยน ร่างบางต้องไม่สามารถปฏิเสธได้แน่ และเขาก็จะได้คริสเตียนอยู่กับเขาอีกต่อไป
“กริ๊งงงงงง........”
เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ดวงตาสีม่วงงดงามกระพริบลืมอย่างงัวเงีย พร้อมกับขยับลุกขึ้น ที่นอนด้านข้างว่างเปล่าและเย็นเฉียบแสดงว่าร่างสูงคงลุกไปสักพักแล้ว คริสเตียนถอนใจขณะคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวก่อนจะเดินลากออกมาด้านนอกเพื่อรับโทรศัพท์
มือเล็กผลักประตูค้างเมื่อเห็นร่างสูงเดินออกมาจากห้องทำงานคว้าหูโทรศัพท์
“ฮัลโหล....”
“........................”
“อืมม์....รับรองไม่ลืมหรอกน่า” แมกซ์ลดน้ำเสียงที่ขุ่นมัวลงเมื่อรู้ว่าอเล็กซ์ผู้เป็นน้องชายโทรมาเตือนเวลาที่นัด ความจริงแมกซ์อยากใช้เวลาอยู่กับคริสเตียนทั้งวัน แต่อเล็กซ์คงไม่ยอมแถมบอกว่ามีธุระสำคัญอีก
“........................”
“O.K. แล้วเจอกัน” แมกซ์ตัดบท วางหูโทรศัพท์ลงพร้อมกับหันหน้ามาแล้วก็ชะงักเมื่อเห็นร่างบอบบางพันด้วยผ้าห่มรุ่ยร่ายยืนมองตรงมา ดวงตาคมกริบทอประกายวูบเมื่อไล่สายตาลงมาอย่างอ้อยอิ่งทำให้คริสเตียนถึงกับหน้าแดงเรื่อกระชับผ้าให้คลุมตัวมิดชิดขึ้นแล้วอุบอิบว่า
“ผมนึกว่าคุณออกไปแล้ว”
แมกซ์เดินเข้ามาใกล้รั้งร่างเด็กหนุ่มเข้ามาจนชิด เชยคางเล็กขึ้นก้มลงเคล้าคลึงริมฝีปากนุ่มก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าไปจุมพิตอย่างดูดดื่ม กระซิบชิดเรียวปากบางอย่างล้อเลียน
“คุณทำให้ผมไม่อยากไปแล้ว” ดวงตาสีม่วงกระพริบวูบแล้วเมินหน้าไม่โต้ตอบ ชายหนุ่มจึงปล่อยมือลงช้าๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ผมจะเข้าบริษัทก่อนแล้วไปธุระต่อ อาจจะกลับบ่ายนะคนดี รอทานข้าวกับผมนะ” คริสเตียนพยักหน้ารับเบาๆ มองตามร่างสูงที่คว้าเสื้อนอกแล้วเดินออกไป ดวงตางดงามอ่อนแสงลง
c c c c c c
คริสเตียนก้าวเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยเมื่อสายมากแล้ว พร้อมกับฝืนยิ้มอย่างร่าเริงให้กับร่างสูงอายุที่นอนเอกเขนกอย่างสบายอยู่บนเตียง
“สวัสดีครับ พ่อ” ร่างบางสวมกอดบิดาไว้แน่น คาร์ลหัวเราะ ขณะที่ดวงตาอ่อนโยนจ้องมองบุตรชายแล้วก็ทัก
“คริสต์! สุขสันต์วันเกิดนะ” คาร์ลกอดคริสเตียนแน่น
“ขอบคุณครับ” ร่างบางเงยหน้าขึ้นยิ้ม แต่ดวงตาสีม่วงกลับไม่สดใสเท่าที่เคย คาร์ลมองหน้าลูกชายแล้วจุมพิตหน้าผากเบาๆ
“วันนี้มาแต่เช้านะ จะมาทวงของขวัญวันเกิดล่ะสิ”
“แหม ผมแค่อยากได้พรแรกจากพ่อมากกว่า” คริสเตียนรีบค้าน
“งั้นหรือ เอ......ถ้างั้นของขวัญนี้ไม่ต้องเอาแล้วก็ได้มั้ง” คาร์ลหยิบกล่องของขวัญออกมาชู คริสเตียนหัวเราะก่อนจะรีบคว้ามา เขย่ากล่องเล็กๆ ในมือ ก่อนจะแกะออกดูอย่างตื่นเต้น คริสเตียนอุทานขณะหยิบกุญแจรถขึ้นมามองดูแผ่นโลหะที่เขียนว่า สุขสันต์วันเกิด จากพ่อ เด็กหนุ่มทำตาโตหัวเราะอย่างร่าเริง
“ขอบคุณครับ” คริสเตียนโน้มตัวกอดบิดา คาร์ลโอบแขนรอบร่างบุตรชายก่อนจะเอ่ยเตือน
“สัญญานะว่าจะขับอย่างระวัง”
“ครับ ผมสัญญา”
c c c c c c
คริสเตียนปิดประตูห้องบิดาเบาๆ เมื่อเห็นร่างสูงอายุหลับไปแล้ว เขายืนคิดชั่วครู่ เขายังไม่อยากกลับไปที่ห้องเพราะแมกซ์ก็คงยังไม่กลับ คริสเตียนตัดสินใจแวะที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ระหว่างทาง เด็กหนุ่มชะงักเมื่อเดินผ่านตู้ขนมเค้กขนาดใหญ่ในร้านขนม
ถึงยังไงวันนี้ก็เป็นวันเกิดเขา ถึงจะอยู่คนเดียวเขาก็ฉลองได้นี่นะ คริสเตียนคิดแล้วก็ตัดสินใจสั่ง ระหว่างรอเค้กร่างบางมองไปรอบๆ ร้านแล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กจำนวนมากเกาะรอบๆ ตู้ขนมที่มีมากมายในร้านรบเร้าพ่อแม่ให้ซื้อขนม มือเล็กรับกล่องเค้กมาแล้วจ่ายเงิน แต่ขณะที่กำลังจะขยับหลบกลุ่มเด็ก
“อ๊ะ!” คริสเตียนอุทานเบาๆ เมื่อถูกชนจากทางด้านหลังจนเซ กล่องเค้กหลุดมือตกลงที่พื้น ร่างบางพยายามทรงตัวก่อนจะหันกลับไป
“เอ่อ... ขอโทษครับ พอดีผมถูกเบียดมา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มซึ่งเป็นคนชนมีรูปร่างโปร่งบางพอๆ กับคริสเตียนรีบเอ่ยขอโทษ ก่อนจะช่วยพยุงคริสเตียนไม่ได้สนใจกับกล่องขนมของตนที่หล่นเกลื่อนพื้นเช่นกัน คริสเตียนเงยหน้ามองก่อนจะยิ้มกับท่าทางกังวลของคนตรงหน้าเขา
