christ

คราวนี้เป็นตาของแมกซิมิเลียน พี่ชายของตระกูลเดเวอโร เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเรื่องที่สอง ยินดีรับฟังคำติชมเช่นเคยค่ะ

Tuesday, January 04, 2005

christ1

By SF

“อะไรนะครับ พ่อ”
คริสเตียนอุทานแล้วก็อึ้ง เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบลง เด็กหนุ่มมองร่างบิดาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยความรักและสงสาร ร่างบางโน้มตัวลงโอบกอดร่างสูงอายุ

“พ่อครับอย่าเสียใจไปเลย พ่อทำดีที่สุดแล้วนะครับ” มือใหญ่ที่มีริ้วรอยตามกาลเวลา โอบไหล่บอบบางนั้นไว้

“พ่อเพียงแต่อยากให้ลูกรู้เหตุผลที่ต้องขายมันไป พ่อไม่สามารถบริหารงานมันต่อไปได้อีกแล้ว” คาร์ลพูดถึงบริษัทของเขาแม้จะเป็นบริษัทใหญ่ แต่ในภาวะเศรษฐกิจและการแข่งขันสูงเช่นนี้ทำให้บริษัทเริ่มเกิดปัญหา เขาจึงต้องตัดสินใจก่อนที่สถานการณ์จะแย่ลง

“แต่มันก็เป็นหนทางสุดท้ายจริงๆ พ่อเพียงแต่อยากมีอะไรทิ้งไว้ให้ลูกมากกว่านี้”

“อย่าพูดเหมือนสั่งเสียอย่างนี้สิครับ ผมไม่ต้องการอะไร แค่เพียงพ่ออยู่กับผมเท่านั้นก็พอ” ร่างบางฝืนยิ้มล้อเลียน

คาร์ลมองดูใบหน้างดงามของบุตรชาย ที่แทบจะถอดแบบจากภรรยาผู้ล่วงลับมาทุกอย่าง ตั้งแต่ผมสีน้ำตาลเข้มเหลือบทอง คิ้วเรียว ดวงตาสีม่วงสดใส จมูกโด่งเล็ก ริมฝีปากบางแดงระเรื่อ นับแต่ภรรยาเขาเสียชีวิตไปเขาทนุถนอมเลี้ยงดูบุตรชายคนเดียวมาด้วยความรักและความอบอุ่น ความผูกพันระหว่างพ่อลูกจึงแน่นหนามากจนคาร์ลไม่เคยคิดจะแต่งงานใหม่ ทั้งที่คริสเตียนเองก็สนับสนุนหากเป็นความต้องการของเขา

คริสเตียนอยากให้เขามีความสุข แต่คาร์ลคิดว่าแค่นี้เขาก็พอใจแล้ว ในเมื่อคริสเตียนเป็นเด็กดีสมกับความตั้งใจของเขา เด็กหนุ่มร่าเริงแล้วก็ซุกซนนำความสุขมาให้เขาเสมอ จนเขาไม่คิดว่าคริสเตียนจะเข้มแข็งได้อย่างนี้ ใบหน้างดงามเงยขึ้นยิ้มกับเขาอย่างแจ่มใส

“บางทีนี่เป็นโอกาสดีนะครับที่พ่อจะได้วางมือจากงานเสียที หลังจากเซ็นสัญญาซื้อขายบริษัทเสร็จแล้ว เราไปพักผ่อนดีไหมครับ ผมอยากไปดูทะเลทางใต้มากเลย อากาศที่นั่นเหมาะสำหรับให้พ่อพักฟื้นด้วยนะครับ”

“งั้นถ้าพ่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว พ่อจะพาไปดีมั้ย ฉลองที่ลูกสอบเสร็จแล้วด้วยไงล่ะ” คาร์ลลูบศีรษะเล็กนั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคริสเตียนเป็นห่วงเขามากแค่ไหน บางทีอย่างนี้อาจจะดีกว่าจริงๆ ก็ได้ เงินจำนวนมากจากการขายบริษัทก็มากเกินพอสำหรับอนาคตของคริสเตียนอยู่แล้ว

“พ่อสัญญาแล้วนะ ห้ามเกเรไม่ไปอีกนะครับ” คริสเตียนรีบย้ำสัญญา

“เอ้า สัญญา ให้พ่อจัดการเรื่องสัญญาซื้อขายกับบริษัทเดเวอโรให้เรียบร้อยก่อนนะ” คาร์ลหัวเราะ เขารู้สึกคลายกังวลลงนิดหน่อย

“กับบริษัทเดเวอโรหรือครับ” คริสเตียนย้อนถามเมื่อได้ยินชื่อคุ้นหู

“อืมม์ เงื่อนไขของเขายุติธรรมที่สุด ให้ราคาสูงมากด้วยและนโยบายของเขาก็ไม่กระทบกับพนักงานเก่าแก่ในบริษัทมากนัก แต่พ่อมานอนอยู่อย่างนี้คงยังทำอะไรไม่ได้ คงต้องรอออกจากโรงพยาบาลก่อน”

“งั้นให้ผมช่วยนะครับพ่อ พ่อจะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีก แค่เรื่องดูสัญญาคงไม่มีปัญหาอะไร” คริสเตียนบอกกับบิดา คาร์ลนิ่งคิดสักครู่

“เอ ก็ดีเหมือนกันนะเพราะความจริงสัญญานั่นก็เสร็จแล้วละ ทางเราคงไม่มีอะไรเพิ่มแต่ทางนั้นขอพิจารณารายละเอียดอีกทีแค่นั้นเอง”

“งั้นตอนนี้พ่อพักผ่อนก่อนเถอะแล้วก็กินยานี่เสียด้วย ห้ามคิดเรื่องงานแล้วนะครับ” ร่างบางจุมพิตที่ปลายคางบิดา ก่อนจัดการให้คาร์ลกินยาให้เรียบร้อย

คริสเตียนออกจากห้องพักผู้ป่วย ร่างบางยืนพิงประตูห้องอยู่ชั่วครู่ เหม่อมองไปตามทางเดินกว้างที่ตกแต่งไว้งดงามสมกับเป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นเลิศราคาบริการสูงลิบ เขาพยายามปลอบใจพ่อ เพราะเขารู้ว่าพ่อสร้างบริษัทมากับมือตั้งแต่ยังไม่มีอะไรจนกระทั่งมันเติบโตเป็นบริษัทที่มั่นคงแห่งหนึ่ง เพียงแต่การขยายกิจการเมื่อปีที่แล้วทำให้ต้องลงทุนกับเครื่องจักรเป็นจำนวนมาก การเงินของบริษัทจึงขาดสภาพคล่อง แม้โปรดักส์ของบริษัทมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดแต่กลับไม่มีกำลังในการผลิต ดังนั้นตอนนี้บริษัทจึงเป็นเหมือนขนมหวาน และเป็นที่หมายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย

ถึงแม้คริสเตียนจะไม่ชำนาญทางธุรกิจ แต่เขาก็รู้ว่าการตัดสินใจขายบริษัทในตอนนี้ จะเป็นผลดีกับทุกคนรวมถึงพนักงานในบริษัทมากกว่าจะปล่อยให้กิจการทรุดมากไปกว่านี้
ไม่เช่นนั้นพ่อเขาต้องไม่ตัดสินใจเด็ดขาดเช่นนี้แน่ๆ

c c c c c c

“มาร์โรครับ ผมคริสต์นะครับ” คริสเตียนเคาะประตูห้องพักแพทย์เบาๆ ก่อนเยี่ยมหน้าเข้าไปมองแล้วยิ้มกว้าง

“คริสต์ มาพอดีอากำลังรออยู่ มีเรื่องอยากคุยด้วย” ดร.มาร์โร เป็นแพทย์ประจำตัวของคาร์ล และเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมานาน สำหรับคริสเตียนเองก็เคารพมาร์โรเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“เรื่องอาการของพ่อใช่ไหมครับ” คริสเตียนมีสีหน้ากังวลทันที “คราวนี้หนักมากใช่มั้ยครับ”

“ผลการตรวจแองจิโอแกรมพบว่ามีหลอดเลือดหัวใจอุดตันแล้วนะคริสต์ เส้นเลือดสำคัญที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเสียไปสองเส้นแล้ว และถ้าเป็นมากกว่านี้หรือเจ็บหน้าอกถี่ขึ้นจนยาช่วยไม่ได้ก็ต้องทำผ่าตัดบายพาสแล้วนะ”

