christ

คราวนี้เป็นตาของแมกซิมิเลียน พี่ชายของตระกูลเดเวอโร เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวเรื่องที่สอง ยินดีรับฟังคำติชมเช่นเคยค่ะ

Tuesday, January 04, 2005

christ4 (end)

By SF

สายฝนโปรยปรายลงมาบางๆ จนท้องฟ้ามองดูเป็นสีเทา ยิ่งทำให้บรรยากาศเช้าวันนี้เงียบเหงาและหดหู่มากขึ้น แมกซ์ยืนมองคริสเตียนอยู่ห่างๆ ร่างนั้นอยู่ในสูทสีดำที่ส่งให้ยิ่งดูเพรียวบางลงไปอีก ใบหน้างดงามซีดเผือด ริมฝีปากได้รูปหุบสนิท ท่าทางเฉยชาราวกับหุ่นขณะที่ยืนตากฝนมองดูป้ายหลุมศพนิ่งอยู่ คนที่มาร่วมพิธีฝังศพต่างกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงเงาร่างที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพัง ร่างสูงจึงค่อยก้าวเท้าเข้าไปยืนด้านหลัง อย่างเงียบๆ
มีเพียงวันแรกเท่านั้นที่คริสเตียนร้องไห้อยู่ในอ้อมอกเขาอย่างเสียขวัญ และควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้นคริสเตียนก็แสดงท่าทีเมินเฉยกับเขามาตลอด เด็กหนุ่มพยายามจัดงานศพเพียงคนเดียวไม่ยอมรับแม้แต่ความช่วยเหลือจากเขา สายตาที่มองตรงมาและคำพูดที่ทักทายยิ่งดูห่างเหินเหมือนกับเป็นเพียงแค่คนรู้จักกันเท่านั้น
ถึงแม้แมกซ์จะรู้สึกขัดใจมากซักขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรไปมากกว่านี้ เขากลัวว่าการแข็งขืนตอนนี้จะกดดันจนอาจทำให้ร่างนั้นแตกสลายได้

ร่างบางคุกเข่าลงช้าๆ ใบหน้างดงามนั้นเปียกชื้นจนมองไม่ออกว่าเป็นสายฝนหรือน้ำตา ขณะโน้มตัวไปจุมพิตที่ป้ายชื่อเย็นเฉียบนั่น ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ คริสเตียนตัดใจเขาจะต้องไม่ให้พ่อที่มองลงมาเป็นห่วง เขาจะต้องเข้มแข็ง
“ลาก่อนครับพ่อ” คริสเตียนฝืนยิ้มก่อนกระซิบอำลา แต่....แม้จะฝืนใจให้เข้มแข็งเท่าใดร่างกายบอบบางก็ไม่สามารถต่อสู้กับความอ่อนเพลียและพิษไข้ที่รุมเร้ามาก่อนหน้านี้ ความเข้มแข็งที่พยายามอดทนมาเป็นเวลาหลายวันเริ่มสูญสลายไป เมื่อเด็กหนุ่มขยับลุกขึ้นจึงรู้สึกหน้ามืด
ร่างบางทรุดลงพอดีกับอ้อมแขนแข็งแรงที่เอื้อมมารับ และหมดสติก่อนที่จะได้ยินเสียงเรียกอย่างตกใจ และเป็นห่วงของแมกซ์

“คริสต์! ให้ตายสิ” แมกซ์สัมผัสร่างคริสเตียนแล้วยิ่งตกใจเมื่อรู้สึกถึงผิวกายที่เย็นเฉียบเพราะสายฝน ใบหน้าเล็กนั้นซีดขาวจนเกือบเขียว ชายหนุ่มสบถด่าตนเองในใจอย่างยืดยาวที่ไม่ทันคิดปล่อยให้คริสเตียนยืนตากฝนเป็นเวลานาน
แมกซ์ช้อนร่างที่หมดสติของเด็กหนุ่มไว้ในอ้อมแขน ก้าวยาวๆ ไปยังรถที่จอดรออยู่ริมถนนด้านหน้าสุสานก่อนจะสั่งคนขับให้ตรงไปที่โรงพยาบาลอย่างใจร้อน มือใหญ่อุ้มร่างอ่อนปวกเปียกไว้บนตักขณะกระตุกเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออกอย่างรวดเร็ว แล้วห่อร่างเล็กนั้นด้วยเสื้อโค้ตของเขาที่ทิ้งไว้บนรถ
คริสเตียนห่อตัวสะท้าน เมื่อผิวกายที่เย็นเฉียบสัมผัสอากาศอบอุ่นในรถอย่างกะทันหัน ร่างบางเริ่มรู้ตัวพร้อมกับได้ยินเสียงทุ้มสั่นพร่าที่พึมพำเบาๆ อยู่ข้างหูจนต้องขยับศีรษะหนีด้วยความรำคาญแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้แน่น ทำไมหนาวอย่างนี้ เขาอยู่ที่ไหน
เขากำลังจะตายหรือเปล่า? คริสเตียนคิดอย่างสงสัย เอ....แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีไม่ใช่หรือเขาจะได้พบกับพ่ออีกครั้ง
“พ่อ.....ผมกำลังจะไปหาพ่อนะครับ” คริสเตียนพึมพำ
“ไม่! คริสเตียน คุณต้องอยู่กับผม ผมไม่ปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับคุณแน่ๆ” เสียงทุ้มๆ ค้านเขา พร้อมกับวงแขนที่รัดแน่นขึ้น จนร่างในอ้อมแขนนั้นขมวดคิ้วถอนหายใจอย่างอึดอัดแล้วก็ยอมแพ้กับความมืดที่เข้าจู่โจมอีกรอบ
แมกซ์รัดร่างคริสเตียนไว้แน่นมองหน้างดงามซีดเผือดแล้วก็นึกอย่างกังวล
ไม่! เขาจะไม่ยอมให้เกิดอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมสูญเสียคริสเตียนไปอย่างเด็ดขาด
รถเก๋งสองตอนคันยาว ถูกเร่งความเร็วตามคำสั่ง ฮีทเตอร์ถูกเร่งให้อุ่นจัดจนแมกซ์รู้สึกถึงเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม แต่อาการของร่างบอบบางในอ้อมแขนเขากลับยิ่งสั่นสะท้านและไม่ดีขึ้นเลย ชายหนุ่มซบหน้าลงกับเรือนผมนุ่มสวยพร้อมกระซิบปลอบโยน

c c c c c c

ผู้ป่วยที่พักในห้องพิเศษห้องนั้น กำลังเป็นที่สนอกสนใจของเจ้าหน้าที่พยาบาลเนื่องจากเป็นคนไข้พิเศษของแพทย์ระดับผู้ใหญ่ และที่สำคัญผู้เป็นเจ้าของไข้คือแมกซิมิเลียน เดเวอโร บุคคลที่ทรงอำนาจและอิทธิพลในวงการธุรกิจกว่าครึ่งของภูมิภาคนี้ ท่าทางเป็นห่วงกังวลอยู่เฝ้าไม่ยอมห่างนั้นทำให้ผู้คนคาดเดาความสัมพันธ์ต่างๆนาๆ
“อือ...ฮือ...” เสียงครางเบาๆ แหบแห้ง และเสียงหอบหายใจติดขัดที่ดังขึ้น ทำให้ร่างสูงที่ยืนเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างหันขวับกลับมาที่เตียงผู้ป่วยทันที ดวงตาที่เคยคมกล้านั้นกลับดูอ่อนล้าและมีริ้วรอยวิตกกังวล
เพียงไม่กี่วันก็ทำให้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงยิ่งดูบอบบางลงไปอีก ผิวกายเผือดซีดจนแทบจะเป็นสีเดียวกับผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ดวงตาปิดสนิท ขณะที่ริมฝีปากแห้งแตกและแดงเรื่อด้วยพิษไข้เผยอออก หอบหายใจอย่างทรมาน สายออกซิเจน สายน้ำเกลือและอาหารทางเส้นเลือดระโยงระยางอยู่สามสี่เส้น
“คริสต์! คริสต์! รู้ตัวแล้วหรือ” แมกซ์ทรุดนั่งข้างเตียงสีหน้ากังวลเมื่อเห็นท่าทางกระสับกระส่ายของร่างที่นอนอยู่บนเตียง ชายหนุ่มโอบร่างนั้นแนบอกรับรู้ถึงผิวกายที่ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ก่อนพึมพำเสียงพร่า
“คริสต์ ได้โปรดลืมตาเถอะ คุณนอนมาหลายวันแล้วนะ ผมมีเรื่องอยากบอกมากมาย อยากอธิบายให้คุณฟัง ลืมตามาฟังผมก่อนนะ”
ที่นี่ที่ไหนทำไมทรมานเหลือเกิน? คริสเตียนพยายามขยับตัวแต่ก็ไร้เรี่ยวแรง การหายใจแต่ละครั้งช่างยากลำบากจนทำให้เจ็บร้าวไปทั่วหน้าอก แต่เสียงทุ้มนุ่มนวลแว่วผ่านเข้ามาในโสตประสาทนั้นราวกับจะปลอบประโลมให้คลายความเจ็บปวด
ใครกันนะ? คริสเตียนคิด เสียงนั้นอ่อนโยนจนทำให้รู้สึกสบายใจ อาการกระสับกระส่ายเริ่มสงบลง ร่างบางถอนหายใจยาวก่อนจะจมอยู่ในห้วงนิทราต่อไปอีกครั้ง
แมกซ์ทอดถอนใจอย่างผิดหวังเมื่อเห็นร่างนั้นยังไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตเปลือกตาที่ไม่เคยลืมขึ้นมาอีกนับจากวันที่หมดสติไป แมกซ์ยินดีแลกทุกสิ่งทุกอย่างของเขาเพียงเพื่อจะได้เห็นดวงตาสีม่วงงดงามคู่นี้ลืมตามองเขาอีกสักครั้ง
‘ได้โปรด คริสเตียน ลิมตาขึ้นมาสิ’
หลายวันเกินไปแล้วนะ ถ้าคริสเตียนจะไม่ลืมตาขึ้นมาอีกล่ะ ชายหนุ่มใจวาบลึกด้วยความหวาดกลัว จับมือที่ร้อนผ่าวด้วยพิษไข้นั้นจุมพิตปลายนิ้วทีละนิ้วอย่างนุ่มนวลแล้วผ่อนร่างนั้นลงบนเตียง
“ผมรักคุณ ได้ยินมั้ยคริสต์ กลับมาให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะ”

ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
ดร.มาร์โร เปิดประตูก้าวเข้ามาหยุดมองภาพนั้นอย่างเห็นใจแต่ก็ไม่พูดอะไร แมกซ์วางมือคริสเตียนลงลุกขึ้นยืนก้มศีรษะทักเล็กน้อยถอยกายออกไปก้าวหนึ่ง รอจนมาร์โรเริ่มทำการตรวจรักษา สายตาชายหนุ่มจับจ้องอย่างกระวนกระวายเมื่อชายสูงอายุไม่เอ่ยปากอะไร จึงถามขึ้นอย่างอดทนรอไม่ได้
“ดร.มาร์โร คริสต์เป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“อาการดีขึ้นมากแล้วครับ ดูจากฟิล์มเอ็กซเรย์และฟังเสียงปอดแล้วก็เริ่มดีขึ้น แสดงว่าแอนติไบโอติคที่ให้คงได้ผล อีกไม่นานไข้คงลด นับว่าคริสต์ยังโชคดีมากเพราะถ้าปอดแย่ลงกว่านี้อาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แล้วภาวะแทรกซ้อนก็อาจมากกว่านี้”
“แต่ทำไมคริสต์ถึงยังไม่รู้สึกตัวอีก” ดร.มาร์โรมองท่าทางกังวลของร่างสูงอย่างเข้าใจ
“คริสต์ร่างกายอ่อนเพลียมากนะครับ ความจริงก็เริ่มไม่สบายตั้งแต่วันที่คาร์ลเสียแล้วแต่ก็ไม่ยอมรักษามัวแต่จัดงานศพอยู่ ใจแข็งมากแต่ร่างกายมันไม่ไหวแล้วยังตากฝนซ้ำอีก นิวมอเนียเลยถามหา คงต้องใช้เวลาสักพักรอให้ร่างกายฟื้นตัวแล้วก็คงตื่นเอง”
แมกซ์อึ้งเม้มริมฝีปาก ใช่สิ! เขาควรจะรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าคริสต์ไม่สบาย ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น เมื่อนึกถึงคืนสุดท้ายที่เด็กหนุ่มตากฝนกลับมาแล้วก็ยังมาผจญกับพายุอารมณ์ของเขาอีก มาร์โรหันกลับมามองร่างสูงที่ยืนอยู่อย่างพิจารณา ไม่เพียงคริสเตียนหรอก ร่างตรงหน้าเขาก็ดูซูบลง หนวดเครารกครึ้ม เสื้อผ้าก็ดูยับยุ่งเหมือนไม่ได้ใส่ใจตนเอง ร่างสูงอายุพูดอย่างเห็นใจ
“ผมว่าคุณกลับไปพักสักนิดเถอะครับคุณเดเวอโร ท่าทางคุณดูแย่มากตั้งแต่คริสต์ป่วยคุณไม่ได้กลับไปพักเลยนี่” แมกซ์เสยผมเล็กน้อย ก่อนตอบ
“ผมไม่เป็นไร ผมไม่อยากทิ้งคริสต์ไว้คนเดียว”
“ตอนนี้คริสต์อาการคงที่แล้ว ต่อไปนี้คุณไม่ต้องมาเฝ้า กลับไปพักดีกว่าผมไม่อยากต้องดูคนป่วยเพิ่ม เดี๋ยวผมจะสั่งพยาบาลพิเศษให้มาเฝ้าคริสต์แทน คุณมาแค่กลางวันก็พอ” มาร์โรตัดบท
แมกซ์ถอนหายใจก่อนจะก้มศีรษะลงยอมรับ มีไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่ชายหนุ่มยอมฟังคำสั่งคนอื่น แต่เพราะตอนนี้ ดร.มาร์โรเปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่คนเดียวของคริสต์ ทำให้แมกซ์ต้องเกรงใจบ้าง
c c c c c c