“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ทันระวังเหมือนกัน” คริสเตียนรีบบอก ขณะเปิดดูกล่องเค้กของตนที่ตอนนี้ไม่เหลือสภาพแล้วก็ถอนใจเล็กน้อยนำไปทิ้งถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะหันกลับมาช่วยรวบรวมถุงขนมที่หล่นที่พื้นส่งให้กับร่างตรงหน้า
เจดรับถุงมา รู้สึกไม่สบายใจเมื่อสังเกตได้ว่าเค้กที่อีกฝ่ายทิ้งไปนั้นเป็นเค้กวันเกิด จึงยิ้มอย่างขอโทษให้กับคริสเตียนก่อนจะเสนอ
“ให้ผมซื้อเค้กชิ้นใหม่ให้นะครับ”
“ไม่ต้องหรอกครับ ยังไงมันก็มากเกินไปที่จะกินคนเดียวอยู่แล้ว” เขายิ้มเมื่อเห็นเจดงงก็เสริมต่อ
“ผมซื้อให้ตัวเอง ไม่สำคัญอะไรหรอกครับ” คริสเตียนยิ้มแต่เจดก็สังเกตเห็นแววเหงาๆ ที่ซ่อนในดวงตาสีม่วงงดงามนั้น จึงเอ่ย
“งั้นอนุญาตให้ผมเลี้ยงกาแฟคุณซักแก้ว เพื่อเป็นการขอโทษด้วยนะครับ” เจดเสนอ คริสเตียนทำท่าจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นแววตาจริงใจคู่นั้นจึงรับปากเบาๆ
“ก็ได้ครับ” ทำให้เจดยิ้มอย่างยินดี
“ขอบคุณครับ อ้อ! ผมเจด ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“คริสเตียนครับ แต่เรียกคริสต์เฉยๆ ก็ได้” คริสเตียนจับมือเรียวของเจดที่ยื่นมาให้พร้อมกับแอบพิจารณาเจด เจดสูงกว่าเขานิดหน่อย และคงอายุมากกว่าเขาแค่ 2 – 3 ปี เท่านั้นมั้ง ใบหน้างดงามดูแจ่มใส โดยเฉพาะตาสีเขียวที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยไมตรีคู่นั้น เจดหันกายเดินนำหน้า แล้วก็นึกถึงนัดตัวเองขึ้นมาได้ จึงหันมายิ้มจืดๆ ให้กับคริสต์
“ผมนัด...เอ่อ..เพื่อนไว้ เขาคงรออยู่ที่ร้านกาแฟนะครับ ถ้ายังไงให้เราฉลองวันเกิดให้คุณเป็นการขอโทษที่ผมทำเค้กคุณหล่นดีมั้ยครับ และถือเป็นโอกาสดีที่ได้เจอเพื่อนใหม่ด้วยนะครับ”
คริสเตียนยิ้มอย่างขำๆเล็กน้อย ขณะฟังคำพูดอึกอักเล็กน้อยตอนที่พูดถึงเพื่อน ‘คงเป็นคนพิเศษล่ะมั้ง’ คริสเตียนคิดเมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเจด เด็กหนุ่มยืนคิดเล็กน้อยก่อนจะก้มศีรษะรับ ทำให้เจดยิ้มอย่างยินดี
c c c c c c
เจดเดินนำคริสเตียนเข้าไปในร้านกาแฟที่ตกแต่งไว้อย่างงดงาม ก่อนจะกวาดสายตามองหาแล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างปราณีต ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยขณะนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทีสบายๆ มีแก้วกาแฟควันกรุ่นอยู่ตรงหน้า โดยไม่สนใจเลยว่าหน้าตาและบุคลิกของตนเองจะเป็นจุดสนใจของผู้ที่ผ่านไปมาอย่างไร
คริสเตียนมองตามสายตาเจดแล้วก็ชาวูบเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตานั่งอยู่
‘ไม่นะ! คงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก’ เด็กหนุ่มคิดในใจ แต่เจดกลับคว้ามือคริสเตียนพาเดินตรงไป คริสเตียนลากขาตามไปช้าๆ อย่างสับสนทั้งที่ใจอยากจะวิ่งหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ ร่างบางหลับตาลงอย่างเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงเจดเอ่ยทัก
“แมกซ์ ขอโทษครับที่ทำให้รอ เอ่อ....แล้วอเล็กซ์ล่ะครับ” เจดทักชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แมกซ์เงยหน้าขึ้นก่อนจะรับยิ้มอ่อนโยน แต่พอร่างสูงมองเลยมาที่คนเดินตามหลังก็ถึงกับชะงัก
“คริสต์” แมกซ์อุทานก่อนจะลุกขึ้นยืน
“แมกซ์..เอ่อ...คุณเดเวอโร” เด็กหนุ่มกระพริบตา ทักตอบด้วยเสียงเรียบเฉยขณะที่มือบางสั่นเล็กน้อยก่อนจะวางของที่ช่วยเจดถือมาลงบนโต๊ะ เจดยืนงง
“พวกคุณรู้จักกันแล้วหรือครับ” เจดทักแล้วก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด
“แค่เคยพบหน้ากันเท่านั้น” คริสเตียนโกหก แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อรู้ว่านี่เองคือนัดสำคัญของแมกซ์ที่ทำให้เขาไม่ว่าง เจดคงจะเป็นคนสำคัญของเขาเพราะเพียงแค่นี้คริสเตียนก็รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่อ่อนโยนระหว่างคนทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน
คริสเตียนหายใจขัดเมื่อมองไปที่เจด แมกซ์ทำได้อย่างไรทั้งที่มีคนรักงดงามอย่างนี้แล้วทำไมถึงมายุ่งกับเขา เด็กหนุ่มฝืนยิ้มเขาไม่ต้องการทำร้ายเจด ชายหนุ่มที่มีอัธยาศัยดีคนนี้ ถ้าเจดรู้ว่าคริสเตียนมีความสัมพันธ์กับคนรักของตน เจดคงจะเสียใจมาก