“ถึงขนาดนั้นเลยหรือครับ มาร์โร” คริสเตียนอุทานอย่างตกใจ

“ใช่สิ แต่การผ่าตัดน่ะถ้าไม่ฉุกเฉิน อาก็อยากให้ร่างกายคาร์ลสดชื่นเต็มที่เสียก่อนจะได้ทนกับการผ่าตัดเป็นเวลานานได้ ดังนั้นตอนนี้ต้องพยายามดูแลอย่าให้มีเรื่องเครียด เรื่องกังวลอะไร แล้วก็งาน ห้ามขาดเลยนะต้องพักจริงๆ อย่างน้อยก็เป็นเดือนล่ะ”

“พ่อสัญญาแล้วครับว่าจะพักเสียที” คริสเตียนพูดเบาอย่างกังวล

“เป็นอย่างนั้นก็ดี คาร์ลน่ะไม่ค่อยดูแลตัวเอง คริสต์ต้องคอยเตือนนะ ช่วงนี้เป็นช่วงอันตรายมาก คลื่นหัวใจไม่ดีเลย ผลแล็ปก็แย่ หัวใจอาจหยุดเต้นเอาได้ง่ายๆ อาจะให้นอนที่โรงพยาบาลสักหนึ่งอาทิตย์นะ แต่ถ้าดื้อมากก็นอนต่อในโรงพยาบาลนี่แหละจะได้ไม่ต้องทำงาน”

“ครับ มาร์โร แต่การผ่าตัดนี่....ปลอดภัยแค่ไหน..” คริสเตียนถามเสียงแผ่ว สีหน้ายังเป็นกังวล

“การผ่าตัดเกี่ยวกับหัวใจเป็นเรื่องที่ต้องระวังก็จริง แต่เดี๋ยวนี้การทำบายพาสไม่ใช่เรื่องน่ากลัวคริสต์อย่ากังวลไปเลย เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในเรื่องนี้สามารถช่วยได้มาก ข้อสำคัญที่นี่มีหมอผ่าตัดมือหนึ่งอยู่นะ” มาร์โรยิ้มชี้ที่หน้าอกตัวเอง ทำให้ร่างบางยิ้มออกมาได้

“ถ้างั้นผมอยากให้พ่อนอนไปเลยสักเดือน แต่อยากให้มาร์โรช่วยเกลี้ยกล่อมพ่อหน่อยนะครับ” ร่างบางอ้อนวอน

“อาจะพยายาม แต่อาว่าคาร์ลนะฟังคริสต์มากกว่านะ” มาร์โรรับคำ แล้วยิ้มปลอบใจร่างบางตรงหน้า ซ่อนรอยกังวลใจไว้

c c c c c c

คริสเตียนชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยในห้อง เขาขมวดคิ้วแล้วเคาะประตูเบาๆ ก่อนเปิดเข้าไปพบชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ที่ปลายเตียงมือหอบแฟ้มเอกสารจำนวนมาก ท่าทางเหมือนผู้ติดตามหรือเลขา แต่อีกคนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาว คริสเตียนมองไปแล้วก็ต้องชะงักจนแทบสะดุดเท้าตัวเอง เมื่อสบสายตาคมกริบที่มองตรงมา บุคลิกของเขาสะดุดตามาก ผมสีดำสนิท ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดูเย็นชา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูป รวมถึงท่าทางที่บ่งบอกถึงอำนาจในตัว

พ่อของเขาหันมาเมื่อเห็นร่างบางก็ยิ้ม คริสเตียนเดินผ่านหน้าคนทั้งคู่ไปที่เตียงผู้ป่วยอย่างระวังตัวเมื่อรู้สึกถึงสายตาคมกริบคู่นั้นมองตามหลังมา

“คริสต์ มาพอดีเลยลูก” คาร์ลโอบร่างบางไว้ คริสต์ก้มลงจุมพิตแก้มของบิดาอย่างอ่อนโยนแล้วชิงพูดออกมาก่อน

“พ่อครับ ห้ามคุยเรื่องงานนะครับ ไม่งั้นเดี๋ยวมาร์โรห้ามไม่ให้ใครเยี่ยมจริงๆ ด้วย”

“พ่อรู้ ไม่เป็นไรหรอกพ่อรู้ตัวดี” คาร์ลเงยหน้าขึ้นแล้วแนะนำ

“คริสเตียนลูกชายคนเดียวของผมครับ คุณเดเวอโร เรียกคริสต์ก็ได้ พึ่งจะเรียนจบปีนี้เองครับ” คริสเตียนชะงักเมื่อได้ยินชื่อเดเวอโร แววตาบอกแววรับรู้ ขณะสบตาคมกริบของชายหนุ่ม ถ้างั้นนี่คงเป็นแมกซิมิเลียน เดเวอโร เจ้านายใหญ่ของตระกูลเดเวอโรล่ะซิ

“สวัสดีครับ คุณเดเวอโร” ร่างบางยื่นมือให้ชายหนุ่ม เขาพอรู้จักพี่น้องตระกูลเดเวอโรจากหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ้างแม้จะไม่ค่อยได้ตามข่าวสารในแวดวงสังคมนัก

มือแข็งแรงเอื้อมมือมาสัมผัสมือนุ่ม สายตาของแมกซ์กวาดตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนเอ่ยตอบเสียงทุ้ม

“ยินดีที่รู้จัก คริสต์” เขากระชับมือแน่น แล้วเขาก็หันไปแนะนำว่า “อ้อนี่เลขาของผม โทมัส” คริสเตียนหันไปยิ้มแล้วก้มศีรษะให้

“ขอโทษที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณนะครับไม่ทราบจริงๆ ว่าห้ามเยี่ยม” แมกซ์เอ่ยต่อ คาร์ลได้ยินก็หัวเราะ

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ คริสต์น่ะห่วงมากไป เขาอยากให้ผมพักผ่อน นี่พอเสร็จเรื่องบริษัทแล้วเราคงไปพักผ่อนไกลๆ กันสักที”

“ก็พ่อน่ะไม่ยอมพักดีๆซักที นี่นา” คริสเตียนรีบเอ่ยแก้ตัวพร้อมกับย่นจมูกให้บิดา แมกซ์มองดูอาการนั้นดวงตาสีน้ำเงินเข้มทอประกายวูบ ท่าทางดูไม่น่าเชื่อว่าจะเรียนจบแล้ว คงจะถูกเลี้ยงมาอย่างไข่ในหินเลยสิท่า ชายหนุ่มนึกก่อนจะซ่อนแววตาไว้เมื่อลุกขึ้น

“ถ้ายังงั้นผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน คุณจะได้พักผ่อนนะครับ”

“ครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยม คริสต์ไปส่งคุณเดเวอโรข้างล่างนะลูก” แมกซ์ก้มศีรษะอีกครั้งก่อนเดินออกไป คริสตเตียนเดินตามไปช้าๆ

“ผมจะไปเตรียมรถมารับเจ้านายด้านหน้านะครับ” โทมัสบอก แล้วชายหนุ่มก็เดินล่วงหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว

คริสเตียนเดินช้าๆ ขณะลอบพิจารณาร่างสูงที่มีรูปลักษณ์สะดุดตาข้างๆ มิน่าล่ะถึงได้เป็นข่าวคู่สาวสวยเป็นจำนวนมาก ข่าวด้านนี้ของชายหนุ่มดังไม่แพ้ข่าวในเรื่องความร่ำรวย อิทธิพลทางธุรกิจเลย คริสเตียนพึ่งจะเห็นตัวจริงของแมกซ์ ทั้งที่คาร์ลบิดาของเขาก็อยู่ในวงธุรกิจเช่นเดียวกัน อาจเป็นเพราะเขาไม่เคยสนใจในเรื่องงานของบิดาเลยก็ได้

“มีอะไรที่คุณพบว่าแปลก หรือน่าสนใจหรือเปล่า” แมกซ์ถามขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับหันมามองคริสเตียนทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้งหลบตาวูบ ใบหน้าแดงระเรื่ออย่างเขินอายที่ชายหนุ่มรู้ตัวว่าถูกพิจารณา ร่างสูงยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางนั้นพร้อมกับเปลี่ยนเรื่อง

“คุณเห็นด้วยกับเรื่องขายบริษัทของพ่อคุณหรือเปล่า คริสต์”

“ครับ ผมเคารพในการตัดสินใจของท่าน นี่คงเป็นทางที่ดีที่สุด”