ดร.มาร์โรคะ เชิญที่ห้อง 7072 ค่ะ เสียงพยาบาลประจำตึกโทรเรียกทำให้มาร์โรเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างตกใจ ห้องคริสต์นี่นา! ร่างสูงอายุรีบวิ่งไปที่ห้องผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว เกิดอะไรขึ้นสามสี่วันที่ผ่านมาอาการก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วนี่
“มีอะไรเกิดขึ้น” มาร์โรถามเสียงเข้มตั้งแต่ที่ยังก้าวไม่พ้นประตู แต่แล้วก็อุทานอย่างยินดีเมื่อเห็นร่างบนเตียงขยับลืมตามองอย่างงงๆ
“คริสต์!” คริสเตียนกระพริบตาพร่ามัวเมื่อได้ยินดังแว่วอยู่รอบตัว มองเพดานสีขาวสะอาดแล้วกระพริบตาช้าๆ กวาดตามองไปยังกลุ่มคนในชุดขาวที่รายล้อมอยู่ แล้วก็มองเห็นใบหน้าที่คุ้นตา
“มาร์...โร..” คริสเตียนเรียกเสียงเบาแล้วก็ไอออกมารุนแรง หอบหายใจเหนื่อย มาร์โรอุทานบอกอย่างรวดเร็ว
“อย่า ยังไม่ต้องพูด พักก่อน หายใจเข้าลึกๆ มีเสมหะมั้ย บ้วนออกมาให้หมด” มาร์โรลงมือตรวจอาการและฟังเสียงปอดอย่างรวดเร็ว คริสเตียนส่ายหน้าช้าๆ เมื่อพยาบาลช่วยดูแลความเรียบร้อยให้เสร็จ ร่างบางก็ถามเสียงเบาขาดเป็นห้วงๆ
“ผมเป็น........อะไรครับ แล้วที่นี่...ที่ไหน”
“จำไม่ได้เลยสิ เราน่ะไม่สบายมากเป็นปอดบวมนะ คุณเดเวอโรพามาส่งที่โรงพยาบาลตั้งแต่....งานฝังเอ่อ...อาตกใจมากนะคริสต์ คราวหน้าห้ามทำอย่างนี้อีกนะ อาไม่อยากเสียเราไปอีกคน”
“ผมนอน....นานแค่ไหนแล้วครับ” ร่างบางสูดลมหายใจลึกเมื่อจำเหตุการณ์ได้ เขาหมดสติไปตั้งแต่งานศพของพ่อ คริสเตียนกล้ำกลืนความเจ็บปวดที่แวบขึ้นมาพยายามขยับตัวแต่แล้วก็รู้สึกขัดใจเมื่อพบว่าตนเองไม่มีเรี่ยวแรงเลย รู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียกไปหมด
“สิบวันพอดี”
“นานขนาดนั้น....เลยหรือครับ! แย่จริง!” คริสเตียนตกใจ ทิ้งศีรษะลงไปกับหมอนอย่างหมดแรง ยกมือปิดปากไอเบาๆ
“ใช่! คุณเดเวอโรอยู่เฝ้าแล้วก็เทียวไปเทียวมาตลอด ถ้าเขารู้คงดีใจ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงมาอีก”

คริสเตียนชะงักนิ่งไปครู่ใหญ่ร่างบางเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด แมกซ์หรือเขามาเกี่ยวอะไรด้วย? ทำไมไม่หายไปจากชีวิตเขาเสียที? คริสเตียนคิดอย่างมึนชา พร้อมกับตัดสินใจบางอย่างได้ มือเล็กแตะไปที่หลังมือของมาร์โร
“มาร์โร ช่วยอะไรผมหน่อยได้ไหมครับ” ร่างบางขอร้องเสียงแหบพร่า แววตาแน่วแน่ มาร์โรชะงักสบตางดงามคู่นั้นอย่างสงสัย
“อะไรหรือ...คริสต์”

c c c c c c

ปัง!!
เสียงเปิดประตูดังลั่น จนแม้สปริงที่ช่วยอยู่ก็ไม่สามารถเบรคเสียงนั้นลงได้ มาร์โรสะดุ้งเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน พยาบาลหน้าห้องวิ่งหน้าตื่นตามร่างสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว
‘เอาแล้วไง’ มาร์โรคิดในใจก่อนโบกมือให้พยาบาลถอยออกไป
“ดร.มาร์โร คุณย้ายคริสเตียนไปไว้ที่ไหน?” แววตาแมกซ์ลุกเรืองไปด้วยโทสะ เมื่อเช้านี้เขามาเยี่ยมคริสเตียนเช่นเดียวกับทุกวัน ร่างสูงใจหายวูบกับห้องที่ว่างเปล่าจนได้ทราบจากพยาบาลที่ดูแลคริสเตียนว่า ดร.มาร์โร ย้ายคริสเตียนออกจากโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้โดยที่ไม่แจ้งเขา และย้ายไปอยู่ที่ไหนก็ยังไม่มีใครรู้อีก
นั่นถึงกับทำให้แมกซ์แทบระงับโทสะไว้ไม่อยู่ มาร์โรถอนใจมองดวงตาโกรธเกรี้ยวนั้น
“คุณแมกซ์ ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงคริสต์แต่ผมบอกคุณไม่ได้”
“ทำไมถึงไม่ได้ คุณมีสิทธิอะไรที่ย้ายคริสต์ไป” เสียงตวาดห้วนๆ ดังสวนขึ้น
“ผมไม่มีสิทธิย้าย หากไม่ได้รับการอนุญาตจากตัวคนไข้เอง”
“หมายความว่าคริสต์.......” หัวใจแมกซ์กระตุกวูบอย่างยินดี เมื่อแปลความหมายของประโยคนั้นออก รู้สึกโล่งอกราวกับสิ่งหนักๆที่ทับอยู่หายไปทันที แต่แล้วความรู้สึกยินดีก็ลดวูบลงเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของมาร์โร
“คริสต์รู้สึกตัวเมื่อคืน เขาต้องการไปพักฟื้นเงียบๆ ไม่อยากให้ใครรบกวน โดยเฉพาะ....คุณ” แมกซ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บปวดที่วูบขึ้นมา แล้วถามเสียงต่ำ
“แต่คริสต์ยังไม่หาย คุณยอมให้เขาออกจากโรงพยาบาลได้ยังไง?”
“คุณแมกซ์ ผมรู้อาการของคริสเตียนดี แต่ผมเป็นหมอนะความต้องการของคนไข้ต้องมาก่อน แล้วผมก็บอกคุณแล้วว่าคริสต์น่ะดีขึ้น เพียงแต่ร่างกายต้องการพักผ่อนเขาเลยหลับนานไป ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาแล้วให้เวลาพักฟื้นสักหน่อยเขาก็จะหายดี คุณไม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”
‘ไม่ต้องห่วงงั้นหรือ เขาจะทำได้ยังไง?’ แมกซ์คิดแล้วกำหมัดแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ ก้าวเข้าไปจนชิดโต๊ะทำงานนั้นอย่างคุกคาม
“แต่ผมต้องการรู้ที่อยู่ของคริสต์ คุณย้ายคริสต์ไปไว้ที่ไหน?”
ร่างสูงอายุสั่นศีรษะช้าๆ ก่อนจะนิ่งเงียบ
“คุณจะไม่ยอมบอกผมจริงๆ ใช่มั้ย” เสียงชายหนุ่มแผ่วเบาลงอย่างอันตราย สายตาดุดันที่จ้องมองมาทำให้มาร์โรไม่สบายใจเหมือนกัน ชายสูงอายุเผลอถอนใจอย่างกังวล ทำไมเขาจะไม่รู้จักแมกซิมิเลียน เดเวอโร ลองเป็นอย่างนี้ชายหนุ่มตรงหน้าต้องควานหาคริสเตียนอย่างสุดกำลังแน่ และด้วยอำนาจของเขา คริสเตียนจะหลบหน้าได้อีกนานเท่าไหร่
แต่เมื่อมาร์โรนึกถึงสีหน้าและแววตาเจ็บปวดของคริสเตียน ชายสูงอายุก็เงยหน้าสบตาคมดุที่มองตรงมาอย่างไม่ยอมหลบ เขาไม่รู้หรอกว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไรกัน แต่เขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้คริสเตียนต้องเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้ ร่างสูงอายุส่ายหน้าช้าๆ
เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ ร่างสูงจึงหันหลังกลับไปอย่างฉุนเฉียวขณะที่ผลักบานประตู เสียงเรียกจากด้านหลังของมาร์โรทำให้เขาชะงัก
“คุณเดเวอโร มีอีกเรื่องที่คริสต์ฝากให้ผมบอกคุณ เขาขอบคุณที่ช่วยเขา แต่จากนี้ต่อไปคงไม่มีอะไรต้องรบกวนคุณแล้ว และไม่จำเป็นที่คุณต้องกังวลในเรื่องที่ผ่านมา”

แมกซ์ผลักประตูออกไป เขาก้าวออกไปยืนที่หน้าโรงพยาบาล เมื่อคนขับรถเปิดประตูให้ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถพิงศีรษะกับพนักพิงแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนแรง เมื่อหมดแรงโทสะแมกซ์กลับรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
‘คริสต์ คุณอยากให้มันจบลงงั้นหรือ? ไม่! ผมไม่อยากเชื่อว่าคุณจะตัดใจเรื่องของเราได้จริง’
แมกซ์ยกมือเสยผมแล้วทรงตัวนั่ง ชายหนุ่มยกหูโทรศัพท์ภายในรถแววตาทอประกายวูบอย่างคนที่ไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ
“มาร์คัสหรือ นี่แมกซ์นะ ฉันมีเรื่องให้นายทำ”
“ครับ คุณแมกซ์”
“ช่วยตามหาคนให้ฉันหน่อย เรื่องส่วนตัวนะมาร์คัส แล้วก็ด่วนมาก”
“ครับผม”

c c c c c c

หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนแล้วนะ ทำไมยังไม่ได้ข่าวคริสเตียนอีก แมกซ์คิดอย่างหงุดหงิด ป่านนี้คริสต์จะเป็นยังไงบ้าง อาการจะดีขึ้นหรือแย่ลงแค่ไหนแล้ว
“บ้าชะมัด” แมกซ์สะบัดมืออย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อความอดทนกำลังจะสิ้นสุด เอกสารบนโต๊ะปลิวคว้างจากการกวาดมือเพียงวูบเดียว ร่างสูงกำมือแน่นขณะหมุนตัวไปยืนหลังโต๊ะทำงาน
กริ๊งงง......
“ว่าไง” ชายหนุ่มพูดเสียงเย็นเฉียบใส่หูโทรศัพท์ ทำให้โทมัสกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ พักนี้นายอารมณ์เสียมาก ใครเข้าหน้าก็ไม่ติด ทั้งสำนักงานใหญ่ต้องระวังตัวแจ
เปล่าเลย? เวลานายโมโหนายไม่ได้อาละวาดเหมือนคุณอเล็กซ์ ขานั้นยังกับพายุพัดผ่านไปที่ไหนก็ราบที่นั่น แต่นายจะยิ่งเงียบยังกะภูเขาไฟคุกรุ่นที่รอเวลาระเบิด ยิ่งเงียบยิ่งอันตรายเพราะไม่รู้ว่าเวลาระเบิดจะรุนแรงขนาดไหน สีหน้าที่เครียดขรึมและสายตาเย็นชาที่เขม้นมองเวลามีใครทำอะไรผิดนั้น แทบจะทำให้คนที่ทำนั้นลงไปนอนชักดิ้นชักงอได้ทีเดียวแหละ
“เอ่อ! สายคุณมาร์คัสครับ” โทมัสบอกแบบเกรงๆ
“รีบโอนเข้ามา” คำสั่งตวัดห้วนๆ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับคุณแมกซ์ ข่าวดีครับ” เสียงมาร์คัสดังมาตามสาย