“เอ่อ......พอดีผมนึกได้ว่ามีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะครับเจด” ร่างบางเอ่ยขึ้นแล้วหันกายไปอย่างรวดเร็วไม่รอฟังคำทักท้วง
“เดี๋ยวก่อนคริสต์!” แมกซ์เรียกเมื่อเห็นแววตาของคริสเตียน เขาก้าวยาวๆ 2-3 ก้าวก็ตามคริสเตียนทัน คว้าข้อมือเล็กไว้ เด็กหนุ่มหันขวับกลับมาแววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“ปล่อยผมนะ คุณทำอย่างนี้เดี๋ยวคนรักคุณก็สงสัยหรอก” คริสเตียนกระซิบเสียงเบา
“คริสต์ เจดน่ะเป็น...” แมกซ์หยุดพูดเมื่อร่างบางสะบัดข้อมือออกทันที
“หยุด! ไม่จำเป็นต้องบอก ผมรู้แล้ว” คริสเตียนพูดเสียงสั่นเขาไม่อยากฟังแค่นี้ก็เจ็บพอแล้วไม่อยากได้ยินอะไรที่ทำร้ายความรู้สึกมากไปกว่านี้ สายตาที่มองแมกซ์เย็นชาและห่างเหิน เขาถอยหลังไปอีกก้าวแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แมกซ์ขยับจะตามแต่ก็ชะงักเมื่อเด็กหญิงสองคนที่วิ่งเล่นสวนมาชน แมกซ์ก้มลงประคองพอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเด็กหนุ่มก็หายเข้าไปในกลุ่มคนเสียแล้ว ร่างสูงก้าวไปสองสามก้าวแล้วมองหาพร้อมกับสบถในใจอย่างรุนแรง ก่อนจะหันกลับมาช้าๆ
เจดมองแมกซ์อย่างเข้าใจสถานการณ์ แล้วหวนนึกถึงสิ่งที่ตนเองกับอเล็กซ์สงสัยแต่ก็ไม่พูดอะไร
“เจดรู้จักกับคริสต์ตั้งแต่เมื่อไหร่” แมกซ์ถามก่อนทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งทั้งที่ใจปลิวตามร่างที่หายลับตาไปแล้ว
“เมื่อกี้นี้เองครับ ผมทำเค้กวันเกิดของคริสต์หล่น เลยเชิญคริสต์มาเพื่อจะเลี้ยงวันเกิดให้ เป็นการขอโทษนะครับ”
“วันเกิดของคริสต์หรือ” แมกซ์พึมพำ นึกถึงคำถามของเด็กหนุ่มเมื่อคืนนี้ แมกซ์เม้มปากทำไมคริสต์ถึงบอกว่าไม่สำคัญอะไร คริสต์ไม่รู้หรือว่าทุกอย่างของตนเองสำคัญสำหรับเขาทั้งนั้น ร่างสูงรู้สึกกระสับกระส่าย เจดมองอย่างเข้าใจแตะแขนเสื้อแมกซ์เบาๆ
“ตามไปสิครับแมกซ์ คริสต์คงเข้าใจอะไรผิด ไม่ต้องห่วงผมหรอกเดี๋ยวอเล็กซ์คงมารับ” เจดพูดถึงอเล็กซิสคนรักของตัวเอง แมกซ์มองเจดแล้วก็ยิ้ม
“ขอบใจนะเจด” ร่างสูงก้มลงจุมพิตเจดเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
เจดมองร่างสูงของแมกซ์ที่เดินออกไปแล้วก็ยิ้มบางๆ แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทีแปลกๆของแมกซ์ทำให้เจดรู้ว่าสิ่งที่ตนเองคิดไว้คงไม่ผิด
“เอ๊ะ!.....” เจดอุทานเมื่อรู้สึกถูกโอบจากด้านหลังและจมูกโด่งยื่นมาสัมผัสแก้มนวล ก่อนจะหันหน้าไปทำตาเขียวใส่คนที่ทำอะไรไม่รู้จักอายเลย
“อเล็กซ์!....” ชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าคมเข้มและดวงตาคมกริบมองมา แล้วก็ยิ้มทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้เจดถอนใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนตรงหน้าดี
“แมกซ์ล่ะ! ทำไมยังไม่มาอีกอุตส่าห์บอกว่าธุระด่วนแล้วนะ วันนี้ผมไม่ยอมให้เลี่ยงคำถามได้หรอก” อเล็กซ์มองหาพี่ชาย แต่เจดดึงมือใหญ่ให้นั่งลงข้างๆ
“คงไม่ต้องแล้วล่ะ ผมคิดว่าอีกไม่นานเราก็คงรู้เรื่อง รอให้แมกซ์เล่าให้ฟังเองดีกว่า” เจดเอ่ยแล้วยิ้มขณะที่ดวงตาเป็นประกายทำให้อเล็กซ์มองอย่างสงสัยแล้วคาดคั้น
“คุณรู้แล้วล่ะสิ” เจดทำหน้าเฉยแล้วสั่นหน้า ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงขู่เข็ญแกมออดอ้อนอย่างอยากรู้ของร่างสูงตรงหน้า
c c c c c c
คริสเตียนเดินแกมวิ่งออกมาอย่างไม่รู้ทิศจนพ้นบริเวณนั้น ร่างบางเหลียวมองไปรอบๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง ความรู้สึกเริ่มกลับคืนมาพร้อมๆ กับความเสียใจที่ทวีขึ้น โง่จริงๆ ร่างบางลงโทษตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าแมกซ์ต้องการแค่ร่างกายของเขาแต่เขาก็ยังเผลอใจ ชายหนุ่มทำได้ยังนะที่รักอีกคน แต่มามีความสัมพันธ์กับอีกคนในเวลาเดียวกัน
แมกซ์มอบความรักอ่อนโยนให้กับเจด ขณะที่เขาคงเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ใคร่ ร่างบางย้ำกับตนเองให้ให้จดจำ แล้วซบหน้าลงปล่อยความเสียใจที่กล้ำกลืนไว้ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานร่างบางสูดลมหายใจลึกๆ ทำไมเขาถึงมาหลงรักคนใจร้ายอย่างนี้ได้นะ
รักงั้นหรือ ?