“คุณเพิ่งเรียนจบไม่สนใจทำธุรกิจต่อหรือ” คริสเตียนหัวเราะ

“ผมเรียนจบศิลปะครับ ไม่ถนัดด้านนี้หรอก ผมตั้งใจให้พ่อวางมือตั้งแต่รู้ว่าท่านไม่ค่อยสบาย แต่พ่อก็ดื้อ” ร่างบางส่ายหัว

คริสเตียนรักศิลปะและมีพรสวรรค์ด้านนี้มาก จึงเลือกเรียนมาทางนี้โดยที่คาร์ลก็เห็นชอบด้วยและอนุญาตให้เรียนในสิ่งที่ต้องการ นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คาร์ลตัดสินใจขายบริษัท เขาไม่อยากให้คริสเตียนรู้สึกว่าตนเองต้องรับภาระดูแลงานต่อ

“คราวนี้ถือเป็นโอกาสดีก็ได้ ผมเคยคิดจะไปอยู่นอกเมืองสักพัก อยากจะหาที่สงบเขียนรูป พอดีกับพ่อจะได้พักผ่อนด้วย”

แมกซ์นิ่งคิด เมื่อเดินมาถึงลิฟต์ร่างบางก็ลังเล ขณะจะขอตัวแต่แมกซ์กดเปิดประตูลิฟต์ให้เขาเข้าไปก่อน คริสเตียนค่อยๆ สูดลมหายใจลึกก่อนเดินเข้าไป

แมกซ์มองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหนึ่ง เห็นคริสเตียนกำมือแน่น สีหน้าเผือดไปเล็กน้อย จึงแปลกใจและกำลังจะเอ่ยถาม แต่.....

ตึง!
ลิฟต์สั่นสะเทือนวูบหนึ่งแล้วก็หยุดชงัก ไฟที่สว่างอยู่ก็วูบดับลง แมกซ์สบถเบาๆ เล็กน้อยอย่างรำคาญ

“ลิฟท์คงขัดข้อง คริสต์เป็นอะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มไม่ได้ยินเสียงตอบจึงควานมือหา เมื่อมือกระทบถูกร่างบางก็รู้สึกว่าร่างนั้นสั่นระริก มีเสียงครางแผ่วๆออกมา

“คริสต์กลัวหรือ” เขาเลื่อนมือไปจับต้นแขน

“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย” ร่างสูงเอื้อมมือไปกดปุ่มฉุกเฉิน

คริสเตียนเริ่มรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก ความตกใจกลัวที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาอีกจนแทบควบคุมตนเองไม่ได้ เขาเบียดเข้าชิดร่างสูงจนแมกซ์ได้ยินเสียงหอบหายใจของคริสต์จึงโอบร่างบางไว้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นลิฟท์ ช้อนร่างบางไว้บนตักลูบไหล่ให้เบาๆ กระซิบปลอบโยนที่ข้างหู จนร่างบางเริ่มหยุดสั่นและพอควบคุมตัวเองได้

คริสเตียนถอนหายใจวางศีรษะลงอิงที่อกกว้างนั้นอย่างลืมตัว จนแมกซ์ได้กลิ่นหอมกรุ่นจากเรือนผมนุ่มสวยนั้น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

“ขอโทษครับ ผมควบคุมตนเองไม่ได้ เคยคิดว่ามันดีขึ้นแล้วเชียว”

“กลัวที่แคบหรือไง” แมกซ์เอ่ยถามอย่างชวนคุย

“แค่ลิฟต์เท่านั้นเองนะครับ หมอเคยบอกว่าผมโชคดีที่ไม่มีอาการต่อเนื่องไปถึงขั้นกลัวอย่างอื่นที่คล้ายๆ กัน” คริสต์เตียนนึกถึงคำพูดของหมอที่เคยล้อเลียนเขา

“แล้วทำไมถึงเฉพาะลิฟต์ล่ะ” คริสเตียนยิ้ม เขาพอรู้ว่าร่างสูงกำลังชวนคุยทำให้เขาหายกลัว

“ตอนเด็กๆ ผมเคยติดอยู่ในลิฟต์ตั้งหลายชั่วโมง เพราะผมกดปุ่มฉุกเฉินไม่ถึง กว่าคนจะรู้แล้วมาช่วยผมก็ตั้งนาน ผมคงฝังใจมาตั้งแต่ตอนนั้น มันไม่ถึงกับเป็นอาการโฟเบียหรือนิวโรซิสนะครับ เพราะโตขึ้นมาก็ดีขึ้นมากแล้วถึงขนาดใช้ลิฟต์คนเดียวได้ แล้วก็โชคดีที่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก เพียงแต่คราวนี้มันทั้งมืดแล้วก็แคบเลยทำให้ตกใจนิดหน่อย”

ชายหนุ่มยิ้มในความมืด ‘นิดหน่อยหรือ’ ออกจะตกใจจนตัวสั่นขนาดนั้น ชายหนุ่มคิดในใจโอบร่างละมุนในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

คริสเตียนเริ่มรู้ตัวว่าอยู่บนตักชายหนุ่มจึงขยับตัวเงยหน้าขึ้น ขณะที่แมกซ์ก้มลงมาทำให้ริมฝีปากแมกซ์กระทบกับผิวแก้มนุ่มๆ โดยบังเอิญ คริสเตียนอุทานเบาๆ อย่างตกใจขณะดันตัวออกจากอกกว้างทันที แต่แมกซ์กระชับร่างบางแน่นเข้าจนคริสเตียนหมดแรงขัดขืน ชายหนุ่มลอบยิ้มอย่างพอใจ เขาถูกใจร่างบางนี้ตั้งแต่แวบแรกที่เห็นคริสเตียนเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้ว ดวงตาสีม่วง รอยยิ้มสดใสที่ชวนให้อยากใกล้ชิด

ชายหนุ่มถอนใจยอมแพ้กับความต้องการของตนเอง มือแข็งแรงเอื้อมมาจับต้นคอเล็กดึงเข้ามาใกล้ขณะที่คริสเตียนพยายามขยับศีรษะหนี

“คุณเดเวอโร...จะทำอะไร..”

คริสเตียนอุทาน แต่ริมฝีปากของชายหนุ่มปิดลงมาที่ริมฝีปากนุ่มบางโดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว ก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าไปตวัดเกี่ยวลิ้นนุ่มๆ อย่างชำนาญ ขณะที่ร่างบางยังตะลึงอยู่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายรุกรานตามใจชอบ

“อึ้มม์...” เสียงแผ่วเบานั้นยิ่งทำให้แมกซ์ประทับจูบย้ำลงไปอีกอย่างดูดดื่ม คริสเตียนครางอยู่ในลำคอเมื่อรู้สึกหายใจไม่ออก

ขณะนั้นเองไฟก็สว่างวูบขึ้นมาทันที ลิฟต์เริ่มขยับเลื่อนลง แมกซ์กระพริบตาค่อยถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย คริสเตียนรีบสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาที่พร่ามัวเพราะแสงสว่างกระทันหันนั้นอย่างงงๆ แต่พอสบตาสีน้ำเงินเข้มของแมกซ์ คริสเตียนก็สะดุ้งรู้ตัวทันที เด็กหนุ่มผวาลุกขึ้นถอยไปชิดข้างผนังลิฟต์อีกข้างหนึ่ง มือบางแตะไปที่ริมฝีปากอย่างตกใจ ขณะที่แมกซ์ค่อยขยับขึ้นยืนอย่างช้าๆ

คริสเตียนหน้าแดงก่ำมองแมกซ์ที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ร่างสูงขยับเสื้อนอกด้วยท่าทางปกติทำให้คริสเตียนรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

“คุณ....” แล้วก็ยืนอึ้งกัดริมฝีปากแน่น เมื่อแมกซ์ขยับยิ้มมุมปากท่าทางไม่สนใจพูดด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ

“แค่จูบปลอบขวัญ คนที่กำลังตกใจเท่านั้น”

“ปลอบขวัญ” คริสเตียนอุทาน แล้วเงียบไปอย่างโมโหจนพูดต่อไม่ออกเบือนหน้าหนี พร้อมกับคิดในใจ

‘คงเห็นเขาตลกมากเลยสินะ แล้วจูบปลอบขวัญเขาใช้กับผู้ชายหรือไง’

ร่างบางเม้มปากแล้วก็สะดุ้งเมื่อรู้สึกระบมจนต้องใช้ปลายลิ้นเลียเบาๆ ที่ริมฝีปากนุ่มชื้น ไม่ทันสังเกตว่าชายหนุ่มจับจ้องปลายลิ้นสีชมพูอย่างกระหาย พร้อมกับกำหมัดแน่นเอามือล้วงกระเป๋าเพื่อระงับอารมณ์ แล้วทั้งคู่ก็ยืนนิ่งไม่มีใครเอ่ยปากขึ้นมาก่อนขณะที่ลิฟต์ค่อยเลื่อนลงช้าๆ

กิ๊ง...