โทมัสเงยหน้ามองเจ้านายที่เปิดประตูออกมาอย่างรีบร้อนนั้น พร้อมกับรับคำอย่างงงๆ เมื่อเจ้านายยิ้มบอกอย่างอารมณ์ดี
“ฉันไม่กลับเข้ามาอีกแล้วนะโทมัส มีอะไรด่วนให้ตามอเล็กซ์”
โทมัสมองสีหน้าเจ้านาย แล้วก็คิดอย่างอ่อนใจ หวังว่าต่อไปคงจะกลับสู่ภาวะปกติได้แล้วนะทุกคนจะได้เลิกระวังตัวแจ ยังกับกลัวจะไปเหยียบเอากับระเบิดเข้าให้อย่างไงอย่างนั้น เพราะคนที่ลำบากที่สุดก็เลขาอย่างเขานั่นแหละจะได้เลิกเป็นกันชนให้กับคนอื่นๆ สักที

c c c c c c

แมกซ์ชะงักเมื่อเดินตามมาที่ทุ่งหญ้ากว้างทางด้านหลังของเคบินไม้หลังเล็ก ชายหนุ่มมองร่างบอบบางตรงหน้าด้วยสายตาลึกซึ้ง ความรัก ความคิดถึงที่เก็บไว้แทบจะระเบิดออกมา ในที่สุดคริสเตียนก็อยู่เบื้องหน้าเขา ใกล้แค่นี้เอง ความทุรนทุรายตลอดหนึ่งเดือนหายไปเป็นปลิดทิ้ง
มาร์คัสได้ใช้เวลาตามหาคริสเตียนด้วยความลำบากและกินเวลาเกือบเดือน เพราะเด็กหนุ่มเก็บตัวอยู่นอกเมืองที่ห่างไกลอย่างเงียบๆ ไม่มีการติดต่อกับใครเลย โชคดีที่มาร์โรเป็นฝ่ายอดทนไม่ได้และโทรศัพท์มาซักถามอาการของคริสเตียนเมื่อสี่วันก่อน ทำให้มาร์คัสตามรอยได้จากการดักฟังโทรศัพท์
คริสเตียนเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเล็กๆ ในเขตชนบทด้วยความช่วยเหลือจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนด้วยกันของมาร์โร เมื่อออกจากโรงพยาบาลก็เช่าบ้านพักที่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนั้นมากนัก มีแม่บ้านที่จ้างมาเป็นพิเศษแบบไปเช้าเย็นกลับ และมีหมอมาตรวจอาการสม่ำเสมอจนดีขึ้น แต่เด็กหนุ่มยังติดใจกับบ้านเช่าหลังเล็กที่อยู่หลังเนินหญ้ากว้างใหญ่ และยิ่งติดใจกับความเงียบสงบของที่นี่จึงคิดจะอยู่ต่ออีกสักพัก

คริสเตียนวางพู่กันในมือลง เหม่อมองไปที่ทุ่งหญ้ากว้างตรงหน้าชื่นชมกับธรรมชาติที่งดงามตรงหน้า แต่พอมองไปที่ท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มลงก็ต้องลงมือเก็บอุปกรณ์อย่างเสียดาย
พออยากจะวาดรูปขึ้นมาก็ต้องมีอุปสรรคสิน่า ต้องรีบกลับบ้านก่อนฝนจะตก ไม่อยากให้เปียกอีกรอบ เดี๋ยวก็เหมือนเมื่อวันก่อนที่จิน่าต้องวิ่งไปฟ้องหมอ คริสเตียนนึกถึงแม่บ้านร่างท้วมที่ดูแลเขาอย่างกับเป็นเด็กแล้วก็อมยิ้มอย่างอดไม่ได้
แต่เมื่อหอบอุปกรณ์ไว้ในอ้อมแขนแล้วหันกลับมา คริสเตียนก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นร่างสูงที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลนัก
ร่างบางมองอย่างไม่อยากเชื่อตาตัวเอง แมกซ์ เขามาทำอะไรที่นี่? คริสเตียนกวาดตามองร่างสูงตรงหน้า น่าแปลกที่เพียงแวบเดียวก็สังเกตการเปลี่ยนแปลงของชายหนุ่มได้ชัด เขาผอมไปหรือเปล่านะ หนวดเครารกครึ้มเหมือนไม่ค่อยดูแลตัวเอง
“คริสต์....” แมกซ์เอ่ยทักเสียงเบา แววตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นเป็นประกายวูบเมื่อสืบเท้าเข้าไปใกล้พยายามควบคุมตนเองไม่ให้รวบร่างตรงหน้าไว้ในอ้อมแขนอย่างที่ใจอยากทำ คริสต์เตียนสะดุ้งรู้ตัวลนลานทิ้งอุปกรณ์เขียนรูปในมือลงพร้อมกับก้าวถอยหลัง
“คุณมาทำไม?” เด็กหนุ่มหลุดปากถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงที่สั่นระริกของตน
“คริสต์ เราต้องคุยกันนะ ผมมีเรื่องอยากจะบอกกับคุณมากมายเหลือเกิน” แมกซ์เอ่ยเบาๆ
“ไม่! เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว” คริสเตียนสั่นหน้าปฏิเสธ พร้อมกับถอยหลังไปอีกก้าว
“คริสต์.....”
“คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก” เด็กหนุ่มเค้นเสียงถาม แววตาสับสน
“ผมต้องการคุณ คริสต์ ผม.......” ชายหนุ่มยังไม่ทันพูดจบก็ชะงักเมื่อดวงตางดงามสีม่วงทอประกายเจ็บปวดก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ เค้นเสียงพูด
“ที่ได้ไปตลอดหนึ่งเดือนนั่นยังไม่เพียงพอสำหรับคุณอีกหรือ? มันจบลงไปแล้วคุณเดเวอโร คุณไม่มีสิทธิในตัวผมอีกแล้ว ผมเป็นอิสระแล้ว” ชายหนุ่มสบถในลำคอเมื่อเห็นคริสเตียนเข้าใจผิด
“ไม่ใช่อย่างนั้น คริสต์ คุณ.......” ไม่ทันจะพูดจบประโยค ฝนที่ตั้งเค้าอยู่ก็เริ่มโปรยปรายลงมาขัดจังหวะ และเริ่มหนาเม็ดขึ้น ขณะที่ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว แมกซ์มองร่างบางอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นคริสเตียนเปียกโชกและเริ่มหนาวสั่นจนฟันกระทบกันเขาก็ก้าวเข้าประชิด แต่คริสเตียนผวาถอยหลังและออกวิ่งทันที
“คริสต์ อย่าวิ่ง! ระวัง!” แมกซ์อุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นคริสเตียนสะดุดและทำท่าจะกลิ้งลงจากเนินหญ้า ชายหนุ่มวิ่งตามไม่กี่ก้าวเขาก็คว้าร่างบางไว้ได้
“ไม่..ปล่อยผมนะ ปล่อย! บอกให้ปล่อย.....” คริสเตียนสะบัด ดิ้นรนต่อสู้ มือทุบไปที่ร่างสูงตรงหน้า แมกซ์โอบร่างบางไว้แน่นยอมให้มือเล็กนั้นประทุษร้ายอย่างไม่สนใจขณะก้าวเดินอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งคริสเตียนหมดแรงร่างกายเริ่มสั่นสะท้านด้วยอุณหภูมิในกายที่ลดลง ทำให้แมกซ์มองอย่างกังวลขณะกระชับร่างบางไว้แล้วเร่งฝีเท้าขึ้น

c c c c c c

ปัง! ปัง! แมกซ์เคาะประตูบ้านพักของคริสเตียนอย่างใจร้อน ประตูเปิดอย่างรวดเร็ว แม่บ้านร่างท้วมยืนอยู่สีหน้ากังวล พอมองเห็นร่างในอ้อมแขนแมกซ์ จิน่าก็อุทานอย่างตกใจ
“คุณคริสต์ จิน่าเป็นห่วงอยู่เชียวว่าทำไมยังไม่กลับ”
แมกซ์เดินผ่านร่างท้วมไปยังห้องนอนที่เปิดอยู่อย่างรวดเร็ว เขาสั่งเสียงห้วนด้วยความกังวล “ขอผ้าขนหนูด้วย”
จิน่าทำตามคำสั่งอย่างงงๆ มองชายแปลกหน้าที่โอบประคองคุณคริสต์ไว้แน่น แมกซ์มองร่างที่กำลังหนาวสั่นในอ้อมแขน ชายหนุ่มตัดสินใจพาไปที่ห้องน้ำกวาดตามองสำรวจก่อนจะเปิดน้ำอุ่นลงอ่าง ถอดเสื้อผ้าของคริสเตียนอย่างรวดเร็ว ไม่สนใจอาการประท้วงอย่างอ่อนแรงและปลายนิ้วเย็นเฉียบที่พยายามรั้งเสื้อผ้าไว้นั่น

ชายหนุ่มวางร่างบางลงในอ่างน้ำอุ่นจัด นวดแขนขาเรียวของคริสเตียนจนกระทั่งผิวที่ซีดขาวเริ่มเป็นสีชมพูระเรื่อ ใบหน้าและริมฝีปากสีดีขึ้น ชายหนุ่มเสยผมที่รุยร่ายนั้นขึ้นให้พ้นจากใบหน้า คริสเตียนค่อยขยับตัวลืมตาขึ้น สบตาสีน้ำเงินเข้มผ่านควันกรุ่นของไอน้ำแล้วกระพริบตา
“แมกซ์” ในความสับสนของอารมณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ คริสเตียนกระซิบชื่อชายหนุ่มด้วยเสียงแผ่วเบา
แมกซ์สูดลมหายใจเมื่อได้ยินน้ำเสียงอ่อนเบาอย่างลังเลไม่แน่ใจนั้น ชายหนุ่มช้อนร่างงดงามขึ้นจากอ่างห่อตัวให้ด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่จิน่าเอามาวางไว้ให้อย่างทันใจ แล้วอุ้มออกมาวางที่เตียง ดึงผ้าอีกผืนมาเช็ดศีรษะให้อย่างอ่อนโยน ตลอดเวลาที่ทำนั้นชายหนุ่มเงียบกริบ พยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ คริสเตียนนั่งตัวแข็งทื่อ จิกนิ้วกับฝ่ามือแน่นขณะที่ก้มหน้าลงมองตักตนเอง เมื่อผมแห้งสนิทชายหนุ่มโยนผ้าลงกับพื้น แล้วแมกซ์ดึงร่างที่ถูกพันด้วยผ้าผืนใหญ่เข้ามาชิดตัวก่อนจะพึมพำออกคำสั่งเสียงสั่น
“คริสต์ อย่า...ได้โปรด..อย่าทำกับผมอย่างนี้อีกนะ อย่าทำให้ผมตกใจอย่างนี้อีก” คริสเตียนคลายมือออกทอดถอนใจขณะเอนตัวแนบแก้มเข้าหาอกกว้างอย่างไม่รู้ตัว
จิน่าเปิดประตูเข้ามา พอเห็นภาพนั้นหญิงร่างท้วมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนถอยออกมาแล้วปิดประตูให้เบาๆ ถึงแม้จะยังไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่ภาพที่เห็นก็อธิบายได้อย่างชัดเจน ตอนนี้คุณคริสเตียนคงไม่เป็นไรแล้ว จิน่าปิดประตูบ้านให้อย่างเรียบร้อยกระชับเสื้อกันฝน ก่อนจะเดินกลับบ้านของตน

c c c c c c

ความรู้สึกอบอุ่นเริ่มเกิดขึ้นในใจของคริสเตียนก่อนที่จะคิดได้ เขากำลังจะใจอ่อน ร่างบางปฏิเสธทันที ไม่ได้ อยากกลับอยู่ในสภาพเช่นเดิมหรือไง มือเรียวบางจึงผลักไสอ้อมอกนั้นออกไป
“ปล่อย!”
แมกซ์รวบมือเล็กที่พยายามผลักไสเขาไว้ ร่างสูงเชยคางมนนั้นให้สบตาเขา แต่เด็กหนุ่มพยายามเบือนหน้าหนีจากปลายนิ้วแข็งแรงนั่น เมื่อไม่ได้ผลก็พาลหลับตาเสียเลย แต่แล้วก็สะดุ้งเพราะเท่ากับเปิดโอกาสให้แมกซ์แนบริมฝีปากลงมาทันที เมื่อสู้แรงไม่ได้ร่างบางจึงเม้มริมฝีปากแน่นพยายามวางเฉย แต่ลิ้นของชายหนุ่มกลับซอกซอนหาความหวานอย่างอ่อนโยนจนทำให้เริ่มเผลอตัว
คริสเตียนครางเบาชิดริมฝีปากชายหนุ่ม ขยับบิดข้อมือที่ชายหนุ่มรวบไว้เบาๆ เมื่อได้รับการปลดปล่อยเป็นอิสระเรียวแขนนั้นก็เอื้อมไปแตะที่ไหล่กว้าง ก่อนที่จะเลื่อนไปโอบรอบลำคอแข็งแรง แนบร่างเข้าหาขยับริมฝีปากรับจุมพิตอย่างเผลอตัว
สติของคริสเตียนถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมือใหญ่ขยับลูบไล้ไหล่บางแล้วปัดผ้าที่ห่อตัวออกเลื่อนมือมาที่ยอดอกสีชมพูระเรื่อ คริสเตียนสะดุ้งผลักชายหนุ่มออกไปทันที ดึงผ้าขนหนูกลับมาห่อตัวไว้ขยับถอยหนี แมกซ์มองสบตาสีม่วงงดงามที่ทอแววเจ็บปวดและสับสนแล้วก็เสียใจเมื่อรู้ว่า คริสเตียนกำลังหวนนึกไปถึงคืนสุดท้ายของพวกเขา
เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยเบาๆ
“อย่าทำอย่างนี้เลยคุณเดเวอโร ได้โปรดเถอะ เรื่องแบบนี้ผมสู้คุณไม่ได้หรอก ปล่อยผมไปเถอะ อย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับผมอีกเลย”