ไม่! ไม่จริง! ร่างบางสะบัดหน้าทันที พรุ่งนี้สัญญาก็จบสิ้นลงแล้ว เชิดหน้าไว้สิอย่าให้คนอื่นต้องมาหัวเราะเยาะเอาได้เชียว
ร่างสูงเปิดประตูอย่างรวดเร็วกวาดตาไปรอบห้องพักอันกว้างขวาง ก่อนจะเดินเปิดไปทุกห้องอย่างใจร้อน
“คริสต์....คริสต์...” มือใหญ่ยกเสยผมอย่างกังวลเมื่อรู้คริสต์กลับไม่ถึงบ้าน ชั่วแวบหนึ่งที่คิดว่าคริสต์อาจจะไม่กลับมาทำให้ร่างสูงใจหายแล้วก็ปฏิเสธในใจ
‘ไม่! ไม่หรอก! คริสต์เป็นคนรักษาสัญญา แล้วนี้ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันคริสต์จะต้องกลับมาแน่’ แมกซ์คิดอย่างแน่ใจ
เวลาผ่านไปจนค่ำร่างสูงเดินกลับไปกลับมา ‘ทำไมคริสเตียนยังไม่กลับในเมื่อตอนนี้ก็เย็นมากแล้วแถมฝนยังตกหนัก หรือว่าจะอยู่กับคาร์ล’ ชายหนุ่มคิดพร้อมกับคว้าหูโทรศัพท์หมุนไปที่โรงพยาบาลทันที
“สวัสดีครับคุณเดเวอโร” เสียงคาร์ลทักมาตามสายอย่างแปลกใจเมื่อรู้ว่าใครเป็นผู้โทรมา
“อาการเป็นอย่างไรบ้างครับพอดีงานมาก ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมอีกเลย” แมกซ์ถาม
“ดีขึ้นครับ แต่หมอยังไม่ให้กลับบ้านสงสัยคริสต์แอบบอกไว้แน่เลย” คาร์ลหัวเราะ หึ หึ
“คริสต์ก็อยู่ที่นั่นหรือครับ” แมกซ์เอ่ยถามทันที
“ไม่ครับกลับไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงนิดหน่อย วันนี้มาตั้งแต่เช้าวันเกิดเขานะครับ มาทวงของขวัญกับคำอวยพร” คาร์ลพูดอย่างเอ็นดู แมกซ์กำหูโทรศัพท์แน่น ขณะพยายามฝืนคุยต่ออีกสองสามประโยคก่อนจะบอกลา
แมกซ์วางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ คริสเตียนไม่ได้อยู่กับคาร์ลแล้วร่างบางไปอยู่ที่ไหนนะ แมกซ์คิดถึงท่าทางของคริสเตียนเมื่อตอนบ่ายแล้วก็ให้กังวลมากขึ้น แววตาที่รับรู้แฝงแววเสียใจนั้นทำให้เขาอยากรู้ว่าร่างบางเข้าใจเหตุการณ์ผิดไปแค่ไหน
แมกซ์ชะงักเมื่อคิดได้ นั่นหมายความว่าคริสเตียนเริ่มมีใจกับเขางั้นหรือชายหนุ่มเริ่มคิดอย่างมีความหวัง ถ้าเขาวางแผนดีๆ เขาอาจจะได้ร่างบางอยู่กับเขาต่อไปก็ได้
ชายหนุ่มมองนาฬิกาเป็นรอบที่ร้อย เขารอด้วยความวิตกกังวลมาเป็นเวลานาน พอเวลาผ่านไปความหงุดหงิดจึงเริ่มเกิด และค่อยเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น จนกลายเป็นความโกรธ
แกร็ก!
เสียงประตูด้านหน้าดังขึ้นเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มหันขวับทันที
คริสเตียนเปิดประตูเข้ามา ร่างบางเปียกชื้นไปด้วยละอองฝน คริสเตียนจามเบาๆ เมื่อปิดประตูหันกลับมาก็ชนกับอกกว้างที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
“ไปไหนมา ถึงกลับเอาป่านนี้” แมกซ์ถามเสียงห้วน ความเป็นห่วงแปรเปลี่ยนเป็นโทสะเมื่อเห็นคริสเตียนกลับมาอย่างปลอดภัย
คริสเตียนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำถามห้วนๆ นั้น เม้มริมฝีปากแน่น ตัวเองออกไปมีความสุขกับคนรักกลับมาไม่น่าอารมณ์เสียและมาพาลกับเขา ร่างบางคิดอย่างเจ็บปวดแต่เขาเหนื่อย แล้วก็เริ่มรู้สึกหนาวเพราะเผลอตัวเดินไปเรื่อยๆ จนไม่ทันสังเกตท้องฟ้า รู้ตัวอีกทีก็ต้องวิ่งหลบฝนแถมยังติดอยู่จนค่ำ เด็กหนุ่มจึงไม่อยากจะโต้ตอบอะไร เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ผมเดินเล่นไกลไปหน่อย พอดีกับฝนตกเลยต้องหลบฝนอยู่” แมกซ์สบตาว่างเปล่า และอ่อนล้าเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บของคริสเตียนแล้วรู้สึกใจหายอย่างประหลาด ความโกรธลดวูบลงทันที เมื่อร่างบางทำท่าจะเดินอ้อมตัวเขาไป เขาก็จับต้นแขนบางไว้แล้วก็สะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงผิวเนื้อเย็นเฉียบนั้น เขามองหน้าขาวเผือดของคริสเตียน
“ครั้งหน้าให้โทรเรียกรถไปรับนะคริสต์ อย่าเดินตากฝนอย่างนี้” แมกซ์พูดเสียงอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง คริสเตียนมองหน้าเขาเมื่อได้ยินดังนั้น ความน้อยใจเสียใจที่เก็บกดเอาไว้ ตั้งแต่ตอนบ่ายที่ได้เห็นชายหนุ่มอยู่กับเจด ทำให้หลุดคำพูดไร้เยื่อใยออกมา
“ผมไม่กล้ารบกวนคุณหรอกครับ แล้วเราเป็นแค่คู่สัญญากัน ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีเป็นห่วงให้มันนอกเหนือสัญญา คุณน่าจะโล่งอกได้แล้วแมกซ์ มันจะจบลงในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว” คริสเตียนหันมายิ้มอย่างเย็นชา ทำให้แมกซ์ถึงกับชะงัก
“หยุดพูดเรื่องสัญญานั่นนะคริสต์ ผมเบื่อ ไม่อยากที่จะฟังมัน” ชายหนุ่มเสียงแข็งขึ้นมาทันที เมื่อเห็นร่างบางท้าวความถึงสัญญานั่น
“ใช่ คุณคงเบื่อแทบตาย ถ้าดูตามประสบการณ์ของคุณ หนึ่งเดือนนี่มันคงนานพอที่คุณจะเบื่อได้แล้ว” ร่างบางเจ็บใจที่ตนเองยังรู้สึกเจ็บปวดเพิ่มขึ้นได้อีก เมื่อได้ยินคำโต้ตอบของแมกซ์
“คริสต์..” แมกซ์อุทาน แต่คริสเตียนพูดต่ออย่างรวดเร็ว
“ความจริงถ้าคุณรำคาญหรือเบื่อผมแล้ว ก็น่าจะเลิกสัญญามันซะวันนี้ แล้วปล่อยผมไป จะได้ไม่อยู่ให้คุณรำคาญอีก ไหนๆ ก็เหลือสัญญาอีกแค่คืนนี้คืนเดียวแล้ว คงไม่ทำให้คุณขาดทุนหรอก ผมจะได้หลุดพ้นจากคุณเสียที”