ประตูลิฟต์เปิดออก ช่างเทคนิคกับเจ้าหน้าอีกหลายคน ยืนอออยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับรีบเอ่ยปากขอโทษ

“ขอโทษครับ ลิฟต์ตัวนี้ขัดข้องเล็กน้อย ถ้าต้องการไปชั้นอื่นกรุณาเปลี่ยนลิฟต์ครับ ผมขอตรวจเช็คสภาพตัวนี้ก่อน”

“ไม่เป็นไร เรากำลังจะลงมาชั้นนี้ล่ะ” แมกซ์โบกมือก่อนลากแขนคริสเตียนให้เดินออกมา คริสเตียนสะบัดมือออก หันไปมองแมกซ์ พูดห้วนๆ

“ผมส่งคุณแค่นี้นะครับ” ร่างสูงก้มศีรษะรับอย่างล้อเลียน

“ลาก่อนนะคริสต์ แล้วพบกันอีก” ร่างสูงพูดอย่างมีความหมาย
คริสเตียนมองตามไปจนกระทั่งรถคันยาวมาจอดเทียบด้านหน้าที่เป็นส่วนสำหรับใช้รับส่งผู้ป่วยและญาติระดับ VIP เลขาร่างสูงเดินลงมาเปิดประตูรถให้เจ้านาย ก่อนจะกลับไปนั่งคู่กับคนขับ

“หึ อย่าพบกับอีกจะดีกว่า” คริสเตียนพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากตนเองพร้อมกับคิดถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นแล้วสะบัดหน้าเบาๆ

แมกซ์เอนตัวพิงเบาะรถ รอยยิ้มยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากก่อนที่จะถามเลขาของเขา

“เรื่องสัญญากับบริษัทของคาร์ลไปถึงไหนแล้ว”

“เสร็จเรียบร้อยแล้วครับเหลือแต่รอเซ็นสัญญาเท่านั้น” โทมัสตอบ

“ดึงเรื่องไว้ก่อนนะ ยังไม่ต้องทำอะไร”

“แต่ว่า..สัญญานั่นก็เรียบร้อยดีนี่ครับ..ถ้าดึงเรื่องไว้ เอ่อ...” โทมัสอึกอัก ค่อนข้างแปลกใจกับคำสั่ง เพราะเดิมเจ้านายของเขาค่อนข้างพอใจกับสัญญาครั้งนี้มาก

“ผมบอกให้ทำก็ทำ คุณจะให้เหตุผลกับทางนั้นยังไงก็แล้วแต่คุณ”

c c c c c c

“อะไรนะ”

คริสเตียนอุทาน เมื่อเลขาของบิดาแจ้งว่าสัญญายังไม่ถูกส่งมาให้ เขาทำอย่างนี้ได้ยังไง ก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่หรือ ร่างบางโกรธจนแทบพูดไม่ออก ยิ่งคิดถึงบิดาที่ค่อนข้างเป็นกังวลเมื่อเห็นการทำสัญญาเป็นไปอย่างชักช้า คริสเตียนก็ร้อนใจนัก

“ผมจะไปพบกับทางโน้น” ร่างบางตัดสินใจก่อนจะผลุนผลันเดินออกไป

“ผมขอพบกับคุณแมกซ์ เดเวอโร ครับคุณโทมัส” คริสเตียนพูดทันทีที่เห็นหน้าเลขาของชายหนุ่ม เด็กหนุ่มเริ่มอารมณ์เสียเพราะแค่เข้ามาที่นี่ก็ต้องผ่านตั้งหลายด่าน แล้วยังเจอแค่โทมัสเลขาของชายหนุ่มเท่านั้น

“คุณคริสเตียน” โทมัสเงยหน้าจากโต๊ะทำงานอย่างตกใจ เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดมุ่นของร่างบางตรงหน้า เขาอึกอัก

“เอ่อ คุณเดเวอโร กำลังประชุมกับผู้บริหารคนอื่นๆ ครับ”

“อย่างนี้ทุกที ผมติดต่อมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่เคยได้คุยและยังไม่ติดต่อกลับอีก ทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง” คริสเตียนเงยหน้ามองไปที่ประตูห้องประธานกรรมการ แล้วก็เดินตรงไปโดยไม่ฟังเสียงห้ามของโทมัส

“คุณคริสเตียน เดี๋ยวครับ”

ร่างสูงเงยหน้าจากการประชุม เมื่อได้ยินเสียงผลักประตู เขากำลังพูดกับคนที่นั่งรับคำสั่งอยู่ตรงหน้าเขาสองสามคน แต่พอเห็นร่างบางยืนอยู่หน้าประตูห้อง แมกซ์ก็เอนร่างพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ รอยยิ้มอย่างสมใจปรากฎที่มุมปาก ขณะที่โทมัสที่วิ่งตามมามองเจ้านายอย่างตกใจ

“เอ่อ ขอโทษครับเจ้านาย”

“ไม่เป็นไร โทมัส ออกไปได้ ผมงดงานอื่นๆ นะ” แล้วก็พยักหน้าให้คนอื่นๆ

“พวกคุณออกไปก่อน ผมมีธุระ” บรรดาคนพวกนั้นเหลือบมองคริสเตียนเพื่อดูว่าใครกันที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับยอมเลื่อนประชุมออกไป ก่อนจะพากันทยอยออกจากห้อง
ร่างสูงลุกขึ้นยืนอ้อมมาพิงโต๊ะด้านนอก สบตาสีม่วงงดงามซึ่งตอนนี้เข้มขึ้นด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ ก่อนจะเอ่ยทัก

“สวัสดีคริสเตียน”

“สวัสดีครับคุณเดเวอโร” ร่างบางเอ่ยทักตอบเสียงเย็น ก่อนจะพูดต่ออย่างรวดเร็ว

“ผมมีเรื่องสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับสัญญา ทำไมถึงชักช้าในเมื่อข้อตกลงก็ไม่มีปัญหาอะไร เราตกลงกันแน่นอนแล้วไม่ใช่หรือไง” คริสเตียนเข้าเรื่องอย่างไม่รอช้า โดยไม่ทันสังเกตว่าสายตาของชายหนุ่มกวาดมองดูร่างบางตรงหน้าด้วยความพอใจ

“ตอนนี้มีปัญหา”
“หมายความว่ายังไง”

“ผมกำลังทบทวนสัญญา เพราะผมมีสิ่งที่ต้องการเพิ่มอีกบางอย่าง” คริสเตียนมองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ

“คุณต้องการอะไรเพิ่ม ในเมื่อสัญญานี้ตอนแรกคุณก็บอกว่ายอมรับราคาได้ แล้วมันก็เป็นราคาที่เหมาะสมแล้วด้วย”
แมกซ์ยืดตัวขึ้นจากโต๊ะที่พิงอยู่เขาเดินตรงเข้ามาหาคริสเตียน ร่างบางระงับความรู้สึกที่อยากจะถอยหนีไว้เมื่อแมกซ์ก้าวมายืนจนชิด ศีรษะเขาอยู่เพียงแค่ไหล่ของชายหนุ่มเท่านั้นแต่คริสเตียนเงยหน้ามองอย่างไม่ยอมแพ้ แมกซ์ยิ้มเมื่อมองดูท่าทางนั้นก่อนก้มหน้าลงจนชิด

“สิ่งที่ผมต้องการไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นคุณ” เขาพูดอย่างไม่อ้อมค้อม สบตาคริสเตียนด้วยแววตาแฝงอะไรบางอย่างที่ทำให้คริสเตียนถึงกับตะลึง เด็กหนุ่มยืนอึ้งไปชั่วครู่กว่าจะเข้าใจความหมายนั้น ร่างบางถึงกับถอยกรูดไปสองสามก้าว

“คุณหมะ....หมาย..ความว่า.... ” ร่างบางอึกอักมองอย่างไม่แน่ใจ แต่เมื่อสบตาของแมกซ์เขาก็อุทาน

“คุณจะบ้าหรือไง ผมเป็นผู้ชายนะ”