แมกซ์ครางเมื่อมองเห็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ในดวงตาสีม่วงงดงามคู่นั้น ชายหนุ่มรั้งร่างแข็งขืนนั้นเข้ามา ก้มลงจุมพิตเปลือกตาบางใสก่อนจะกระซิบ
“ผมขอโทษคริสต์ สำหรับคืนสุดท้ายนั่นผมโกรธมากจนลืมตัวไป พวกเราอยู่ร่วมกันมาระยะหนึ่งแล้วจนผมหวังว่าคุณจะรู้สึกผูกพันกับผมบ้าง เพราะผมเองก็ผูกพันกับคุณมากขึ้นทุกวัน แต่คุณกลับเมินเฉย และรังเกียจผม ผมทนไม่ได้” เด็กหนุ่มชะงักเมื่อได้ยินมองชายหนุ่มอย่างเย็นชา
“คุณโกหก! ผมไม่เชื่อ คุณมีเจดอยู่แล้วนะ คุณไม่ควรทำให้เรื่องนี้ยุ่งเหยิงไปมากกว่านี้”
“เจด” แมกซ์พึมพำอย่างงงๆ แล้วก็เข้าใจ เขาลืมเรื่องเจดไปแล้วนะเนี่ย
“เจดเป็นเหมือนน้องชายของผมเท่านั้นไม่ใช่คนรัก และที่สำคัญเจดเองก็มีคนรักอยู่แล้ว” ชายหนุ่มมองร่างบางนิ่ง แววตามั่นคงจนทำให้คริสเตียนชะงัก
“แล้วทำไม..” แมกซ์จับไหล่บางไว้ก่อนจะเสริมต่ออย่างรวดเร็ว
“ผมจะรักเจดได้ยังไง ในเมื่อมีคุณอยู่เต็มหัวใจผมอย่างนี้” แมกซ์พึมพำเสียงเบาลงสบตางดงามที่มองมาอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างอ่อนโยน
“คุณไม่รู้หรอกว่าเพียงแวบแรกที่พบกันผมก็ต้องการคุณมากจนยอมทำทุกอย่าง แต่เมื่อได้ร่างกายคุณมาผมกลับยังไม่พอใจ ผมต้องการทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงหัวใจของคุณ ผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อนนี่เป็นครั้งแรกที่ผมควบคุมอะไรไม่ได้ เมื่อผมรู้ตัวอีกทีคุณก็อยู่ในใจผมเสียแล้ว”
คริสเตียนนิ่งงันไป หัวใจกระตุกวูบด้วยความยินดีเมื่อได้ยินประโยคนั้นแต่แล้วก็ลดวูบลง เขาจะเชื่อได้อย่างไร ไม่! เขาไม่สามารถแน่ใจในตัวแมกซ์ได้ นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มจากความขัดแย้งมาก่อน มันจะลงเอยได้ดีอย่างนี้เชียวหรือ
เขาไม่เชื่อ! เขาไม่อยากเจ็บปวดอีกแล้ว มันเสี่ยงเกินไป เขาอาจไม่มีวันรอดชีวิตจากมันเป็นครั้งที่สอง
“คริสต์ ให้โอกาสผมอีกซักครั้ง ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก” แมกซ์พูดเสียงเบาเร็วด้วยความกังวลใจ เขาจะไม่ยอมสูญเสียคริสเตียนไปเป็นอันขาด
“ผมไม่เชื่อ” เด็กหนุ่มพึมพำพลางสั่นศีรษะ เมื่อแมกซ์เห็นท่าทางดังนั้น ชายหนุ่มใจหายวูบทันที แต่แล้วก็เม้มริมฝีปากอย่างไม่ยอมแพ้
ไม่! เขาไม่มีทางยอมเสียหัวใจของตนเองไปแน่ๆ คริสเตียนมองแววตามั่นคงดื้อดึงของชายหนุ่มแล้วก็ถอนหายใจเมื่อรู้สึกอ่อนเพลียวูบขึ้นมา
“อย่าผูกมัดตัวเองอย่างนี้เลยครับ อีกหน่อยคุณอาจจะเสียใจ”
“ผมไม่มีวันเสียใจ” แมกซ์ค้านออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่เด็กหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่! คุณไม่มีวันรู้หรอก บางทีตอนนี้คุณอาจจะแค่เพียงรู้สึกผิดหรือสงสารผมเท่านั้น แต่ผมไม่เป็นไรหรอก ผมสามารถดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างไม่ลำบากด้วยซ้ำ”
ดวงตาสีม่วงงดงามมองตรงมาสบตาแมกซ์ ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างทะนงตัว สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เขาสามารถอยู่ได้ เพียงแต่ว่าคงไม่สามารถรักใครด้วยหัวใจดวงนี้ได้อีกแล้ว
“แต่ผมไม่.....คริสต์..ผมอยู่ไม่ได้ ผมรักคุณ คริสต์ ได้โปรดให้โอกาสผม ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นตลอดชีวิตของผมว่า ผมรักคุณ” คริสต์นิ่งขึงเมื่อชายหนุ่มย้ำคำพูด ขณะที่แมกซ์กลั้นใจรอ

ภายในห้องเงียบสนิท คริสเตียนเริ่มรู้สึกถึงความสุขที่ค่อยๆ ผุดพรายขึ้นมา เขารู้สึกราวกับพื้นดินที่แห้งผากแล้วได้รับฝนที่โปรยปรายให้ความชุ่มชื้น
ร่างบางเริ่มรู้สึกถึงความหวัง
เขาต้องการและรอคอยสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ
“คุณแน่ใจหรือครับ” คริสเตียนพึมพำเบาๆ สบตาคมคู่นั้นอย่างลังเล เท่านั้นก็เหมือนเป็นสัญญาณให้ร่างสูงยิ้มอย่างยินดี
“คริสต์……”
ร่างบางสบตาชายหนุ่ม หากจะเริ่มต้นอีกครั้งจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือเปล่านะ เสียงกระซิบเรียกชื่อชายหนุ่มดังขึ้นอย่างลังเล
“แมกซ์” แมกซ์ยิ้มเมื่อเห็นแววตานั้นโอบร่างงดงามไว้แน่น เขาพึมพำชิดเรือนผมนุ่มสลวยนั้น
“ผมรักคุณ คริสต์”

คริสเตียนเงียบกริบไม่กล้าเอ่ยปากตอบรับประโยคนั้น เขาไม่กล้าที่จะบอกแมกซ์ด้วยประโยคเดียวกัน
รัก!
คำนั้นเหมือนกับจะเป็นเกราะชั้นสุดท้ายของตัวเขา เขาเจ็บปวดเกินกว่าที่จะลดมันลงได้ในตอนนี้ แมกซ์ค่อยๆคลายวงแขนออก ไม่เป็นไรเขารอได้ เขาจะรอวันที่คริสเตียนไว้วางใจจนยินยอมเอ่ยปากบอกรักเขา
“ผมจะพยายามทำให้คุณรักผมให้ได้ คริสต์ แต่วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้วพักผ่อนนะครับ” เขาจุมพิตที่หน้าผากก่อนจะตัดใจลุกขึ้น
‘ผมเพียงแต่อยากให้คุณรอสักนิด แมกซ์ ผมอยากให้แน่ใจกว่านี้’

แต่สำหรับตอนนี้......... ขณะที่แมกซ์จะหันตัวออกไปชายหนุ่มก็ชะงักเมื่อร่างบางดึงชายเสื้อเขาไว้ เขาหันกลับมาช้าๆ คริสเตียนเมินหน้าหนีสายตาคมกริบคู่นั้น ใบหน้าแดงระเรื่อ แต่มือยังคงยึดเสื้อชายหนุ่มไว้แน่น
“อยู่เป็นเพื่อนผม” คำพูดเบาหวิวจากร่างบาง
แมกซ์คุกเข่าลง จับคางมนให้หันมาสบตาแล้วก็ครางออกมาเบาๆ เมื่อเห็นแววตาเขินอายนั้น
“แน่ใจนะคริสต์” ร่างบางก้มหน้าลงแก้มแดงจัดขึ้น
แมกซ์ยิ้มช้อนร่างบางลงนอนบนเตียง คริสเตียนหลับตาเมื่อชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นด้วยสายฝนเมื่อครู่นี้ออกไป ก่อนจะเอนร่างลงขณะที่คริสเตียนซุกตัวเข้าหาร่างแกร่ง แมกซ์สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมตัวเองไว้อย่างสุดความสามารถ มือใหญ่เอื้อมไปคลี่ผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของทั้งคู่ไว้ เขารู้ว่าคริสเตียนยังไม่พร้อมและเขาไม่ต้องการทำลายความไว้วางใจนี้ให้เสียไปอีก
เป็นเพราะคริสเตียนบอบบางเหลือเกินและเพิ่งฟื้นไข้มาได้ไม่นาน ทำให้ชายหนุ่มต้องโอบประคองอย่างระวัง เขายิ้มอย่างพอใจเมื่อแขนเรียวเล็กของคริสเตียนโอบกอดรอบตัวเขาอย่างลังเล ตอนนี้เขาได้คริสเตียนกลับมาแล้ว ร่างบางเหลือบตามองท่าทีเป็นเจ้าของของแมกซ์แล้วก็ยิ้มเช่นกัน พวกเขาต่างเป็นของกันและกัน
“ผมรักคุณ” ชายหนุ่มกระซิบมองร่างบางที่คลี่ยิ้มงดงามอย่างมีความสุข ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตนเองได้รับรางวัลล้ำค่า เขาจะรักษารอยยิ้มนี้ไว้ตลอดไปแมกซ์สัญญากับตนเอง

c c c c c c

เกือบเดือนมาแล้วที่แมกซ์ยืนยันจะพักอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็กนอกเมืองกับคริสเตียน เมื่อเด็กหนุ่มลังเลและบอกว่ายังไม่พร้อมจะย้าย แม้คริสเตียนจะพยายามค้านเพราะไม่คิดว่าชายหนุ่มจะทนอยู่ในบ้านหลังเล็กเช่นนี้ได้ แต่แมกซ์ก็ไม่ฟัง
“ไม่! คริสต์ ผมจะไม่ทิ้งคุณให้ห่างสายตาผมอีกแล้ว พักอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกันที่นี่อากาศดีเหมาะกับการพักฟื้น รอให้คุณแข็งแรงก่อนก็แล้วกัน”
“แต่ที่นี่ไกลมาก คุณจะไปทำงานยังไง” แมกซ์ยิ้มโอบเอวบางไว้
“ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก ถ้ามีงานด่วนจริงๆ ผมไปได้ แล้วผมก็ไม่จำเป็นต้องเข้าบริษัททุกวันหรอก ผมมีผู้ช่วยเยอะ”
“หึ เจ้านายใหญ่เขาทำงานกันอย่างนี้หรือไง” คริสเตียนพึมพำมองหน้าแมกซ์
“ผมจะคอยดูว่าคุณจะทำได้จริงหรือเปล่า”