แมกซ์บังเกิดโทสะวูบขึ้นจนตาลายเมื่อได้ฟังคำพูดไร้เยื่อใยนั้น ดูเหมือนว่าร่างบางจะคอยนับวันสิ้นสุดสัญญา ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ไว้ได้ ความคิดที่จะอธิบายเหตุการณ์เมื่อบ่ายนี้หายไปทันที เขาจับไหล่บางเขย่า
“ไม่มีทาง คุณจะต้องติดอยู่กับสัญญานี้ไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ ผมไม่ยอมขาดทุนหรอก”
“คนเห็นแก่ตัว” คริสเตียนอุทานอย่างเหลืออด ทำให้แมกซ์ยิ่งโกรธเกรี้ยว เขาจงใจมองร่างบางอย่างประเมิน ทำให้คริสเตียนสั่นระริกด้วยความโกรธ
“ความจริงคุณก็มีความสุขเวลามีเซ็กส์นี่ การตอบสนองของคุณมันเร่าร้อนจนผมรู้สึกได้ อย่าเสแสร้งไปเลย หรือว่ารู้จักแล้วแต่มันยังไม่พอ ต้องการไปหารสชาดใหม่ๆ”
แมกซ์หลุดคำพูดรุนแรงออกไปด้วยโทสะ ทั้งที่รู้ว่าเป็นคำพูดหาเรื่องของตนเองเท่านั้น แต่ความสิ้นหวังกลับกดดันให้ทั้งคู่ต่างใช้วาจาทำร้ายซึ่งกันและกัน
เพี๊ยะ!
ร่างบางตวัดมืออย่างรวดเร็ว เสียงดังก้องเมื่อกระทบกับใบหน้าของชายหนุ่ม
“ผมเกลียดคุณ” เด็กหนุ่มเน้นคำพูดออกมาแผ่วเบา คำพูดพวกนั้นแมกซ์พูดออกมาได้ยังไง น่าอัศจรรย์นักที่ชายหนุ่มช่างทำร้ายเขาได้เจ็บปวดแม้กระทั่งแค่คำพูดเท่านั้น
แมกซ์กระชากร่างบางเข้ามาแนบอก ดวงตาเป็นประกาบวับด้วยโทสะรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อได้ยินคำว่าเกลียดออกจากปากนั่น
“เกลียดงั้นหรือ แล้วเราจะได้เห็นกัน” เขากระชากร่างบางเข้าไปในห้องนอน เหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง อารมณ์ของคริสเตียนเริ่มเปลี่ยนจากโกรธ เป็นตกใจ และกลัว เด็กหนุ่มขยับลนลานจะลงจากเตียง แต่มือแข็งแรงก็คว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น
แควก!
มือนั้นกระชากกลับจนเสื้อเชิ้ตบางๆ ที่ชื้นจากหยาดฝนทนแรงกระชากไม่ไหวจึงฉีกขาดเปิดให้เห็นแผ่นหลังขาวนวล แมกซ์ปลดเสื้อชื้นๆ ออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว รวบข้อมือเล็กเข้าด้วยกันก่อนที่จะพันธนาการด้วยเศษผ้านั่นไว้อย่างแน่นหนายึดไว้กับหัวเตียง ไม่สนใจกับอาการดิ้นรนจนเหนื่อยหอบของคริสเตียน ปลดกางเกงของร่างบางออกโยนทิ้งไปอย่างไม่สนใจ
คริสเตียนดิ้นรนอย่างหวาดกลัว มองสบตาสีน้ำเงินเข้มที่ตอนนี้ดูมืดครึ้มไปด้วยโทสะ เขาไม่เคยเจอกับอารมณ์อย่างนี้ของแมกซ์มาก่อน ร่างบางสั่นระริกเมื่อมองตามมือใหญ่ของชายหนุ่มที่เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้า ๆ เขาโยนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายลง คริสเตียนมองร่างเปลือยที่แกร่งไปด้วยกล้ามเนื้อแล้วยิ่งทวีความหวาดกลัว ร่างบางดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ ข้อมือเป็นรอยแดงช้ำไปหมด แมกซ์มองดูร่างบางงดงามที่กำลังหอบหายใจตรงหน้า แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นปรารถนารุนแรง
“ไม่! อย่านะ..” ร่างบางอุทาน เมื่อแมกซ์คุกเข่าลงกับเตียง ยิ้มอย่างเย็นชา
“คริสต์ แล้วคุณจะเห็นว่าธรรมชาติที่ร้อนแรงของคุณมันจะทำให้คุณร้องขอ วิงวอนให้ผมครอบครองคุณ”
“ไม่..อย่า....ออกไปนะ” คริสอุทานอย่างหวาดกลัว
“แมกซ์..อย่า.ไม่.ทำอย่างนี้..ไม่..” คริสเตียนครางกระตุกมือที่ผูกยึดไว้แน่นนั้นพยายามขยับตัวหนี เมื่อร่างสูงขยับเข้ามาระหว่างต้นขาเรียว แนบร่างสูงลงมาช้าๆ
“แม..แมกซ์.............” เสียงครางปนสะอื้นดังแผ่วเบา คริสเตียนรู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกลงโทษ
แมกซ์เล่นกับร่างกายของคริสเตียนอย่างชำนาญ เร่งเร้าความต้องการของเด็กหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นแล้วหยุดชะงักค้างคาไว้โดยไม่ยอมให้ร่างบางได้รับการปลดปล่อย หลังจากครั้งที่สองและสามแล้วคริสเตียนก็จำอะไรแทบไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกกระตุ้นไปกี่รอบ
ผิวกายของคริสเตียนแดงระเรื่อเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ร่างงดงามกำลังเร่าร้อนด้วยอารมณ์ปรารถนาบิดตัวเสียดสีร่างกายร้อนผ่าวกับที่นอนจนยับยุ่ง กรีดเสียงร้องออกมาจนหมดแรงหอบหายใจหนัก จนในที่สุดร่างบางก็ลืมตาพร่ามัวขึ้น ร่างเกร็งจนเหมือนสายธนูที่ถูกดึงจนล้า ร่างกายของเขาถึงจุดที่ว่าไวต่อสัมผัสแม้เพียงปลายนิ้วของแมกซ์เท่านั้น
เพียงแค่ปลายนิ้วของชายหนุ่มแตะต้องบนผิวเนื้อนวลราวกับส่งกระแสไฟอ่อนๆ ทำให้คริสเตียนทรมานได้แล้ว เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว ร่างบางน้ำตาเอ่อท้นด้วยความรู้สึกอับอาย พร้อมกับหลุดคำพูดออกมาเป็นห้วงๆ
“ได้โปรด...แมกซ์.....ช่วยผม..ด้วย..ผม...ต้อง..การ...” คริสเตียนหลับตาลงไม่ต้องการเห็นชัยชนะในแววตาของชายหนุ่ม
“อา..คริสต์..ในที่สุด..” แมกซ์ถอนหายใจเมื่อได้ฟังคำพูดที่รอคอย ร่างสูงแข็งแกร่งแนบร่างลงไปทันที ไม่นานเสียงครางและกรีดร้องอย่างสุขสมดังขึ้นแทนที่ก่อนจะเงียบหายไป
แมกซ์หอบหายใจหนักๆ ร่างกายอ่อนล้าจากการปลดปล่อยอย่างรุนแรง ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองคริสเตียนเมื่อรู้สึกว่าร่างในอ้อมแขนอ่อนปวกเปียกไป