“สำหรับผม ไม่มีปัญหาอะไรนี่”
แมกซ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แล้วก้าวเข้าหาคริสเตียนช้าๆ ร่างบางก้าวถอยหลังไปทีละก้าวจนกระทั่งหลังชิดฝาห้อง คริสเตียนกำลังมึนงงจนไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เปิดโอกาสให้มือแข็งแรงคว้าเอวบางนั้นดึงมาแนบตัว ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มแนบลงมาอย่างหนักหน่วง คริสเตียนสะดุ้งรู้ตัวมือเล็กรีบผลักไสร่างสูงออก แต่แทบไม่มีประโยชน์เพราะร่างของเด็กหนุ่มถูกดันชิดผนังห้องจนไม่มีเนื้อที่ให้ขยับได้เลย

แมกซ์ใช้ปลายนิ้วกดคางเรียวเล็กลง บังคับเรียวปากนุ่มให้แยกออกแล้วสอดปลายลิ้นเข้าไปตวัดไล้เลีย ดูดดื่มความหวานนั้น ล่อหลอกร่างบางอย่างช่ำชอง ความไร้ประสบการณ์ทำให้อารมณ์ของคริสเตียนเตลิดไป ความรู้สึกวาบหวิวแปลกๆ ทำให้สติและความมีเหตุผลเริ่มปลิวหาย ศีรษะเล็กขยับเอียงแย้มริมฝีปากออกเพื่อรับจุมพิตของชายหนุ่มให้ถนัดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ร่างเล็กเอนอิงไปกับอกกว้าง มือที่ผลักไสกลับเปลี่ยนเป็นจับปกเสื้อชายหนุ่มไว้เป็นหลักยึด

เมื่อถอนริมฝีปากออกแมกซ์ก้มลงมองใบหน้างดงามของคริสเตียน สบตาร่างบางที่ยังงุนงงและเลื่อนสายตามาที่ริมฝีปากแดงระเรื่อ ชายหนุ่มอดใจไม่ไหวจึงย้ำจุมพิตลงมาอีกครั้ง มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างบางจนทำให้คริสเตียนค่อยๆ รู้ตัว จึงเริ่มดิ้นรนผลักไสแต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะรู้สึกเหมือนกับผลักไสกำแพงหนา คริสเตียนจึงครางประท้วงอู้อี้ในคอ จนเมื่อแมกซ์เงยหน้าขึ้นอีกครั้งคริสเตียนก็แทบยืนไม่อยู่ ปลายนิ้วของแมกซ์สั่นเล็กน้อยอย่างพยายามระงับอารมณ์

“ไงล่ะ ดูท่าทางคุณก็ดูท่าไม่มีปัญหาอะไรนี่” คริสเตียนยืนอึ้ง สบตาอ่านไม่ออกของชายหนุ่มแล้วสะดุ้งในใจกับคำพูดเย็นชานั้น อารมณ์โกรธพุ่งปราดขึ้นทันที

“คุณ..” ร่างบางอุทานตวัดมือขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถูกแขนแข็งแรงนั้นกันไว้ก่อนที่จะกระทบกับใบหน้า

“อย่านะคริสต์” เขาพูดเสียงต่ำๆ ตาคมกริบของทอประกายวูบ เลื่อนมือมาบีบที่ข้อมือเล็กแล้วบีบแน่น

คริสเตียนอุทานด้วยความเจ็บและเริ่มรู้สึกกลัวสายตาเย็นเฉียบนั้น นี่ล่ะสิบุคลิกที่แท้จริงของเขา คนที่เคยชินกับอำนาจต้องได้ในสิ่งที่ตนต้องการ โดยไม่ต้องสนใจว่าจะทำร้ายใครบ้าง
สายตาของคริสเตียนที่มองมาทำให้แมกซ์คลายมือเล็กเล็กน้อย ร่างบางจึงกระตุกข้อมือกลับแล้วลูบไล้ที่รอยช้ำตรงข้อมือตนเองเบาๆ สบตาดุนั้นด้วยความหวั่นกลัวชั่ววูบ แล้วก็หันหลังกลับลนลานคลำลูกบิดประตู ร่างสูงมองกริยานั้นอย่างเฉยเมย

“ผมให้เวลาคุณคิดนะ คริสเตียน” แล้วร่างสูงก็หันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ คริสเตียนชะงักมือที่เปิดประตู ลังเลเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไป

โทมัสมองร่างบางที่วิ่งผ่านไปอย่างงงๆ ก่อนเดินไปเคาะประตูห้องเจ้านาย
“เอ่อเจ้านายครับ ไม่ทราบว่า...” แล้วก็หยุดชะงักเมื่อเห็นเจ้านายโบกมือให้ จึงถอยออกมา
เงียบๆ ไม่ทันเห็นร่างสูงเอนตัวลงพิงกับเก้าอี้ นิ้วเรียวลูบที่ริมฝีปากตนเอง แล้วยิ้มอย่างพอใจ เขาจะได้สิ่งที่ต้องการแน่นอน คริสเตียนคงไม่กล้าเสี่ยงกับเรื่องที่จะทำให้คาร์ลไม่สบายใจแน่

c c c c c c

คริสเตียนยืนอยู่หน้าตึกสูงลิ่วนั้นอีกครั้ง ร่างบางเดินเข้าไปด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง เมื่อหวนนึกถึงความต้องการของ แมกซ์ เดเวอโร
เขาไม่มีทางเลือกเมื่อนึกถึงความพยายามในการติดต่อในสองสามวันที่ผ่านมา เพื่อตกลงในเรื่องสัญญาใหม่แต่ทางบริษัทเดเวอโรเพิกเฉยไม่ใส่ใจ ไม่ติดต่อกลับ ปล่อยทุกอย่างให้ค้างคาเหมือนทิ้งไว้ให้คริสเตียนตัดสินใจ เมื่อเขาติดต่อไปที่โทมัส เลขาของชายหนุ่มได้แต่บอกว่าแมกซ์กำลังพิจารณาอยู่
ร่างบางยืนพิงประตูลิฟท์อย่างตัดสินใจเด็ดขาด ข่มความละอายของการสูญเสียศักดิ์ศรี ที่ต้องยอมทำตามเงื่อนไขของแมกซิมิเลียน เดเวอโร ซึ่งมันก็เหมือนกับการขายตัวดีๆ นี่เอง แต่เขายอมทุกอย่างเพื่อแลกให้ความวิตกกังวลของบิดาหมดไป ร่างบางเชิดศีรษะขึ้น
คริสเตียนก้าวไปในห้องนั้นอีกครั้ง เขายืนนิ่งเมื่อร่างสูงเงยหน้าขึ้นสำรวจ แววตาของคริสเตียนบ่งบอกถึงความโกรธ อับอายแล้วเปลี่ยนเกลียดชัง
“คุณเดเวอโร ผมตกลงยอมรับเงื่อนไขของคุณ” ประโยคนั้นแฝงความรู้สึกมากมายจนร่างสูงถึงกับยืนนิ่ง แววตาของแมกซ์วูบไหวไปเล็กน้อย เขาวางปากกาในมือลง
‘ในที่สุดเขาก็ได้มา ร่างบางซึ่งสะดุดตาเขาตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอ’ แมกซ์คิดในใจ แต่ทำไมถึงเหมือนรู้สึกมีอะไรค้างคานะ ความคิดที่วูบขึ้นมาแต่ชายหนุ่มก็สลัดทิ้งอย่างไม่สนใจ ในเมื่อเขาได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว
“คุณต้องย้ายมาอยู่กับผม ในวันนี้เลย” คริสเตียนสบร่างตาร่างสูง
“แล้วผู้หญิงคนอื่นๆ คุณเอาไปไว้ที่ไหน ระหว่างที่ผมอยู่กับคุณ ผมไม่ต้องการมีเรื่องยุ่งยากกับบรรดาคู่ควงของคุณ”
“พวกเรามีข้อตกลงกันก่อนและมันก็จบไปแล้ว ไม่ต้องกลัวคริสเตียนผมเองก็ไม่อยากมีเรื่องยุ่งยากให้เป็นข่าวเหมือนกัน รำคาญ” แมกซ์พูดเหมือนไม่สนใจ ทั้งที่โดยส่วนตัวแล้วชายหนุ่มไม่เคยแคร์กับข่าวในเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ร่างสูงก็รู้สึกทนไม่ได้เหมือนกันแค่คิดว่าคริสเตียนอาจจะเป็นเป้าหมายของพวกนักข่าวแทนคู่ควงคนอื่นๆของเขา ชายหนุ่มแก้ตัวให้กับตัวเองเงียบๆ ว่าอย่างน้อยก็เพื่อคาร์ล ในฐานะคนเคยติดต่อธุรกิจกันมา
คริสเตียนรู้สึกเจ็บปวดวูบตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในนั้นสินะ ‘ข้อตกลง” ร่างบางคิดแล้วสูดลมหายใจลึกด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึกสบตาเขาก่อนจะเค้นเสียงพูด
“ระยะเวลาล่ะ ถึงแม้จะเป็นทาสก็สมควรได้รับการปลดปล่อยเมื่อถึงเวลานะ” แมกซ์ยืนนิ่งชั่วครู่
“3 เดือน” ชายหนุ่มหลุดปาก ทั้งที่เขาไม่เคยข้องแวะหรือผูกพันกับใครนานเกิน 1 เดือนซักที ร่างบางเงยหน้าขึ้นทันที
“เดือนเดียวเท่านั้น ถ้ามากกว่านี้ผมยินยอมทำสัญญากับที่อื่นโดยไม่แคร์อะไรอีกแล้ว”
“ตกลง” แมกซ์ยักไหล่เมื่อมองเห็นสีหน้าเด็ดเดี่ยวนั้นจึงยอมถอยมาครึ่งก้าว แค่หนึ่งเดือนเขาก็อาจเบื่อเหมือนทุกครั้งก็ได้
“คุณต้องเซ็นสัญญาซื้อขายบริษัทก่อน ผมไม่อยากเห็นพ่อกังวลและไม่สบายใจ ท่านไม่ควรต้องแบกภาระไว้อีก แล้วคุณก็ไม่ต้องกลัวผมไม่ใช่นักธุรกิจที่หวังแต่ผลประโยชน์ ผมรักษาสัญญาของผมเสมอ”
“ก็ได้ บ่ายนี้เราก็เอาสัญญาไปให้คาร์ล แล้วคุณจะได้ย้ายไปอยู่กับผม บอกกับคาร์ลแค่ว่าคุณจะเข้ามาช่วยดูแลให้ทางบริษัทผมทำตามสัญญา ในช่วงที่คนของผมเข้าไปบริหารงานที่นั่นก็ได้” คริสเตียนไม่มีทางเลือก ร่างบางสูดลมหายใจลึกก่อนจะก้มศีรษะอย่างยอมรับอย่างเงียบๆ