แต่แมกซ์ก็ทำได้อย่างที่พูด เขาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายๆ ด้วยซ้ำ แถมยังช่วยทำงานบ้านและทำอาหารได้อร่อยจนจิน่าชมเสียอีก แต่ที่คริสเตียนรำคาญคือทั้งคู่คอยดูแลเขายังกับเด็กๆ จนเริ่มจะทนไม่ได้
“ผมไม่ใช่เด็กนะ! คุณจะได้ห้ามทำโน่นทำนี่” คริสเตียนตะโกนอย่างโมโหตอนเย็นของวันหนึ่ง
“ผมรู้ ถ้าเด็กผมก็ทำอย่างนี้ไม่ได้สิ” แมกซ์พูดพร้อมกับแนบริมฝีปากร้อนรุมเข้ามาจุมพิตอย่างดูดดื่มจนละลายความโกรธของคริสเตียนไปได้
“ผมแค่เป็นห่วง อยากให้คุณแข็งแรงเร็วๆ เท่านั้น” แมกซ์กระซิบเบาๆ เมื่อถอนริมฝีปากออก
“แต่ตอนนี้ผมแข็งแรงแล้วนะ” คริสเตียนค้านแผ่วๆ เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มลากลงมาที่ลำคอระหง
“อืมม์ แข็งแรงแล้วหรือ งั้นผมก็ไม่ต้องรออีกแล้วสินะ” คริสเตียนหน้าแดงทันทีที่เข้าใจความหมาย
“คนบ้า...อึ้..อืมม์” เสียงประท้วงขาดหายไปทันทีเมื่อถูกปิดริมฝีปากอีกครั้ง ขณะแมกซ์ช้อนร่างบางขึ้นเดินตรงเข้าสู่ห้องนอนทันทีที่พูดจบ
ชายหนุ่มมองร่างบางในอ้อมแขนขณะวางลงบนเตียงช้าๆ ดวงตาคมกริบมองสบตางดงามคู่นั้นขณะรอ คริสเตียนหลบตาอย่างลังเล
เขารู้ว่าแมกซ์กำลังรออะไร เวลาที่ผ่านมาแมกซ์จะปฏิบัติกับเขาอย่างนุ่มนวลและระวังราวกับเป็นแก้วที่บอบบางล้ำค่า ถึงแม้บางครั้งที่คริสเตียนสัมผัสกับแววตาปรารถนารุนแรง แต่ชายหนุ่มก็ควบคุมมันไว้ได้ไม่เคยล่วงเกินอะไรมากไปกว่าจุมพิตและอ้อมกอดที่อ่อนโยน คริสเตียนรู้ว่าหากตนเองส่ายหน้าปฏิเสธ แมกซ์ก็จะไม่ล่วงเกินมากกว่านี้แม้ว่ามันจะทำให้ชายหนุ่มทรมานแทบตาย
คริสเตียนหลบตาใบหน้าแดงเรื่อ ขณะตัดสินใจพยักหน้าอย่างอายๆ
“อืมม์” แมกซ์ครางอย่างพอใจ มือใหญ่ปลดอาภรณ์ที่พันกายคริสเตียนออก ขณะที่ริมฝีปากแนบลงไปเคล้าเคลียริมฝีปากนุ่มอยู่ ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกสูดลมหายใจลึกขณะดึงเสื้อตนเองออกจากไหล่ แล้วกระตุกให้พ้นตัวอย่างใจร้อน
“อา....คริสต์ มันนานมากเหลือเกิน ผมต้องการคุณจนเจ็บปวดไปหมด” แมกซ์พึมพำเสียงสั่น คริสเตียนหลบตาขณะไล้มือโต้ตอบไปตามหน้าอกกว้างและกล้ามเนื้องดงามสมส่วน ก่อนจะลดมือลงแต่แมกซ์คว้ามือเล็กนั่นไว้ก่อนจะกระซิบ
“ยังก่อน คริสต์ ผมอยากลิ้มรสคุณทุกตารางนิ้ว” พูดจบชายหนุ่มก็เลื่อนริมฝีปากไปที่ใบหูบอบบาง ไล้เลีย ขบย้ำจนทำให้เด็กหนุ่มขนลุก อุทานเสียงพร่า
“อืมม์ นี่เป็นจุดอ่อนของคุณสินะ ผมจำได้” แล้วลากริมฝีปากที่คางมน ลำคอระหงแลบลิ้นเลียตรงจุดชีพจรเบาๆ
“อื๊อ...” ร่างบางอุทาน แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบา
“นี่..ก็อีก ใช่มั้ย” ชายหนุ่มพึมพำก่อนที่ริมฝีปากจะเลื่อนลงมาสู่ยอดอก มือเล็กจับศีรษะชายหนุ่มไว้แน่นเมื่อชายหนุ่มจู่โจมที่ตุ่มไตเล็กจนแข็งชัน แล้วย้ายไปอีกข้างหนึ่ง
“แมกซ์” เสียงพึมพำเบาหวิว
“น่ารักเหลือเกินคริสต์ คุณหวานไปหมดทั้งตัว”
ร่างบางหายใจลึกอย่างคาดหวังเมื่อริมฝีปากนั้นไล้วนที่หน้าท้องขาวนวล แล้วก็ครางอย่างขัดใจเมื่อชายหนุ่มข้ามจุดสำคัญไป เลื่อนไปที่ต้นขาและน่องเรียว ชายหนุ่มยกเท้าเล็กๆ ขึ้นจุมพิตที่หลังเท้า สัมผัสของแมกซ์ที่เล่นกับร่างบางเหมือนนักดนตรีเล่นดนตรีชิ้นโปรดของเขา คริสเตียนถอนใจสะท้านเมื่อรู้สึกว่าร่างกายตนเองไวกับความรู้สึกไปเสียทุกส่วน
ขณะนั้นอากาศภายในห้องแม้จะเย็นสบาย แต่ร่างทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพราว ได้ยินเสียงหอบหายใจดังขึ้นสลับกับเสียงครางเบาๆ คริสเตียนสะบัดศีรษะไปมาบนที่นอนเมื่อชายหนุ่มแทรกกายเข้ามา มือเรียวจิกที่ต้นแขนแข็งแรงไว้แน่น
“คริสต์..อืมม์..อา..เรียกชื่อผมสิ คริสต์”
“แมกซ์..อุ๊..อือ...แมกซ์......เร็ว..อึ๊ก...อีก..” ร่างบางเร่งชายหนุ่มอย่างลืมอาย ความต้องการมากจนบดบังสติของร่างบางไปหมดสิ้น แมกซ์ยิ้มขณะบดเบียดร่างเข้าไป เสียงสั่นพร่าจากร่างบาง ดวงตาสีม่วงพร่ามัวลึกลับ ดึงเขาให้ให้จมลงสู่ความสุขสม
“อ๊าาา.........” ร่างบางกรีดร้อง แมกซ์ครางกับการบีบรัดของกล้ามเนื้อนุ่มละมุนที่ดึงดูดเขาไว้ ร่างหนักทรุดตัวลงอย่างหมดแรงแม้จะรู้ว่าทับร่างบางให้อึดอัดแต่เขาไม่มีแรงขยับแม้แต่จะกระดิกนิ้ว
เนิ่นนานต่อมาชายหนุ่มจึงมีแรงพอจะขยับถอนตัวออกจากร่างบาง เขาพลิกตัวนอนหงายดึงตัวคริสเตียนให้มาเกยอยู่บนตัว หลับตาลงมือลูบแผ่นหลังบอบบาง แล้วเลื่อนลงไปที่สะโพกบั้นท้ายนุ่ม ยิ้มเมื่อสัมผัสถึงความเปียกชื้นที่ยังค้างคาอยู่
“ฮื้อ...” ร่างบางขยับมือชายหนุ่มออก แมกซ์หัวเราะอย่างขบขัน เมื่อเห็นศีรษะเล็กขยับหาตำแหน่งที่นอนสบายบนแผ่นอกกว้างจนร่างบางรู้สึกสะเทือนทั้งตัว คริสเตียนลืมตามามองพอสบตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นแล้วก็ต้องหน้าแดง ขยับตัวลุกขึ้นจากอกแมกซ์อย่างรวดเร็ว แต่มือแข็งแรงรัดเอวบางไว้แน่น
“แมกซ์” ร่างบางร้องด้วยความอาย มือเล็กวางบนอกกว้างไว้เป็นหลัก ชายหนุ่มเหลือบมองคริสเตียนพร้อมกับยิ้ม
“ไม่เห็นต้องอายเลย คุณงดงามออก” ร่างบางหน้าแดง เมื่อสบตาสีน้ำเงินเข้ม แววตาคู่นั้นทอประกายอบอุ่น แมกซ์รั้งร่างนั้นลงมาแนบอกอีกครั้งอย่างนุ่มนวลพร้อมกับกระซิบเบาๆ
“ผมรักคุณ”

c c c c c c

“อืมม์.....” คริสเตียนพลิกตัว งัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่เมื่อปรือตามองไปรอบๆห้องกว้างใหญ่แปลกตา ร่างบางก็ทรงตัวลุกขึ้นมากระพริบตาอย่างงงๆ แล้วก็จำได้
หลังอาหารค่ำเมื่อวานเขาบอกแมกซ์ว่า ‘อยากจะกลับบ้าน’ พริบตานั้นรอยยิ้มและแววปิติในดวงตาของแมกซ์ทำให้คริสเตียนสะดุดลมหายใจ คริสเตียนเพิ่งรู้ว่าแมกซ์รอคอยเวลานี้มาตลอด รอเวลาที่เขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากว่ายินดีที่จะกลับไปอีกครั้ง
แล้วหลังจากนั้นก็............. คริสเตียนคิดแล้วก็หน้าร้อนไปหมดเมื่อนึกถึง คืนนั้นแมกซ์ร่วมรักกับเขาอย่างเร่าร้อนจนเขาแทบจะพับไปกับอกกว้าง แล้วจู่ๆ ก็บอกว่าจะพากลับบ้านในคืนนั้นเลย ราวกับกลัวว่าจะเปลี่ยนใจในตอนเช้า
ความอ่อนเพลียและระยะทางที่ห่างไกลทำให้คริสเตียนเผลอหลับไปตอนที่อยู่ในรถ ไว้วางใจกับอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบกระชับไว้ มารู้ตัวก็อยู่บนเตียงแล้วและแมกซ์ก็ทำให้คริสเตียนไม่ทันได้สังเกตอะไรเลยนอกจากร่างสูงที่เคล้าเคลียไม่ยอมห่าง พอเช้าถึงรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องชุดที่เซียร์ทาวเวอร์ ห้องนี้กว้างขวางกว่าและตกแต่งไว้อย่างงดงาม คริสเตียนมองหาเสื้อคลุมก่อนคว้าขึ้นมาสวม เดินไปที่ประตูกระจกบานยาว ที่เปิดออกไปสู่ระเบียงกว้างรับลมจนทำให้ผ้าม่านปลิว พอรวบม่านมองออกไป ก็ต้องอุทานเมื่อเห็นสวนงดงามข้างหน้า
“โอ้โห! สวยจัง” แล้วเด็กหนุ่มก็สะดุ้งเมื่อถูกแขนแข็งแรงรวบเอวจากทางด้านหลัง ร่างบางยิ้มแล้วหันหน้ากลับมา แมกซ์แนบริมฝีปากลง
“อืมม์” คริสเตียนครางเบาๆ เมื่อชายหนุ่มถอนริมฝีปากออก
“อรุณสวัสดิ์ คริสต์” แมกซ์ทักอ่อนโยนสบตาสีม่วงงดงามคู่นั้นแล้วก็อดไม่ได้ ดึงร่างบางกลับเข้ามาในห้อง เพราะไม่อยากให้สายตาของพวกระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ ของบ้านเห็นอะไรมากนัก ถึงตัวเองจะไม่แคร์แต่ถ้าคริสเตียนรู้ เดี๋ยวจะอายจนพาลมาโกรธเขาเข้า ชายหนุ่มคิดก่อนจะก้มลงจุมพิตร่างบางอีกครั้งอย่างดูดดื่ม คริสเตียนเขย่งปลายเท้าคล้องแขนรอบคอชายหนุ่ม แล้วรีบถอนริมฝีปากออกก่อนที่ร่างสูงจะย้ำจุมพิตลงมาอีก
“แมกซ์ นี่เช้าแล้วนะครับ” ร่างบางรีบพูดทันที ทำให้แมกซ์หัวเราะ
“ไม่มีข้อห้ามซะหน่อยว่าไม่ให้ร่วมรักกันตอนเช้า” พูดจบก็ทำท่าหลบกำปั้นเล็กๆ ที่ทุบมาทันที ชายหนุ่มรวบร่างคริสเตียนมากอดแน่นจนขยับไม่ได้ กระซิบเบาๆ
“บ้านเดเวอโร ยินดีต้อนรับเจ้านายคนใหม่ของบ้าน” ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองสบตาแมกซ์ ดวงตาสีม่วงเป็นประกายระยับด้วยความสุข คริสเตียนยึดปกเสื้อของชายหนุ่มเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตที่ปลายคางแข็งแรงได้รูปนั้น ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา คำพูดที่ชายหนุ่มอยากได้ยินที่สุด
“ผมรักคุณ” ชายหนุ่มยืนตะลึงตัวชาวูบก่อนที่จะยิ้มอย่างยินดี เขากอดคริสเตียนไว้แนบอกก่อนที่จะช้อนร่างนั้นขึ้นหมุนตัวกลับไปที่เก้าอี้ตัวใหญ่ริมหน้าต่าง
“แมกซ์ จะทำอะไรน่ะ” ร่างสูงนั่งลงดื่มด่ำกับความอบอุ่นของร่างในอ้อมแขน เกยคางไว้กับศีรษะเล็กนั่น
“ผมเพียงแต่อยากกอดคุณไว้สักพัก” เขาจุมพิตศีรษะคริสเตียน ร่างบางยิ้มเล็กน้อย ซุกกายอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง แนบแก้มเข้ากับอกกว้าง เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนคริสเตียนรู้สึกง่วงขึ้นมาอีกครั้ง แมกซ์ก้มลงมองรวบปกเสื้อคลุมและชายเสื้อที่เริ่มคลี่ออกจนเห็นผิวกายขาวนวลให้ ร่างบางปรือตาขึ้นมามองขณะที่ชายหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูบอบบางนั้นเบาๆ
“คริสเตียน ผมรักคุณ”
ร่างบางยิ้มพึมพำตอบอย่างง่วงงุน
“แมกซ์ ผมก็รักคุณครับ” ก่อนหลับตาลงทั้งรอยยิ้มงดงามที่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปาก

End

christ3

By SF

คริสเตียนวางพู่กันในมือลง เมื่อเก็บรายละเอียดของรูปเรียบร้อย ในที่สุดก็เสร็จทันเวลาพอดี เด็กหนุ่มสบตากับชายในรูปขณะไล้มือไปที่เค้าโครงใบหน้าคมเข้มนั้นเบาๆ อีก 2 วันเท่านั้นก็ครบกำหนดสัญญา 1 เดือน เขาจะได้เป็นอิสระแล้ว แต่แมกซ์ไม่ได้พูดอะไรถึงเรื่องนี้เลย เขาลืมหรือไม่สนใจจะจดจำกันแน่นะ

คริสเตียนถอนใจรู้สึกสับสน เป็นเพราะบรรยากาศและท่าทีเป็นมิตรได้หายไปหลังจากทั้งคู่กลับมาจากกรีนเบย์ แมกซ์วางเฉยและมีท่าทีเหินห่าง ดูเหมือนชายหนุ่มจะจงใจหลีกเลี่ยงการอยู่ร่วมกัน ทั้งที่แต่ก่อนคริสเตียนจะขยับไปไหนแทบไม่ได้ ต้องอยู่ในสายตาของแมกซ์ตลอดเวลา นอกจากนี้ชายหนุ่มยังกลับดึกแทบทุกคืนจนบางครั้งคริสเตียนก็หลับไปก่อน ถึงแม้เมื่อกลับมาแมกซ์จะปลุกเร้าร่างบางจนตื่นขึ้นมา แล้วร่วมรักอย่างเร่าร้อนจนหมดแรงหลับไปในอ้อมแขนของกันและกัน แต่พอตอนเช้าชายหนุ่มก็รีบออกไปทำงานก่อนที่คริสเตียนจะตื่นเสียอีก

ดังนั้นตลอดช่วงเช้าที่ว่างและไม่มีอะไรทำ คริสเตียนจึงมักจะไปเยี่ยมและอยู่กับคาร์ลที่โรงพยาบาล แต่พอบ่ายเขาก็จะกลับมารอแมกซ์ และเขียนรูปต่อที่ห้อง