“คริสต์......” ร่างสูงครางเมื่อพบว่าร่างบางหมดสติไปแล้วจากการถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ชายหนุ่มค่อยๆ ถอนร่างออกมาขยับไปแก้ผ้าที่ผูกข้อมือบางไว้ รู้สึกผิดเมื่อพบว่ามันเป็นรอยแดงช้ำและถลอกเต็มไปหมด เขาก้มลงจุมพิตที่รอยนั้นโอบร่างบางไว้แนบอกซุกหน้ากับเรือนผมอ่อนนุ่มนั้น ครางออกมาเบาๆ เมื่ออารมณ์โกรธลดลง
“คริสต์ โอ! คริสต์.....” เขาพึมพำออกมาอย่างเสียใจ ความรู้สึกผิดท่วมท้น ทำไมเขาถึงได้ทำกับคริสเตียนอย่างนี้ ทำไมกับคริสเตียนเขาถึงไม่เคยควบคุมอารมณ์ได้สักครั้ง ทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด
‘เขารักคริสเตียน’ การตระหนักรู้ในทันทีนั้น ทำให้แมกซ์รู้สึกเหมือนลูกศรที่ยิงออกไปย้อนกลับมาปักอกตนเอง เขาพอใจคริสเตียนตั้งแต่แรกเห็นหน้าจนใช้วิธีบีบบังคับเพื่อให้ได้มา โดยไม่เคยพิจารณาถึงความต้องการของตนเองเลยว่าทำไมถึงอยากได้ร่างบางนี้นัก คิดเพียงแต่ว่าต้องได้ร่างกายที่งดงามนี้เท่านั้น
เขาไม่เคยตระหนักถึงความกังวล ไม่เคยคิดว่าทำไมตนเองถึงได้เป็นห่วงนักเมื่อได้ทำร้ายความรู้สึกของคริสเตียน ทำไมถึงไม่อยากปล่อยให้ร่างนี้ให้หลุดมือไป
และทำไมเขาถึงขนาดวางแผนจะใช้บริษัทของคาร์ลมาแลกเปลี่ยนกับการอยู่ต่อของคริสเตียน
แมกซ์ครางเมื่อรู้ตัวว่าตนเองได้ทำร้ายคริสเตียน ทำลายความภาคภูมิใจของร่างงดงามนี้จนยับเยิน เพราะอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นชั่ววูบเมื่อได้ยินวาจาตัดรอน และท่าทีเย็นชาที่แสดงออกว่าคริสเตียนยังรอคอยเวลาสิ้นสุดสัญญาเพื่อที่จะได้เป็นอิสระจากเขา
เขาจะแก้ไขความผิดพลาดนี้อย่างไร เด็กหนุ่มจะยอมยกโทษให้เขาหรือไม่ แมกซ์หลับตาลงด้วยความคิดที่หนักอึ้ง
c c c c c c
คริสเตียนลืมตาขึ้นมาช้าๆ เมื่อแสงสว่างลอดผ่านหน้าต่างบานกว้างทาบลงบนพื้นห้อง รู้สึกหัวหนักๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด ลมหายใจร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง เขาคงไม่ค่อยสบายเพราะตากฝนเมื่อวาน แล้วไหนจะเรื่องเมื่อคืนนี้ ร่างบางลุกแล้วก็เข่าอ่อนวูบ ก่อนจะพยายามทรงตัวยืนมองไปรอบห้อง ไม่เห็นเงาของแมกซ์ อาจจะออกไปทำงานแล้วก็ได้
เขาไม่ใช่คนสำคัญที่ชายหนุ่มจะต้องร่ำลานี่นะ คริสเตียนถอนใจ อยากออกไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว ไม่ต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อแม้อีกวินาทีเดียว พยายามประคองตัวเองทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวอย่างระวัง ต่อต้านความรู้สึกอ่อนเพลียและพิษไข้ที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงนอนต่อ เขาจะไม่อยู่ให้ถูกไล่ออกจากที่นี่หรอก เขาคงทนไม่ได้ถ้าถูกถามว่า
‘ทำไมถึงยังไม่ไปเสียที’
แต่พอคริสเตียนเดินออกมาจากห้องนอนก็ต้องชะงัก เมื่อมองเห็นร่างสูงที่ยืนกอดอกมองออกไปที่หน้าต่างบานกว้าง
“คุณเดเวอโร” แมกซ์หันหน้ากลับมาช้าๆ หันหลังให้กับแสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้คริสเตียนมองใบหน้าของเขาไม่ชัด
“จากแมกซ์....ในที่สุดก็กลับมาที่คุณเดเวอโรอีก.....งั้นหรือ?” แมกซ์พูดเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงนุ่มเบาเรียกเขาอย่างเต็มยศเหมือนที่เจอกันครั้งแรกๆ
“มันคงไม่สำคัญไม่ใช่หรือครับ ถึงยังไงความสัมพันธ์ของเรามันก็เป็นแค่เรื่องของธุรกิจเท่านั้น คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว หลังจากนี่เราคงไม่มีเรื่องที่จะต้องพบกันอีก” คริสเตียนเงยหน้าขึ้นสบตาแมกซ์ด้วยสายตาว่างเปล่า
แมกซ์มองสีหน้าซีดเผือดของร่างตรงหน้า แล้วกำหมัดแน่นเขาจะทำอย่างไรถึงจะยับยั้งร่างตรงหน้าได้
“คริสต์...” แมกซ์คราง เขาเอื้อมมือออกไป แต่เด็กหนุ่มถอยกายไปก้าวหนึ่งอย่างระวังตัว ดวงตางดงามเหลือบมองร่างสูงแล้วก็เมินหน้าไปอีกทาง เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่าด้วยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าเราคงมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันได้ และเคยคิดว่าอย่างน้อยเราคงจากกันด้วยดี แต่แล้วเมื่อคืนนี้คุณกลับทำลายมันลงไป อาจเป็นเพราะคุณคงไม่สนใจกับคนที่คุณเห็นว่าเป็นเพียงแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งเท่านั้น”
คริสเตียนสะบัดหน้าเล็กน้อยเมื่อพูดจบ เหมือนจะพยายามตัดทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง แมกซ์กำหมัดแน่นยังคงไร้ซึ่งคำพูด
ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะรอเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าเขาจะสามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร ตอนนี้เขาไม่สามารถแก้ตัวกับการกระทำที่โหดร้ายของตนเอง หรือยื่นข้อเสนอที่ทำร้ายจิตใจคริสเตียนมากไปกว่านี้ เวลาอาจจะลดความเกลียดชังและความขัดแย้งลงบ้าง แล้วเขาจะเริ่มต้นใหม่