c c c c c c

เด็กหนุ่มก้าวเข้าไปในห้องชุดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ทั้งชั้น ของชั้นบนสุดของเซียร์ทาวเวอร์ซึ่งเป็นตึกที่พักอาศัยไม่ไกลจากสำนักงานใหญ่ของเดเวอโรมากนัก กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสง่างามแบ่งแยกเป็นสัดส่วนมีกระทั่งห้องทำงานขนาดใหญ่ ดูขึงขังแบบห้องผู้ชายเหมือนบุคลิกของเจ้าของ และระเบียงด้านหนึ่งที่ทอดไปสู่สวนหย่อมที่ถูกจัดไว้ด้วยฝีมือนักจัดสวนชั้นเลิศ แมกซ์เดินตามเข้ามา ดึงร่างบางเลยเข้าไปในห้องนอน โยนสูทไปพาดไว้กับเก้าอี้ก่อนรูดเน็คไทออกโยนตามไป มองไปที่ร่างบางแล้วยื่นข้อมือให้
“ปลดกระดุมข้อมือให้หน่อย” คริสเตียนเมินหน้า
“ผมไม่ใช่คนใช้ของคุณนะ” แมกซ์มองใบหน้างดงามที่เชิดขึ้นมา ประกายโทสะวูบออกมาเล็กน้อย เขารวบไหล่บางไว้แน่นดึงเข้ามาจนชิด
“แต่ตอนนี้คุณใช่นะ คริสต์คุณเป็นของผมตามสัญญาหนึ่งเดือนนะ อย่าลืมสิ”
“เจ็บ ปล่อยนะ” คริสเตียนอุทาน นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เมื่อเห็นชายหนุ่มยังไม่ยอมคลายมือจึงเอ่ยปากยอมแพ้
“ก็ได้! ก็ได้ ยื่นมือมาสิ” ร่างบางเม้มปาก สะบัดเสียง เมื่อชายหนุ่มปล่อยมือร่างบางก็แกะกระดุมข้อมือให้
“ก็เท่านี้แหละ” แมกซ์มองเสี้ยวหน้างดงามที่ก้มอยู่
“คุณหมายความว่าผมต้องทำอาหาร และทำความสะอาดให้ด้วยใช่มั้ย” เด็กหนุ่มเอ่ยประชด แมกซ์เชยคางร่างบางขึ้น สบตาสีม่วงใส
“ไม่ถึงขนาดนั้น อาหารสั่งจากร้านอาหารข้างล่าง หรืออยากทำอะไรกินเองง่ายๆ ก็ได้ แล้วก็จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดตอนบ่ายของทุกวัน คุณดูแลแค่ผมก็พอ” ร่างสูงจบประโยคสุดท้ายอย่างมีความหมาย ทำให้เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น
‘แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น’ คริสเตียนคิดในใจ ย้ำ ‘แค่หนึ่งเดือนเท่านั้น’ แม้จะปลอบใจตนเองแต่พอนึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น คริสเตียนถึงกับขาสั่นระริก ขณะหมุนร่างกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่มุมห้อง
แมกซ์มองร่างบางนั้นแวบหนึ่งก่อนจะดึงผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อกลับออกมาอีกครั้งก็เห็นร่างบางยังคงนั่งที่เก้าอี้ตัวใหญ่ใบหน้าดูเผือดลงไป มือประสานกันแน่นอยู่บนตัก คริสเตียนเงยหน้ามองร่างสูงที่ตอนนี้พันเอวด้วยผ้าขนหนูผืนเดียว ร่างกายยังชื้นอยู่จากการอาบน้ำ ร่างนั้นดูสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจ การไม่มีเสื้อผ้าปกปิดยิ่งทำให้เขาดูอันตรายยิ่งขึ้น
คริสเตียนรู้สึกกลัวขึ้นมาวูบหนึ่ง เขากลั้นหายใจเมื่อสบตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบคู่นั้น แต่แมกซ์เช็ดตัวเสร็จก็คว้าเสื้อคลุมแล้วบอกกับคริสเตียน
“ผมมีงานสะสางนิดหน่อย คุณไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนก่อนได้เลย”
ร่างบางค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ อย่างโล่งอกเหมือนถูกเลื่อนโทษประหาร เมื่อชายหนุ่มเดินออกจากห้องนอนคริสเตียนรีบเดินเข้าห้องน้ำบ้าง ถ่วงเวลาจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยอาบน้ำนานอย่างนี้มาก่อน แต่พอออกจากห้องน้ำยังไม่เห็นร่างสูง ร่างบางจึงถอนใจมองที่เตียงขนาดใหญ่ ก่อนจะถอยไปนั่งที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่พับขาขึ้นมาบนเก้าอี้ แล้วพริ้มตาลงอิงศีรษะกับเบาะหนังหนานุ่มนั้น ความเครียดที่คุกคามทั้งวันทำให้คริสเตียนอ่อนล้าแม้จะพยายามฝืนไว้แต่ไม่นานร่างบางก็หลับสนิท