คริสต์ยิ้มเยาะตนเอง เมื่อรู้ตัวว่าอยากให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนตอนอยู่ที่กรีนเบย์ในช่วงแรกที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างและยอมรับในสัญญานั้น เขาก็เร่งวันเร่งคืนให้เวลาผ่านไปเร็วๆ แต่ตอนนี้ตัวเขากลับเป็นฝ่ายที่เฝ้ารอร่างสูงอยู่ทุกวัน ความรู้สึกรังเกียจ โกรธแค้นมันหายไปไหนแล้วนะ

ทั้งๆที่อีกไม่นานมันก็จะจบลงแล้ว เขาก็จะเป็นอิสระ แต่ทำไมความคิดนี้กลับไม่ทำให้เกิดความยินดีขึ้นมาเลย

คริสเตียนปิดประตูห้องที่เขาใช้เป็นที่เขียนรูป กวาดตามองไปรอบห้องชุดอันกว้างใหญ่ที่ช่างดูเงียบเหงาและว่างเปล่า วันนี้ก็เช่นเดียวกับคืนก่อนๆ ที่แมกซ์ยังไม่กลับบ้านแม้จะดึกมากแล้ว วูบหนึ่งทำให้คริสเตียนใจหายเมื่อคิดว่าชายหนุ่มอาจจะกำลังอยู่กับใครบางคน ตอนนี้แมกซ์อาจเริ่มเบื่อสถานการณ์เช่นนี้แล้วก็ได้

เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ เขาน่าจะดีใจสิ แล้วความรู้สึกหวั่นไหวนี่ล่ะ คงเป็นแค่ความรู้สึกผูกพันที่เกิดเนื่องจากความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น คริสเตียนพยายามแก้ตัวให้กับตัวเองทั้งๆ ที่หัวใจของเขาเริ่มจะรับรู้ว่าทำไม คริสเตียนกำลังนึกถึงตอนอยู่ที่กรีนเบย์ ที่นั่นเขามีความสุขเมื่ออยู่กับแมกซ์จนลืมไปว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว

คริสเตียนพับขาขึ้นมาบนเก้าอี้เอียงศีรษะพิงเบาะแล้วพริ้มตาลง เขามีเรื่องต้องคุยกับแมกซ์หลายเรื่องจึงไม่อยากนอนรอในห้อง เพราะชายหนุ่มมักจะพาอารมณ์เขาเตลิดไปโดยง่าย และทำให้คริสเตียนลืมไปหมดทุกอย่างว่าจะคุยเรื่องอะไร

c c c c c c

แมกซ์ปิดประตูเบาๆ ขมวดคิ้วเมื่อเห็นภายในห้องรับแขกยังเปิดไฟสว่าง ร่างสูงเดินมาหยุดหน้าเก้าอี้ตัวใหญ่ ชายหนุ่มคุกเข่าลงมองวงหน้างดงามที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา ก่อนจะค่อยๆ ก้มลงแต่แล้วก็ชะงักพร้อมกับถอนหายใจ ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาเขารู้คริสเตียนพยายามที่จะคุยกับเขา แต่เขากลัวว่าร่างบางจะเตือนเขาถึงสัญญานั้น

ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะอ่อนโยน และสะกดกลั้นความต้องการที่รุนแรงแต่ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน เพราะแค่เพียงอยู่ในห้องเดียวกันหรือแค่ได้ยินเสียงนุ่มๆ ของคริสเตียนอารมณ์เขาก็พร้อมที่จะเตลิดไปไกลแล้ว ดังนั้นแมกซ์จึงพยายามทำตัวให้ยุ่ง ทำงานให้มากเข้าไว้เพื่อหลีกเลี่ยงคริสเตียน ทั้งที่ฝืนกับความรู้สึกของตนเองยิ่งนัก

แมกซ์ถอนใจเมื่อรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในกับดักของตนเอง เป็นเพราะสัญญานั้นทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่เหมือนมีกำแพงสูงขวางกั้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรคงไม่สามารถลดมันลงมาได้ตราบเท่าที่คริสเตียนยังจดจำสัญญาและรอวันสิ้นสุด ชายหนุ่มขยับตัวจะลุกขึ้นแต่คริสเตียนกลับลืมตาขึ้นมาก่อน ร่างบางยิ้มอย่างอ่อนหวานและสบตาเขาอย่างงัวเงียในตอนแรกก่อนจะตื่นเต็มที่ แมกซ์รู้สึกอึดอัดในอกวูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาที่ค่อยเปลี่ยนเป็นระวังตัวและเหินห่างอย่างที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ คริสเตียนยกมือเสยผมที่ยุ่งเหยิงแล้วค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

“แมกซ์ เพิ่งกลับเหรอครับ” คริสเตียนถามเบาๆ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังอยู่ในชุดสูททำงาน

“อืมม์......ทำไมมาหลับตรงนี้ ไม่เข้าไปนอนในห้องล่ะคริสต์” แมกซ์ถามก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่มือเล็กคว้าชายเสื้อเขาไว้

“ผมรอคุณ อยากให้คุณดูรูปนะครับ”

“รอพรุ่งนี้ก็ได้นี่คริสต์” แมกซ์บอก แต่คริสเตียนเมินหน้าตอบ

“ก็ช่วงนี้คุณไปทำงานแต่เช้าทุกวัน ผมคงจะไม่รบกวนเวลาของคุณมากนักหรอก ผมรู้ว่าเวลาของคุณมีค่า” แมกซ์ชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ

“คริสต์.....” เขาครางอยู่ในลำคออยากบอกคริสเตียนนักว่า ถึงแม้จะไม่ทำอะไรแค่เพียงอยู่เฉยๆ เด็กหนุ่มก็รบกวนความคิดของเขาแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว คริสเตียนลุกขึ้นยืน

“รูปลงสีเสร็จแล้ว ผมอยากให้คุณดูรูปก่อนเผื่อต้องแก้ไข ผมกลัวว่าจะไม่ทัน” เสียงนุ่มเบาลงไปเกือบไม่ได้ยิน แต่กลับดังลั่นในโสตประสาทของแมกซ์

“คุณมีเวลา คริสต์.....” คำพูดนั้นลังเลแล้วก็ชะงักไป คริสเตียนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ

“ไม่! อีกสองวันสัญญาของเราก็จะสิ้นสุดแล้ว ผมไม่คิดว่าคุณจะลืมแต่อาจจะไม่ใส่ใจว่าผมจะไปจากที่นี่แล้ว” แมกซ์ยืนนิ่งขึงเมื่อได้ยินดังนั้น ทำไมเขาจะจำเวลาหนึ่งเดือนนั่นไม่ได้ ถึงเขาพยายามลืมเวลา และอยากยืดเวลาออกไปให้นานขนาดไหนก็คงเป็นไปไม่ได้ในเมื่อคริสเตียนเองก็คงนับวันเฝ้ารอวันนั้นอยู่ด้วย

คริสเตียนกลั้นใจขณะรอฟังคำตอบแต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบ ทำให้ร่างบางเจ็บร้าวลึก ความหวังเพียงเล็กน้อยที่มีอยู่ปลิวหายไป สิ่งที่แมกซ์ต้องการคงเป็นแค่เซ็กส์ ความสัมพันธ์พวกเขาเป็นแค่สัญญาการแลกเปลี่ยนเท่านั้นจริงๆ คริสเตียนรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองกำลังเดินตรงเข้าไปในอุโมงค์ลึกที่มองไม่เห็นทางออก แต่ก็ไม่สามารถถอยหลังออกไปได้

ร่างบางสะบัดผ้าคลุมรูปออกเมื่อเดินนำชายหนุ่มเข้ามาในห้อง แมกซ์ก้าวเข้าไปดูภาพใกล้ๆ คริสเตียนเขียนรูปเขาขณะกำลังยืนพิงระเบียงบ้านที่กรีนเบย์ แต่งกายอยู่ในชุดลำลอง แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายแต่ก็ยังสง่างาม และมีพลัง ใบหน้าเอียงเล็กน้อยสายตามองตรงออกมา แววตาบ่งบอกว่ากำลังคิดอะไรอยู่อย่างลึกซึ้ง

“คุณชอบหรือเปล่า” คริสเตียนถามเบาๆ ชายหนุ่มหันมามองร่างบาง

“ชอบสิ ผมชอบมันมาก คริสต์ คุณวาดได้ดีกว่าตัวจริงอีก”

“นั่นคือคุณที่ผมมองเห็นครับแมกซ์ ส่วนหนึ่งของคุณ ผมพยายามวาดออกมาให้ดีที่สุด แล้วก็ทันเวลาพอดี” คริสเตียนตอบเสียงเบาประโยคสุดท้ายหายไปในลำคอ สะบัดผ้าคลุมไว้เช่นเดิม ก่อนจะหันมาถามชายหนุ่มอย่างต้องการจะเปลี่ยนเรื่อง

“ถ้าคุณไม่ต้องการไห้แก้ไขอะไร ตอนนี้มันก็เป็นของคุณแล้ว”

“ขอบคุณ คริสต์” ร่างบางพยักหน้าเล็กน้อย เหลือบตามองชายหนุ่มก่อนจะถามเสียงเบา

“พรุ่งนี้วันเสาร์ คุณหยุดใช่มั้ยครับ” คริสเตียนเงยหน้าสบตาเขา แมกซ์หลบสายตานั้นเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะตอบ

“อืมม์ แต่ผมมีธุระนะคริสต์ คงไม่ว่างหรอก มีอะไรสำคัญหรือเปล่า”

“ไม่ครับ ไม่มีอะไรสำคัญหรอก” คริสเตียนก้มหน้าเพื่อซ่อนแววตาผิดหวัง ขณะที่จะขยับถอยห่าง แมกซ์ก็คว้าข้อมือเล็กไว้ดึงมากอดแนบอก ก้มลงจุมพิตเรือนผมเบาๆ

“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ” ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นเดินเข้าห้องนอน

ในใจทั้งคู่ต่างก็เจ็บปวด แต่ก็ไม่มีใครตระหนักด้วยแรงทิษฐิและความไม่เข้าใจ

c c c c c c

แมกซ์มองร่างบอบบางที่หลับสนิทอยู่บนเตียง เมื่อคืนเขาแทบไม่สามารถปล่อยมือจากคริสเตียนได้เลย ดังนั้นกว่าที่ทั้งคู่จะได้พักผ่อนก็เกือบจะเป็นเวลารุ่งสาง

ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกพรุ่งนี้แล้วสินะ เขาเหลือเวลาอีกเพียงวันเดียว คิ้วเข้มขมวดแน่น เขาไม่สามารถปล่อยคริสเตียนไปได้ ยัง! ยังไม่ใช่ตอนนี้!

แมกซ์หมุนตัวออกจากห้องอย่างลังเล คืนนี้เขาวางแผนที่จะตกลงกับคริสเตียนอีกครั้ง ถึงแม้เขาไม่เคยคาดเดาจิตใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่างงดงามนั้นได้ แต่เขารู้คริสเตียนรักบิดามาก หากเขาเสนอที่จะคืนบริษัทให้คาร์ลเพื่อแลกเปลี่ยน ร่างบางต้องไม่สามารถปฏิเสธได้แน่ และเขาก็จะได้คริสเตียนอยู่กับเขาอีกต่อไป

“กริ๊งงงงงง........”

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ดวงตาสีม่วงงดงามกระพริบลืมอย่างงัวเงีย พร้อมกับขยับลุกขึ้น ที่นอนด้านข้างว่างเปล่าและเย็นเฉียบแสดงว่าร่างสูงคงลุกไปสักพักแล้ว คริสเตียนถอนใจขณะคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวก่อนจะเดินลากออกมาด้านนอกเพื่อรับโทรศัพท์
มือเล็กผลักประตูค้างเมื่อเห็นร่างสูงเดินออกมาจากห้องทำงานคว้าหูโทรศัพท์

“ฮัลโหล....”

“........................”

“อืมม์....รับรองไม่ลืมหรอกน่า” แมกซ์ลดน้ำเสียงที่ขุ่นมัวลงเมื่อรู้ว่าอเล็กซ์ผู้เป็นน้องชายโทรมาเตือนเวลาที่นัด ความจริงแมกซ์อยากใช้เวลาอยู่กับคริสเตียนทั้งวัน แต่อเล็กซ์คงไม่ยอมแถมบอกว่ามีธุระสำคัญอีก

“........................”