“ลาก่อนนะครับ ผมคิดว่าเราคงจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ขอให้คุณมีความสุขกับคนรักของคุณนะครับ” เขามองแมกซ์อย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินออกไปจากชีวิตของชายหนุ่ม
เสียงฝีเท้าก้าวออกไป และเสียงประตูที่ปิดเบาๆ ตามหลังกลับสั่นสะเทือนชายหนุ่มอย่างรุนแรง เขาหันกลับไปพบกับความว่างเปล่า แล้วร่างสูงก็เงยหน้าขึ้น
“ลาก่อนหรือคริสต์ ไม่หรอก ผมคิดว่ายังมีเวลาสำหรับเรา” แววตาของชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ เขาเพียงเริ่มต้นผิดวิธีเท่านั้น เขายังมีเวลา
c c c c c c
คริสเตียนเอนร่างพิงผนังลิฟท์ของโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกว่าเพลียมากจนแทบจะทรงกายไม่อยู่ ตัวดูเหมือนจะหนักไปหมด เขาพยายามลืมเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามลืมมันกลับชัดเจนยิ่งขึ้น ความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับดูแหมือนจะเล็กน้อยยิ่งนักเมื่อเทียบกับความเสียหายทางจิตใจ
เด็กหนุ่มพยายามฝืนสีหน้าให้ดูแจ่มใสก่อนจะก้าวไปตามทางเดิน แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนจำนวนมากวิ่งเข้าออกวุ่นวายที่ห้องของบิดา คริสเตียนใจหายวูบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ถูกดึงไว้ก่อน
“คุณคริสเตียน รอก่อนค่ะอย่าเพิ่งเข้าไป” พยาบาลสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีรีบเอ่ยปากห้าม พร้อมกับคว้าแขนเรียวไว้แน่น
“เกิดอะไรขึ้นครับ! พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า?” คริสเตียนถามเสียงสั่นด้วยความตกใจ
“เอ่อ...คุณคาร์ล หัวใจวายสักครึ่งชั่วโมงมานี่เอง ตอนนี้ดร.มาร์โรกำลังช่วยอยู่ค่ะ ดิฉันกำลังพยายามติดต่อคุณอยู่พอดี” เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือด สะบัดมือทันที
“ผมจะเข้าไป ปล่อยนะ!”
“คุณคริสเตียน เข้าไปตอนนี้จะขวางการทำงานของหมอกับพยาบาลนะคะ ยิ่งทำให้การช่วยเหลือช้าลง รอให้ดร.มาร์โร ออกมาก่อนค่ะ”
พยาบาลสาวพูดเสียงแข็งไม่ยอมปล่อยมือ แต่แววตาที่ทอดมองมานั้นปลอบประโลม
คริสเตียนสบตาเห็นใจคู่นั้นจึงหยุดชะงัก ยืนนิ่งแล้วเอื้อมมือแตะประตูห้องเพื่อพยุงตัว ซบศีรษะลงไปเพื่อซ่อนแววตาหวาดหวั่น พึมพำเบาๆอยู่ในลำคอ
“พ่อครับ อย่าเป็นอะไรนะครับ อย่าทิ้งผมไป ได้โปรดพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองพ่อด้วย”
c c c c c c
แมกซ์ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาเอนศีรษะพิงพนักแล้วหลับตาลงครู่ใหญ่จนกระทั่งโทมัสเดินเข้ามา เลขาหนุ่มมองสีหน้าเครียดขรึมและแววตาสับสนของเจ้านายอย่างแปลกใจแล้วก็ถอยออกไปเงียบๆ
เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของเขานะ? เขาไม่เคยเห็นแมกซ์อยู่ในสภาพว้าวุ่นอย่างนี้มาก่อน
แมกซ์ถอนหายใจตอนนี้คริสเตียนอยู่ที่ไหนนะ? อาจเป็นที่โรงพยาบาลก็ได้ ชายหนุ่มนึกถึงสีหน้าขาวเผือดเมื่อเช้าแล้วก็เป็นห่วง เด็กหนุ่มไม่ยอมแม้แต่จะให้รถไปส่ง ชายหนุ่มดึงตัวนั่งตรงก่อนที่จะกดปุ่มโทรศัพท์ภายใน “โทมัส โทรไปที่โรงพยาบาลซิดูว่าคริสต์ไปถึงรึยัง”
“ครับ เจ้านาย” เงียบไปสักครู่เลขาหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามาสีหน้าร้อนรน รายงานเจ้านายที่เงยหน้ามองอย่างแปลกใจ
“คุณคาร์ลหัวใจวายเมื่อเช้าครับ ตอนนี้ยังไม่ทราบอาการเลย”
แมกซ์ใจหายวูบเมื่อนึกถึงคริสเตียน ชายหนุ่มค่อยๆวางปากกาลงบนโต๊ะราวกับกลัวว่ามันจะบุบสลาย คริสเตียนจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อนึกถึงความผูกพันระหว่างร่างบางกับบิดา แมกซ์เกิดความรู้สึกหวาดกลัวและร้อนรน ถ้าคริสเตียนทนรับความเสียใจไม่ได้ล่ะ เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ยกเลิกงานของวันนี้ทั้งหมดนะ” เขาสั่งโทมัส ก่อนจะคว้าเสื้อสูทแล้วก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว
c c c c c c
แมกซ์ก้าวยาวๆตามทางเดินอย่างรวดเร็วแล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นคริสเตียนยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องคาร์ล ในหน้างดงามแทบไม่มีสีเลือด
“คริสต์” ชายหนุ่มพึมพำเรียกเบาๆ เมื่อเดินมาถึงตัวแต่เด็กหนุ่มยังยืนนิ่งไม่ขยับ ไม่แสดงทีท่าว่าจะได้ยินหรือรับรู้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มจึงจับไหล่บางให้หมุนมาเมื่อสบตาสีม่วงที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานนั้น ชายหนุ่มรู้สึกราวกับถูกกระแทกด้วยค้อนหนักๆ เขาดึงร่างแข็งทื่อนั้นมารัดแน่น วินาทีนั้นกลับไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาปลอบโยนได้
ประตูห้องเปิดออก คริสเตียนหันขวับไปอย่างรวดเร็ว ร่างบางอ้าปากจะถามแต่พอสบตาของมาร์โรแล้วร่างบางใจหายวูบ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งปะทะร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังอยู่ แมกซ์คว้าเอวบางประคองไว้ คริสเตียนสั่นศีรษะเล็กน้อยพึมพำริมฝีปากสั่นระริก
“มาร์โร พ่อ...”