c c c c c c

แมกซ์เดินเข้ามาในห้องนอนหลังจากเข้าไปนั่งทำงานอยู่พักใหญ่ ในที่สุดก็ยอมรับว่าทำงานแทบไม่รู้เรื่อง ความต้องการของเขามันพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เข้ามาในห้อง แต่พอเห็นท่าทางตื่นกลัวที่คริสเตียนพยายามเก็บกดไว้เลยคิดจะให้เวลาสักครู่ ทั้งที่ใจคอยแต่วนกลับมาอยู่ที่ร่างบางในห้อง จนต้องโยนปากกาลงยอมแพ้ เขาจะไม่รอไปมากกว่านี้อีกแล้ว
แมกซ์ยืนมองร่างงดงามที่กำลังฟุบหลับอยู่ที่เก้าอี้ ก้มลงช้อนร่างนุ่มละมุนขึ้นมาแล้วค่อยวางลงบนเตียง ก้มลงพรมจุมพิตลงที่ใบหน้าอย่างเบาๆ ก่อนจะเน้นหนักขึ้นเรื่อยลงมาที่ลำคอ ร่างบางเริ่มขยับก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วเกร็งตัวด้วยความตกใจ
“อ๊ะ..” ร่างบางขยับหนีทันที ขณะกำลังจะลุกขึ้น แต่แมกซ์คว้าต้นแขนไว้ดึงกลับมา
“ปล่อยนะ” คริสเตียนสะบัดแขนอย่างแรง สีหน้ารังเกียจทำให้แมกซ์เกิดโทสะขึ้น เขากระชากร่างบางลงบนเตียงอีกรอบ จนคริสเตียนที่มองเห็นแววโทสะแล้วนึกกลัวขึ้นมาวูบหนึ่งยิ่งออกแรงดิ้นเพิ่มขึ้น แต่ร่างสูงใช้ร่างหนาหนักของตนกดทับลงมา มือใหญ่รวบข้อมือเล็กไว้ทั้งสองข้าง สักครู่คริสเตียนก็หมดแรงนอนหอบหายใจอยู่
แมกซ์เลื่อนตัวมาทาบก่อนวกจุมพิตประกบไปที่ริมฝีปากบางกดหนักๆ จนคริสเตียนรู้สึกเจ็บเมื่อริมฝีปากด้านในกระทบกับฟัน ต้องเผยอริมฝีปากออกยอมให้ชายหนุ่มสอดลิ้นเข้าไป ลิ้นร้อนๆของแมกซ์ตวัดเกี่ยวกับลิ้นนุ่มอย่างชำนาญ ขณะที่มือเริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างบางเริ่มกระตุกเสื้อนอนออกจากร่างบาง
“อือม์.........อื้อ...ไม่...” คริสเตียนครางออกมาเมื่อแมกซ์ถอนริมฝีปากออกมาเลื่อนต่ำมาที่อกเรียบเนียน ใช้ฟันขบกัดปลายยอดพอให้รู้สึกเจ็บเป็นการลงโทษ จนร่างบางถึงกับสะดุ้ง
ชายหนุ่มยิ้มแล้วใช้ปลายลิ้นไล้เลียไปรอบ มือใหญ่เลื่อนไปที่เอวยางยืดของกางเกงนอนเลื่อนออกไปตามสะโพกบางอย่างรวดเร็วก่อนจะขยับตัวแทรกเข้ามาระหว่างต้นขาขาวนวล เขาจ้องมองร่างเปลือยเปล่าขาวนวลเบื้องหน้าที่งดงามไปทุกส่วนจนเกือบลืมหายใจ แมกซ์กระตุกสายรัดเสื้อคลุมที่เอวปลดออกโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วทาบร่างลงไปเสียดสีให้ร่างบางรับรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แนบอยู่ระหว่างต้นขา
“ไม่นะ ปละ..ปล่อย..นะ” เมื่อร่างบางรู้สึกถึงความใหญ่โตที่ทาบลงมาแล้ว ความรู้สึกกลัวยิ่งเพิ่มมากขึ้น มือเล็กกำหมัดเหวี่ยงออกไปอย่างเปะปะเพื่อป้องกันตนเองอย่างอ่อนแรง
แมกซ์อุทานออกมาเมื่อโดยปลายหมัดนั้นเข้าเบาๆที่ปลายคาง แม้จะไม่เจ็บแต่ดวงตาคมคู่นั้นทอประกายโทสะขึ้นมาอีก แมกซ์จึงเลื่อนมือมาที่กลางลำตัวลูบไล้ไปที่ความนุ่มละมุน กระตุ้นด้วยความชำนาญจนอารมณ์ของคริสเตียนเริ่มสั่นไหว
“ไม่..หยุดนะ.” คริสเตียนตะโกนออกมา ขณะที่แมกซ์จับต้นขาเรียวแยกออก แล้วช้อนสะโพกนุ่มขึ้น จ่อส่วนแข็งแกร่งร้อนผ่าวไปที่ช่องทางของคริสเตียนแล้วแทรกกายเข้าไปอย่างหักโหม
“อ๊าา.......” คริสเตียนกรีดเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด รู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เหมือนกับท่อนเหล็กอุ่นร้อนแทรกเข้ามาคับแน่น จนรู้สึกเหมือนร่างกายถูกแยกออกเป็นเสี่ยง ร่างบางหอบสะอื้นน้ำตาไหลซึมจนดวงหน้าเปียกชื้น
“เจ็บ..ฮึก...ออกไป...ฮึก” มือของเด็กหนุ่มยันไปที่หน้าอกกว้าง พยายามขยับตัวถอยหนี แต่ต้นขาถูกจับยึดไว้แน่น แมกซ์เงยหน้าสูดลมหายใจลึกรู้สึกถึงความคับแน่นที่โอบกระชับเขาไว้ สะโพกเขาเกร็งแน่น หยุดไว้ชั่วครู่เพื่อให้คริสต์ได้ปรับตัว
“อา.. คริสต์” แมกซ์สบตารับรู้ถึงความเจ็บปวดของคริสเตียน ดวงตาสีม่วงสดใสตอนนี้พร่ามัวไปด้วยน้ำตา ความทรมานที่เห็นในดวงตาคู่นั้นทำให้แมกซ์พยายามระงับอารมณ์ตนเองก่อนเอื้อมมือใหญ่ไปลูบไล้ระหว่างต้นขาเรียว ขยับบีบรัดส่วนสำคัญที่ยังอ่อนนุ่มของคริสต์เป็นจังหวะจนกระทั่งผิวเนื้อเรียบลื่นเริ่มตื่นตัวขึ้น ชายหนุ่มโน้มศีรษะไปจูบที่หน้าอกเรียบเนียนตวัดลิ้นไล้อย่างปลอบโยน จนร่างบางครางออกมา
เมื่อเห็นคริสเตียนเริ่มลืมเลือนความเจ็บปวดเบื้องล่าง แมกซ์จึงเริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง คริสเตียนกัดฟันแน่นครางในลำคอเมื่อรับรู้ถึงความสุขสมที่แฝงมากับความเจ็บปวดนั้น และเพิ่มมากขึ้นการเสียดสีจากช่องทางนุ่มละมุนนั้นทำให้ความอดทนของแมกซ์สิ้นสุดลง เขาครางออกมาอย่างยอมแพ้ ค่อยๆ ขยับกายถอยออกแล้วกระแทกสะโพกกลับเข้าหาร่างบางอีกครั้งอย่างหลงลืมตน และเร่งจังหวะขยับสะโพกเข้าออกเร็วขึ้น เร็วขึ้น
“อ๊า...อ๊า... อ๊ะ.. อย่า..ได้โปรด..ผมเจ็บ..” คริสเตียนครางออกมาเมื่อร่างสูงทำกับเขาอย่างไม่ผ่อนปรน ความรุนแรง ความใหญ่โตของแมกซ์ การเสียดสีเข้าออกทำให้ร่างบางเจ็บปวดแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสุขสมประหลาดล้ำยิ่งนัก รู้สึกถึงเลือดอุ่นๆไหลซึมออกมา สายตาที่มองแมกซ์เต็มไปด้วยความทรมาน ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุว่ามาจากความเจ็บปวดหรือความต้องการปลดปล่อยกันแน่ คริสเตียนเลื่อนมือไปกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น แล้วพริ้มตาลง

“อา..อ๊ะ..อื้อ...” คริสเตียนครางหอบหายใจกระชั้นถี่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ต้นขาแยกกว้างปลายเท้าจิกลงกับที่นอนหนานุ่ม มือเล็กเอื้อมไปที่ต้นแขนแข็งแรงเพื่อจับไว้เป็นหลักขณะที่สะโพกของชายหนุ่มขยับเร็วขึ้น เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ขาดเป็นห้วงๆ สลับกับเสียงครางด้วยความสุขสมตามจังหวะการสอดแทรกแต่ละครั้ง ร่างทั้งคู่ชื้นไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราวขึ้นมา
“เรียกชื่อฉันสิ...คริสต์” ชายหนุ่มครางชิดริมฝีปากบาง แต่คริสเตียนกลับเม้มริมฝีปากแน่นอย่างดื้อดึง แมกซ์ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางนั้นก่อนจะขยับเร็วขึ้นจนร่างบางสะท้าน
“อา..คริสต์..” ในที่สุดความสุขก็พุ่งขึ้นถึงที่สุดมือแข็งแรงช้อนสะโพกบางขึ้นสูงถอนกายออกจนเกือบหมดและกระแทกเข้าเป็นครั้งสุดท้ายฝังกายแน่น หลั่งรินความอบอุ่นเข้าไปในร่างคริสเตียน ทำให้ร่างบางถึงกับกรีดร้องเสียงดัง มือจิกแน่นไปที่ด้านหลังของแมกซ์ครูดปลายเล็บเป็นทางยาว ร่างก็เกร็งกระตุกพร้อมๆกับชายหนุ่ม และหลั่งรินน้ำสีขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนตัวของทั้งคู่
แมกซ์หอบหายใจผ่อนน้ำหนักมาที่แขนสองข้าง ไม่ให้ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดไปที่คริสเตียน ชายหนุ่มมองร่างบางนอนหลับตาหายใจระรวยอยู่ใต้ร่างเขา ก่อนถอนกายออกมาทำให้ร่างบางถึงกับสะดุ้ง เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีแดงระเรื่อปนกับน้ำสีขาวขุ่นของเขาระหว่างต้นขาขาวนวลคู่นั้น พร้อมๆกับรู้สึกแสบแผ่นหลังเล็กน้อยจากรอยเล็บของคริสเตียน
แมกซ์ด่าตัวเองเบาๆ เขารู้ว่าทำรุนแรงเกินไปเนื่องจากโทสะและความปรารถนาที่เก็บกดไว้นาน ทำให้เด็กหนุ่มเจ็บปวดและบอบช้ำมาก ชายหนุ่มดึงร่างบางมาจนชิดแล้วกอดไว้ถอนหายใจแล้วพึมพำปลอบโยน จนคริสเตียนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