“O.K. แล้วเจอกัน” แมกซ์ตัดบท วางหูโทรศัพท์ลงพร้อมกับหันหน้ามาแล้วก็ชะงักเมื่อเห็นร่างบอบบางพันด้วยผ้าห่มรุ่ยร่ายยืนมองตรงมา ดวงตาคมกริบทอประกายวูบเมื่อไล่สายตาลงมาอย่างอ้อยอิ่งทำให้คริสเตียนถึงกับหน้าแดงเรื่อกระชับผ้าให้คลุมตัวมิดชิดขึ้นแล้วอุบอิบว่า

“ผมนึกว่าคุณออกไปแล้ว”

แมกซ์เดินเข้ามาใกล้รั้งร่างเด็กหนุ่มเข้ามาจนชิด เชยคางเล็กขึ้นก้มลงเคล้าคลึงริมฝีปากนุ่มก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าไปจุมพิตอย่างดูดดื่ม กระซิบชิดเรียวปากบางอย่างล้อเลียน

“คุณทำให้ผมไม่อยากไปแล้ว” ดวงตาสีม่วงกระพริบวูบแล้วเมินหน้าไม่โต้ตอบ ชายหนุ่มจึงปล่อยมือลงช้าๆ ก่อนจะพูดต่อ

“ผมจะเข้าบริษัทก่อนแล้วไปธุระต่อ อาจจะกลับบ่ายนะคนดี รอทานข้าวกับผมนะ” คริสเตียนพยักหน้ารับเบาๆ มองตามร่างสูงที่คว้าเสื้อนอกแล้วเดินออกไป ดวงตางดงามอ่อนแสงลง

c c c c c c

คริสเตียนก้าวเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยเมื่อสายมากแล้ว พร้อมกับฝืนยิ้มอย่างร่าเริงให้กับร่างสูงอายุที่นอนเอกเขนกอย่างสบายอยู่บนเตียง

“สวัสดีครับ พ่อ” ร่างบางสวมกอดบิดาไว้แน่น คาร์ลหัวเราะ ขณะที่ดวงตาอ่อนโยนจ้องมองบุตรชายแล้วก็ทัก

“คริสต์! สุขสันต์วันเกิดนะ” คาร์ลกอดคริสเตียนแน่น

“ขอบคุณครับ” ร่างบางเงยหน้าขึ้นยิ้ม แต่ดวงตาสีม่วงกลับไม่สดใสเท่าที่เคย คาร์ลมองหน้าลูกชายแล้วจุมพิตหน้าผากเบาๆ

“วันนี้มาแต่เช้านะ จะมาทวงของขวัญวันเกิดล่ะสิ”

“แหม ผมแค่อยากได้พรแรกจากพ่อมากกว่า” คริสเตียนรีบค้าน

“งั้นหรือ เอ......ถ้างั้นของขวัญนี้ไม่ต้องเอาแล้วก็ได้มั้ง” คาร์ลหยิบกล่องของขวัญออกมาชู คริสเตียนหัวเราะก่อนจะรีบคว้ามา เขย่ากล่องเล็กๆ ในมือ ก่อนจะแกะออกดูอย่างตื่นเต้น คริสเตียนอุทานขณะหยิบกุญแจรถขึ้นมามองดูแผ่นโลหะที่เขียนว่า สุขสันต์วันเกิด จากพ่อ เด็กหนุ่มทำตาโตหัวเราะอย่างร่าเริง

“ขอบคุณครับ” คริสเตียนโน้มตัวกอดบิดา คาร์ลโอบแขนรอบร่างบุตรชายก่อนจะเอ่ยเตือน

“สัญญานะว่าจะขับอย่างระวัง”

“ครับ ผมสัญญา”

c c c c c c

คริสเตียนปิดประตูห้องบิดาเบาๆ เมื่อเห็นร่างสูงอายุหลับไปแล้ว เขายืนคิดชั่วครู่ เขายังไม่อยากกลับไปที่ห้องเพราะแมกซ์ก็คงยังไม่กลับ คริสเตียนตัดสินใจแวะที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ระหว่างทาง เด็กหนุ่มชะงักเมื่อเดินผ่านตู้ขนมเค้กขนาดใหญ่ในร้านขนม
ถึงยังไงวันนี้ก็เป็นวันเกิดเขา ถึงจะอยู่คนเดียวเขาก็ฉลองได้นี่นะ คริสเตียนคิดแล้วก็ตัดสินใจสั่ง ระหว่างรอเค้กร่างบางมองไปรอบๆ ร้านแล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นเด็กจำนวนมากเกาะรอบๆ ตู้ขนมที่มีมากมายในร้านรบเร้าพ่อแม่ให้ซื้อขนม มือเล็กรับกล่องเค้กมาแล้วจ่ายเงิน แต่ขณะที่กำลังจะขยับหลบกลุ่มเด็ก

“อ๊ะ!” คริสเตียนอุทานเบาๆ เมื่อถูกชนจากทางด้านหลังจนเซ กล่องเค้กหลุดมือตกลงที่พื้น ร่างบางพยายามทรงตัวก่อนจะหันกลับไป

“เอ่อ... ขอโทษครับ พอดีผมถูกเบียดมา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มซึ่งเป็นคนชนมีรูปร่างโปร่งบางพอๆ กับคริสเตียนรีบเอ่ยขอโทษ ก่อนจะช่วยพยุงคริสเตียนไม่ได้สนใจกับกล่องขนมของตนที่หล่นเกลื่อนพื้นเช่นกัน คริสเตียนเงยหน้ามองก่อนจะยิ้มกับท่าทางกังวลของคนตรงหน้าเขา

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็ไม่ทันระวังเหมือนกัน” คริสเตียนรีบบอก ขณะเปิดดูกล่องเค้กของตนที่ตอนนี้ไม่เหลือสภาพแล้วก็ถอนใจเล็กน้อยนำไปทิ้งถังขยะที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะหันกลับมาช่วยรวบรวมถุงขนมที่หล่นที่พื้นส่งให้กับร่างตรงหน้า

เจดรับถุงมา รู้สึกไม่สบายใจเมื่อสังเกตได้ว่าเค้กที่อีกฝ่ายทิ้งไปนั้นเป็นเค้กวันเกิด จึงยิ้มอย่างขอโทษให้กับคริสเตียนก่อนจะเสนอ

“ให้ผมซื้อเค้กชิ้นใหม่ให้นะครับ”

“ไม่ต้องหรอกครับ ยังไงมันก็มากเกินไปที่จะกินคนเดียวอยู่แล้ว” เขายิ้มเมื่อเห็นเจดงงก็เสริมต่อ

“ผมซื้อให้ตัวเอง ไม่สำคัญอะไรหรอกครับ” คริสเตียนยิ้มแต่เจดก็สังเกตเห็นแววเหงาๆ ที่ซ่อนในดวงตาสีม่วงงดงามนั้น จึงเอ่ย

“งั้นอนุญาตให้ผมเลี้ยงกาแฟคุณซักแก้ว เพื่อเป็นการขอโทษด้วยนะครับ” เจดเสนอ คริสเตียนทำท่าจะปฏิเสธแต่เมื่อเห็นแววตาจริงใจคู่นั้นจึงรับปากเบาๆ

“ก็ได้ครับ” ทำให้เจดยิ้มอย่างยินดี

“ขอบคุณครับ อ้อ! ผมเจด ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“คริสเตียนครับ แต่เรียกคริสต์เฉยๆ ก็ได้” คริสเตียนจับมือเรียวของเจดที่ยื่นมาให้พร้อมกับแอบพิจารณาเจด เจดสูงกว่าเขานิดหน่อย และคงอายุมากกว่าเขาแค่ 2 – 3 ปี เท่านั้นมั้ง ใบหน้างดงามดูแจ่มใส โดยเฉพาะตาสีเขียวที่อ่อนโยนเปี่ยมด้วยไมตรีคู่นั้น เจดหันกายเดินนำหน้า แล้วก็นึกถึงนัดตัวเองขึ้นมาได้ จึงหันมายิ้มจืดๆ ให้กับคริสต์

“ผมนัด...เอ่อ..เพื่อนไว้ เขาคงรออยู่ที่ร้านกาแฟนะครับ ถ้ายังไงให้เราฉลองวันเกิดให้คุณเป็นการขอโทษที่ผมทำเค้กคุณหล่นดีมั้ยครับ และถือเป็นโอกาสดีที่ได้เจอเพื่อนใหม่ด้วยนะครับ”

คริสเตียนยิ้มอย่างขำๆเล็กน้อย ขณะฟังคำพูดอึกอักเล็กน้อยตอนที่พูดถึงเพื่อน ‘คงเป็นคนพิเศษล่ะมั้ง’ คริสเตียนคิดเมื่อเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของเจด เด็กหนุ่มยืนคิดเล็กน้อยก่อนจะก้มศีรษะรับ ทำให้เจดยิ้มอย่างยินดี

c c c c c c

เจดเดินนำคริสเตียนเข้าไปในร้านกาแฟที่ตกแต่งไว้อย่างงดงาม ก่อนจะกวาดสายตามองหาแล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างปราณีต ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยขณะนั่งอ่านหนังสือด้วยท่าทีสบายๆ มีแก้วกาแฟควันกรุ่นอยู่ตรงหน้า โดยไม่สนใจเลยว่าหน้าตาและบุคลิกของตนเองจะเป็นจุดสนใจของผู้ที่ผ่านไปมาอย่างไร

คริสเตียนมองตามสายตาเจดแล้วก็ชาวูบเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตานั่งอยู่

‘ไม่นะ! คงไม่บังเอิญขนาดนี้หรอก’ เด็กหนุ่มคิดในใจ แต่เจดกลับคว้ามือคริสเตียนพาเดินตรงไป คริสเตียนลากขาตามไปช้าๆ อย่างสับสนทั้งที่ใจอยากจะวิ่งหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ ร่างบางหลับตาลงอย่างเจ็บปวดเมื่อได้ยินเสียงเจดเอ่ยทัก

“แมกซ์ ขอโทษครับที่ทำให้รอ เอ่อ....แล้วอเล็กซ์ล่ะครับ” เจดทักชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ แมกซ์เงยหน้าขึ้นก่อนจะรับยิ้มอ่อนโยน แต่พอร่างสูงมองเลยมาที่คนเดินตามหลังก็ถึงกับชะงัก

“คริสต์” แมกซ์อุทานก่อนจะลุกขึ้นยืน

“แมกซ์..เอ่อ...คุณเดเวอโร” เด็กหนุ่มกระพริบตา ทักตอบด้วยเสียงเรียบเฉยขณะที่มือบางสั่นเล็กน้อยก่อนจะวางของที่ช่วยเจดถือมาลงบนโต๊ะ เจดยืนงง

“พวกคุณรู้จักกันแล้วหรือครับ” เจดทักแล้วก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่ตึงเครียด

“แค่เคยพบหน้ากันเท่านั้น” คริสเตียนโกหก แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อรู้ว่านี่เองคือนัดสำคัญของแมกซ์ที่ทำให้เขาไม่ว่าง เจดคงจะเป็นคนสำคัญของเขาเพราะเพียงแค่นี้คริสเตียนก็รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่อ่อนโยนระหว่างคนทั้งคู่ได้อย่างชัดเจน

คริสเตียนหายใจขัดเมื่อมองไปที่เจด แมกซ์ทำได้อย่างไรทั้งที่มีคนรักงดงามอย่างนี้แล้วทำไมถึงมายุ่งกับเขา เด็กหนุ่มฝืนยิ้มเขาไม่ต้องการทำร้ายเจด ชายหนุ่มที่มีอัธยาศัยดีคนนี้ ถ้าเจดรู้ว่าคริสเตียนมีความสัมพันธ์กับคนรักของตน เจดคงจะเสียใจมาก

“เอ่อ......พอดีผมนึกได้ว่ามีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะครับเจด” ร่างบางเอ่ยขึ้นแล้วหันกายไปอย่างรวดเร็วไม่รอฟังคำทักท้วง

“เดี๋ยวก่อนคริสต์!” แมกซ์เรียกเมื่อเห็นแววตาของคริสเตียน เขาก้าวยาวๆ 2-3 ก้าวก็ตามคริสเตียนทัน คว้าข้อมือเล็กไว้ เด็กหนุ่มหันขวับกลับมาแววตาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา

“ปล่อยผมนะ คุณทำอย่างนี้เดี๋ยวคนรักคุณก็สงสัยหรอก” คริสเตียนกระซิบเสียงเบา

“คริสต์ เจดน่ะเป็น...” แมกซ์หยุดพูดเมื่อร่างบางสะบัดข้อมือออกทันที

“หยุด! ไม่จำเป็นต้องบอก ผมรู้แล้ว” คริสเตียนพูดเสียงสั่นเขาไม่อยากฟังแค่นี้ก็เจ็บพอแล้วไม่อยากได้ยินอะไรที่ทำร้ายความรู้สึกมากไปกว่านี้ สายตาที่มองแมกซ์เย็นชาและห่างเหิน เขาถอยหลังไปอีกก้าวแล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แมกซ์ขยับจะตามแต่ก็ชะงักเมื่อเด็กหญิงสองคนที่วิ่งเล่นสวนมาชน แมกซ์ก้มลงประคองพอเงยหน้าขึ้นอีกครั้งเด็กหนุ่มก็หายเข้าไปในกลุ่มคนเสียแล้ว ร่างสูงก้าวไปสองสามก้าวแล้วมองหาพร้อมกับสบถในใจอย่างรุนแรง ก่อนจะหันกลับมาช้าๆ

เจดมองแมกซ์อย่างเข้าใจสถานการณ์ แล้วหวนนึกถึงสิ่งที่ตนเองกับอเล็กซ์สงสัยแต่ก็ไม่พูดอะไร

“เจดรู้จักกับคริสต์ตั้งแต่เมื่อไหร่” แมกซ์ถามก่อนทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งทั้งที่ใจปลิวตามร่างที่หายลับตาไปแล้ว

“เมื่อกี้นี้เองครับ ผมทำเค้กวันเกิดของคริสต์หล่น เลยเชิญคริสต์มาเพื่อจะเลี้ยงวันเกิดให้ เป็นการขอโทษนะครับ”

“วันเกิดของคริสต์หรือ” แมกซ์พึมพำ นึกถึงคำถามของเด็กหนุ่มเมื่อคืนนี้ แมกซ์เม้มปากทำไมคริสต์ถึงบอกว่าไม่สำคัญอะไร คริสต์ไม่รู้หรือว่าทุกอย่างของตนเองสำคัญสำหรับเขาทั้งนั้น ร่างสูงรู้สึกกระสับกระส่าย เจดมองอย่างเข้าใจแตะแขนเสื้อแมกซ์เบาๆ

“ตามไปสิครับแมกซ์ คริสต์คงเข้าใจอะไรผิด ไม่ต้องห่วงผมหรอกเดี๋ยวอเล็กซ์คงมารับ” เจดพูดถึงอเล็กซิสคนรักของตัวเอง แมกซ์มองเจดแล้วก็ยิ้ม