“อาเสียใจด้วยคริสต์ คาร์ล....จากพวกเราไปแล้ว” มาร์โรสูดลมหายใจลึกมองร่างบางด้วยความสงสาร เขาเองก็เสียใจมากเช่นกันที่ไม่สามารถช่วยเพื่อนได้ แต่ด้วยอาชีพทำให้เขาทำใจได้เร็วสงสารก็แต่เด็กหนุ่มตรงหน้านี้เท่านั้น
“ไม่ ไม่จริง...” คำพึมพำผะแผ่วจากคริสเตียนมองมาร์โรเหมือนจะให้บอกกับเขาว่าล้อเล่น แล้วก็สะอื้นออกมาอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นแววเสียใจในดวงตาของมาร์โร เขาสะบัดตัวออกจากการประคองของแมกซ์
“ทำไมล่ะครับ เมื่อวานพ่อยังดีๆ อยู่เลย ยังอวยพรวันเกิดให้ผม พ่อยังบอกว่าจะไม่ทิ้งผมไปอีกด้วย” ร่างบางจับแขนมาร์โรไว้แน่นตะโกนออกมา ความเจ็บปวดที่ได้รับมาต่อเนื่องทับถมกันจนทนไม่ไหวอีกแล้ว ร่างสูงอายุกอดเด็กหนุ่มที่กำลังสั่นสะท้านไว้ในอ้อมแขนพึมพำปลอบโยน แมกซ์ยืนมองแล้วกำหมัดแน่น เขาจะช่วยคริสเตียนได้ยังไง
ผ่านไปครู่ใหญ่ร่างบางดึงตัวเองออกมาจากอ้อมแขนของมาร์โร ก่อนจะพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆ
“ผม....จะเข้า..ไปดูพ่อ”
คริสเตียนเอื้อมมือไปผลักประตู พอก้าวเข้าห้องก็ยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตามองบิดาที่นอนบนเตียงมีผ้าคลุมให้ถึงอกอย่างเรียบร้อย คริสเตียนลากขาเข้าไป มองหน้าบิดาสีหน้าของคาร์ลดูสงบเหมือนคนนอนหลับ เด็กหนุ่มสั่นศีรษะอย่างไม่อยากเชื่อ เขายกมือแตะใบหน้าคาร์ล สัมผัสผิวหน้าอบอุ่นที่อีกไม่นานก็คงจะเย็นชืด
คริสเตียนก้มลงจุมพิตเหมือนทุกครั้งที่พบหน้าบิดา ก่อนจะโน้มตัวกอดบิดาไว้แน่นพร้อมกับสะอื้นไห้อย่างเงียบๆ
“ทำไมครับ? ทำไมทิ้งผมไว้คนเดียว ทำไม?” ท่าทางของคริสเตียนทำให้แมกซ์เจ็บปวดราวกับความทุกข์นั้นส่งผ่านมาถึงเขา เขามองร่างที่สะอื้นจนตัวโยนด้วยความรักสงสารสุดหัวใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่
คริสเตียนเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าเขา ทำไมแมกซ์ถึงมาอยู่ที่นี่ แค่นี้ยังไม่เพียงพอสำหรับชายหนุ่มอีกหรือไง?
“คุณมาที่นี่ทำไม? ระหว่างพวกเราไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว ปล่อยพวกเราไว้ตามลำพังจะได้มั้ย” แมกซ์นิ่งไปอึดใจก่อนที่จะดึงคริสเตียนมาโอบไว้แน่น ไม่สนใจกับการดิ้นรนขัดขืน
“ได้โปรด อย่าพูดอย่างนั้นคริสต์ ผมเสียใจ ผมขอโทษ” คริสเตียนหมดแรง ตอนนี้เขาสับสนและว่างเปล่าจนไม่รู้จะทำอย่างไร ร่างบางปล่อยให้ชายหนุ่มโอบเขาไว้แน่น ถอนสะอื้นจนไหล่สะท้านซุกหน้าเข้าหาอกกว้าง ร้องไห้จนอกเสื้อชายหนุ่มจนชุ่มไปหมด
“ไม่จริงใช่มั้ย ผมพยายามทำทุกอย่างแล้ว ไม่ให้พ่อทำงาน ไม่ให้กังวล แม้กระทั่ง....” ร่างบางสะอื้น
“ทำไมมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย? ทำไมเป็นอย่างนี้? ทำไม.....?” ร่างบางทรุดลง
คำพูดสุดท้ายเบาหวิวก่อนสติขาดหายไป บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของแมกซ์ ชายหนุ่มประคองร่างบางซบหน้ากับเรือนผมนุ่มนั้นก่อนจะพึมพำ
“คริสต์ ผมขอโทษ” ก่อนจะพึมพำแผ่วเบากับร่างบางที่ไม่ได้สติดุจจะให้คำสัญญา
“คุณยังมีผมอยู่นะคริสต์ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ผมจะแก้ตัวแม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตของผม”
TBC

0 Comments:
Post a Comment
<< Home