c c c c c c

ร่างสูงขยับตัวก่อนจะลืมตาขึ้น ภายในห้องสว่างขึ้นจากแสงที่ทอดผ่านผ้าม่านหนาหนักเข้ามา ชายหนุ่มรู้สึกถึงร่างนุ่มที่นอนแนบชิด เขาค่อยๆขยับศีรษะเล็กที่หนุนไหล่เขาอยู่วางลงบนหมอน ชายหนุ่มสะบัดผ้าคลุมออกแล้วลุกขึ้นจากเตียง หันมามองร่างงดงามที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียง ร่างที่ดึงดูดใจเขาแต่แรกจนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา เรือนผมสีน้ำตาลแกมทองเป็นประกายดูยุ่งเหยิงอยู่บนหมอน ล้อมกรอบหน้าเรียว เสี้ยวหน้างดงามดูไร้เดียงสา แพขนตาปิดสนิท ปากแดงเรื่อเผยอเล็กน้อย ผิวขาวนวล ชายหนุ่มไล่สายตาลงมาที่ไหล่ลาด และแขนขาเรียวงดงามวางทอดบนเตียง
แล้วแมกซ์ก็ต้องถอนใจเมื่อเห็นร่องรอยแดงช้ำไปทั่วลำคอ หน้าอกจากฝีมือเขา ต้นขาขาวนวลคู่นั้นยังหลงเหลือคราบจากการร่วมรักเมื่อคืนนี้อยู่ แมกซ์พยายามระงับอารมณ์ ความต้องการที่เริ่มปะทุขึ้นมาแม้เพียงแค่มองร่างตรงหน้าเท่านั้น เพราะแค่เพียงเมื่อคืนร่างบางก็บอบช้ำมากพอแล้ว วันนี้อาจถึงกับเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ แมกซ์ถอนใจก่อนคลี่ผ้าคลุมให้แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มปรับน้ำให้เย็นจัดโปรยปรายลงมาเพื่อดับอารมณ์ที่กำลังร้อนรุ่มขึ้น

คริสเตียนครางเบาๆ เมื่อลืมตาขึ้นรู้สึกทั่วร่างปวดเมื่อยและระบมไปหมด เขาหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็เม้มริมฝีปาก ร่างกายที่บอบช้ำสามารถยืนยันเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวขึ้นนั่ง คิ้วเรียวสวยขมวดแน่นวางขาลงบนพื้นขณะจะฝืนทรงตัวลุกขึ้นก็เจ็บแปลบบริเวณกล้ามเนื้อจากการใช้งานในกิจกรรมที่ไม่เคยคุ้น ร่างบางหน้าแดงเรื่อเมื่อนึกถึงว่าแมกซ์ทำอะไรกับร่างกายเขาบ้าง แล้วคริสเตียนพาลคิดไปถึงตัวคนที่เป็นต้นเหตุด้วยความอับอาย เมื่อจำได้ว่าตนเองก็ได้ตอบสนองการกระทำในตอนท้ายนั้นอย่างลืมตัวเช่นกัน
แมกซ์ยืนมองร่างบางจากประตูห้อง ตาคมคู่นั้นเป็นประกายอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางเก้ๆกังๆ ของคริสเตียน ก่อนจะรีบเปลี่ยนกลับเป็นเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึก เมื่อดวงตาสีม่วงใสเงยหน้าขึ้นสบตา
ร่างบางมองแมกซ์ที่ยืนพิงกรอบประตูนั้นความรู้สึกแรกคือเขินอาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นอึดอัด สับสน และเกลียดชังปนกัน เมื่อสบตาทรงอำนาจคู่นั้น เขามองร่างสูงที่ขยับก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ ชายหนุ่มอยู่ในชุดลำลองแตกต่างจากสูททำงานที่คริสเตียนเคยเห็น แต่ท่าทางทรงอำนาจของเขาไม่ได้ลดลงเลย จนคริสเตียนรู้สึกว่าตนเองช่างอ่อนแอเมื่อเทียบกับร่างสูงโดยเฉพาะเวลานี้ที่เขาเปลือยเปล่า อยู่บนเตียงมีเพียงผ้าคลุมกายผืนเดียวเท่านั้น
แมกซ์ช้อนร่างบางขึ้น ไม่ฟังเสียงอุทานและประท้วงอย่างตกใจ เดินเข้าห้องน้ำวางร่างบางลงก่อนหันไปเปิดน้ำอุ่นใส่อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่นั่น คริสเตียนเกร็งมือยึดผ้าคลุมไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มเอื้อมมือมา เขาสบตางดงามดื้อดึงนั้น
“เป็นอะไรล่ะ ไม่เห็นจะต้องอายเลย ไม่มีส่วนไหนของคุณที่ผมยังไม่เห็นหรอก” แมกซ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ
“อย่างน้อยก็ให้ทาสของคุณมีเวลาส่วนตัวบ้างไม่ได้หรือไง” ร่างบางเชิดหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
“คุณไม่มีเวลาส่วนตัวหรอก เพราะคุณขายเวลาหนึ่งเดือนนี้ให้ผมแล้ว ทุกนาทีเป็นของผมที่จะทำอะไรก็ได้” ร่างสูงจับคางคริสเตียนไว้ก้มหน้าลงพูดจนชิดริมฝีปาก

เขามองเห็นดวงตาสีม่วงงดงามทอประกายเจ็บปวดวูบหนึ่ง คริสเตียนรู้สึกอับอายและเจ็บเหมือนถูกฟาดด้วยแส้ที่มองไม่เห็น ก่อนแววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นเฉยชา มือคลายจากผ้าคลุมตัว ทิ้งแขนลงมองข้ามไหล่ร่างสูงไป ผ้าคลุมค่อยเลื่อนลงจากไหล่บางหล่นลงไปกองที่พื้น ทำให้ร่างงดงามเปลือยเปล่าอยู่ตรงหน้า แมกซ์มองร่างบางยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาไม่ตอบโต้ เหมือนทาสที่รอให้เจ้านายสั่ง ท่าทีนั้นทำให้แมกซ์อึ้งก่อนจะพูด
“ผมจะปล่อยคุณสักพักก็แล้วกัน” เขาหันหลังเดินออกจากห้องน้ำไป คริสเตียนนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะก้าวลงแช่น้ำอุ่นจัดนั้น ร่างบางซุกหน้าลงกับเข่าอดทนอย่างเงียบๆ กับคำพูดโหดร้ายนั่น นี่เป็นเพียงคืนแรกเท่านั้นยังเหลืออีก 29 วัน คริสเตียนคิดในใจอย่างเจ็บปวด
ร่างบางเงยหน้าขึ้นหลังจากผ่านไปชั่วครู่ เริ่มขัดถูร่างกายราวกับพยายามลบรอยสัมผัสของชายหนุ่มออกไป แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล มือบางไล้ไปที่รอยช้ำทั่วร่างหวนนึกถึงร่างกายแข็งแรงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนารุนแรงของแมกซ์ ด้วยความช่ำชองของเขาทำให้คริสเตียนตอบสนองและกรีดร้องด้วยความสุขสมได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้แมกซ์คงยิ้มเยาะเขาอยู่ในใจที่สามารถเอาชนะเขาได้

TBC

0 Comments:

Post a Comment

<< Home