“ขอบใจนะเจด” ร่างสูงก้มลงจุมพิตเจดเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

เจดมองร่างสูงของแมกซ์ที่เดินออกไปแล้วก็ยิ้มบางๆ แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ท่าทีแปลกๆของแมกซ์ทำให้เจดรู้ว่าสิ่งที่ตนเองคิดไว้คงไม่ผิด

“เอ๊ะ!.....” เจดอุทานเมื่อรู้สึกถูกโอบจากด้านหลังและจมูกโด่งยื่นมาสัมผัสแก้มนวล ก่อนจะหันหน้าไปทำตาเขียวใส่คนที่ทำอะไรไม่รู้จักอายเลย

“อเล็กซ์!....” ชายหนุ่มร่างสูง ใบหน้าคมเข้มและดวงตาคมกริบมองมา แล้วก็ยิ้มทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้เจดถอนใจอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรกับคนตรงหน้าดี

“แมกซ์ล่ะ! ทำไมยังไม่มาอีกอุตส่าห์บอกว่าธุระด่วนแล้วนะ วันนี้ผมไม่ยอมให้เลี่ยงคำถามได้หรอก” อเล็กซ์มองหาพี่ชาย แต่เจดดึงมือใหญ่ให้นั่งลงข้างๆ

“คงไม่ต้องแล้วล่ะ ผมคิดว่าอีกไม่นานเราก็คงรู้เรื่อง รอให้แมกซ์เล่าให้ฟังเองดีกว่า” เจดเอ่ยแล้วยิ้มขณะที่ดวงตาเป็นประกายทำให้อเล็กซ์มองอย่างสงสัยแล้วคาดคั้น

“คุณรู้แล้วล่ะสิ” เจดทำหน้าเฉยแล้วสั่นหน้า ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงขู่เข็ญแกมออดอ้อนอย่างอยากรู้ของร่างสูงตรงหน้า

c c c c c c

คริสเตียนเดินแกมวิ่งออกมาอย่างไม่รู้ทิศจนพ้นบริเวณนั้น ร่างบางเหลียวมองไปรอบๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง ความรู้สึกเริ่มกลับคืนมาพร้อมๆ กับความเสียใจที่ทวีขึ้น โง่จริงๆ ร่างบางลงโทษตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าแมกซ์ต้องการแค่ร่างกายของเขาแต่เขาก็ยังเผลอใจ ชายหนุ่มทำได้ยังนะที่รักอีกคน แต่มามีความสัมพันธ์กับอีกคนในเวลาเดียวกัน

แมกซ์มอบความรักอ่อนโยนให้กับเจด ขณะที่เขาคงเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ใคร่ ร่างบางย้ำกับตนเองให้ให้จดจำ แล้วซบหน้าลงปล่อยความเสียใจที่กล้ำกลืนไว้ จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานร่างบางสูดลมหายใจลึกๆ ทำไมเขาถึงมาหลงรักคนใจร้ายอย่างนี้ได้นะ

รักงั้นหรือ ?

ไม่! ไม่จริง! ร่างบางสะบัดหน้าทันที พรุ่งนี้สัญญาก็จบสิ้นลงแล้ว เชิดหน้าไว้สิอย่าให้คนอื่นต้องมาหัวเราะเยาะเอาได้เชียว

ร่างสูงเปิดประตูอย่างรวดเร็วกวาดตาไปรอบห้องพักอันกว้างขวาง ก่อนจะเดินเปิดไปทุกห้องอย่างใจร้อน

“คริสต์....คริสต์...” มือใหญ่ยกเสยผมอย่างกังวลเมื่อรู้คริสต์กลับไม่ถึงบ้าน ชั่วแวบหนึ่งที่คิดว่าคริสต์อาจจะไม่กลับมาทำให้ร่างสูงใจหายแล้วก็ปฏิเสธในใจ

‘ไม่! ไม่หรอก! คริสต์เป็นคนรักษาสัญญา แล้วนี้ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันคริสต์จะต้องกลับมาแน่’ แมกซ์คิดอย่างแน่ใจ

เวลาผ่านไปจนค่ำร่างสูงเดินกลับไปกลับมา ‘ทำไมคริสเตียนยังไม่กลับในเมื่อตอนนี้ก็เย็นมากแล้วแถมฝนยังตกหนัก หรือว่าจะอยู่กับคาร์ล’ ชายหนุ่มคิดพร้อมกับคว้าหูโทรศัพท์หมุนไปที่โรงพยาบาลทันที

“สวัสดีครับคุณเดเวอโร” เสียงคาร์ลทักมาตามสายอย่างแปลกใจเมื่อรู้ว่าใครเป็นผู้โทรมา

“อาการเป็นอย่างไรบ้างครับพอดีงานมาก ไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมอีกเลย” แมกซ์ถาม

“ดีขึ้นครับ แต่หมอยังไม่ให้กลับบ้านสงสัยคริสต์แอบบอกไว้แน่เลย” คาร์ลหัวเราะ หึ หึ

“คริสต์ก็อยู่ที่นั่นหรือครับ” แมกซ์เอ่ยถามทันที

“ไม่ครับกลับไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงนิดหน่อย วันนี้มาตั้งแต่เช้าวันเกิดเขานะครับ มาทวงของขวัญกับคำอวยพร” คาร์ลพูดอย่างเอ็นดู แมกซ์กำหูโทรศัพท์แน่น ขณะพยายามฝืนคุยต่ออีกสองสามประโยคก่อนจะบอกลา

แมกซ์วางหูโทรศัพท์ลงช้าๆ คริสเตียนไม่ได้อยู่กับคาร์ลแล้วร่างบางไปอยู่ที่ไหนนะ แมกซ์คิดถึงท่าทางของคริสเตียนเมื่อตอนบ่ายแล้วก็ให้กังวลมากขึ้น แววตาที่รับรู้แฝงแววเสียใจนั้นทำให้เขาอยากรู้ว่าร่างบางเข้าใจเหตุการณ์ผิดไปแค่ไหน

แมกซ์ชะงักเมื่อคิดได้ นั่นหมายความว่าคริสเตียนเริ่มมีใจกับเขางั้นหรือชายหนุ่มเริ่มคิดอย่างมีความหวัง ถ้าเขาวางแผนดีๆ เขาอาจจะได้ร่างบางอยู่กับเขาต่อไปก็ได้

ชายหนุ่มมองนาฬิกาเป็นรอบที่ร้อย เขารอด้วยความวิตกกังวลมาเป็นเวลานาน พอเวลาผ่านไปความหงุดหงิดจึงเริ่มเกิด และค่อยเพิ่มมากขึ้น มากขึ้น จนกลายเป็นความโกรธ

แกร็ก!

เสียงประตูด้านหน้าดังขึ้นเบาๆ ทำให้ชายหนุ่มหันขวับทันที

คริสเตียนเปิดประตูเข้ามา ร่างบางเปียกชื้นไปด้วยละอองฝน คริสเตียนจามเบาๆ เมื่อปิดประตูหันกลับมาก็ชนกับอกกว้างที่ยืนอยู่เบื้องหลัง

“ไปไหนมา ถึงกลับเอาป่านนี้” แมกซ์ถามเสียงห้วน ความเป็นห่วงแปรเปลี่ยนเป็นโทสะเมื่อเห็นคริสเตียนกลับมาอย่างปลอดภัย

คริสเตียนเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินคำถามห้วนๆ นั้น เม้มริมฝีปากแน่น ตัวเองออกไปมีความสุขกับคนรักกลับมาไม่น่าอารมณ์เสียและมาพาลกับเขา ร่างบางคิดอย่างเจ็บปวดแต่เขาเหนื่อย แล้วก็เริ่มรู้สึกหนาวเพราะเผลอตัวเดินไปเรื่อยๆ จนไม่ทันสังเกตท้องฟ้า รู้ตัวอีกทีก็ต้องวิ่งหลบฝนแถมยังติดอยู่จนค่ำ เด็กหนุ่มจึงไม่อยากจะโต้ตอบอะไร เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“ผมเดินเล่นไกลไปหน่อย พอดีกับฝนตกเลยต้องหลบฝนอยู่” แมกซ์สบตาว่างเปล่า และอ่อนล้าเหมือนสัตว์ที่บาดเจ็บของคริสเตียนแล้วรู้สึกใจหายอย่างประหลาด ความโกรธลดวูบลงทันที เมื่อร่างบางทำท่าจะเดินอ้อมตัวเขาไป เขาก็จับต้นแขนบางไว้แล้วก็สะดุ้งเมื่อสัมผัสถึงผิวเนื้อเย็นเฉียบนั้น เขามองหน้าขาวเผือดของคริสเตียน

“ครั้งหน้าให้โทรเรียกรถไปรับนะคริสต์ อย่าเดินตากฝนอย่างนี้” แมกซ์พูดเสียงอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง คริสเตียนมองหน้าเขาเมื่อได้ยินดังนั้น ความน้อยใจเสียใจที่เก็บกดเอาไว้ ตั้งแต่ตอนบ่ายที่ได้เห็นชายหนุ่มอยู่กับเจด ทำให้หลุดคำพูดไร้เยื่อใยออกมา

“ผมไม่กล้ารบกวนคุณหรอกครับ แล้วเราเป็นแค่คู่สัญญากัน ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีเป็นห่วงให้มันนอกเหนือสัญญา คุณน่าจะโล่งอกได้แล้วแมกซ์ มันจะจบลงในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว” คริสเตียนหันมายิ้มอย่างเย็นชา ทำให้แมกซ์ถึงกับชะงัก

“หยุดพูดเรื่องสัญญานั่นนะคริสต์ ผมเบื่อ ไม่อยากที่จะฟังมัน” ชายหนุ่มเสียงแข็งขึ้นมาทันที เมื่อเห็นร่างบางท้าวความถึงสัญญานั่น

“ใช่ คุณคงเบื่อแทบตาย ถ้าดูตามประสบการณ์ของคุณ หนึ่งเดือนนี่มันคงนานพอที่คุณจะเบื่อได้แล้ว” ร่างบางเจ็บใจที่ตนเองยังรู้สึกเจ็บปวดเพิ่มขึ้นได้อีก เมื่อได้ยินคำโต้ตอบของแมกซ์

“คริสต์..” แมกซ์อุทาน แต่คริสเตียนพูดต่ออย่างรวดเร็ว

“ความจริงถ้าคุณรำคาญหรือเบื่อผมแล้ว ก็น่าจะเลิกสัญญามันซะวันนี้ แล้วปล่อยผมไป จะได้ไม่อยู่ให้คุณรำคาญอีก ไหนๆ ก็เหลือสัญญาอีกแค่คืนนี้คืนเดียวแล้ว คงไม่ทำให้คุณขาดทุนหรอก ผมจะได้หลุดพ้นจากคุณเสียที”

แมกซ์บังเกิดโทสะวูบขึ้นจนตาลายเมื่อได้ฟังคำพูดไร้เยื่อใยนั้น ดูเหมือนว่าร่างบางจะคอยนับวันสิ้นสุดสัญญา ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ไว้ได้ ความคิดที่จะอธิบายเหตุการณ์เมื่อบ่ายนี้หายไปทันที เขาจับไหล่บางเขย่า

“ไม่มีทาง คุณจะต้องติดอยู่กับสัญญานี้ไปจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ ผมไม่ยอมขาดทุนหรอก”

“คนเห็นแก่ตัว” คริสเตียนอุทานอย่างเหลืออด ทำให้แมกซ์ยิ่งโกรธเกรี้ยว เขาจงใจมองร่างบางอย่างประเมิน ทำให้คริสเตียนสั่นระริกด้วยความโกรธ

“ความจริงคุณก็มีความสุขเวลามีเซ็กส์นี่ การตอบสนองของคุณมันเร่าร้อนจนผมรู้สึกได้ อย่าเสแสร้งไปเลย หรือว่ารู้จักแล้วแต่มันยังไม่พอ ต้องการไปหารสชาดใหม่ๆ”

แมกซ์หลุดคำพูดรุนแรงออกไปด้วยโทสะ ทั้งที่รู้ว่าเป็นคำพูดหาเรื่องของตนเองเท่านั้น แต่ความสิ้นหวังกลับกดดันให้ทั้งคู่ต่างใช้วาจาทำร้ายซึ่งกันและกัน

เพี๊ยะ!

ร่างบางตวัดมืออย่างรวดเร็ว เสียงดังก้องเมื่อกระทบกับใบหน้าของชายหนุ่ม

“ผมเกลียดคุณ” เด็กหนุ่มเน้นคำพูดออกมาแผ่วเบา คำพูดพวกนั้นแมกซ์พูดออกมาได้ยังไง น่าอัศจรรย์นักที่ชายหนุ่มช่างทำร้ายเขาได้เจ็บปวดแม้กระทั่งแค่คำพูดเท่านั้น

แมกซ์กระชากร่างบางเข้ามาแนบอก ดวงตาเป็นประกาบวับด้วยโทสะรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อได้ยินคำว่าเกลียดออกจากปากนั่น

“เกลียดงั้นหรือ แล้วเราจะได้เห็นกัน” เขากระชากร่างบางเข้าไปในห้องนอน เหวี่ยงร่างบางลงบนเตียง อารมณ์ของคริสเตียนเริ่มเปลี่ยนจากโกรธ เป็นตกใจ และกลัว เด็กหนุ่มขยับลนลานจะลงจากเตียง แต่มือแข็งแรงก็คว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น

แควก!

มือนั้นกระชากกลับจนเสื้อเชิ้ตบางๆ ที่ชื้นจากหยาดฝนทนแรงกระชากไม่ไหวจึงฉีกขาดเปิดให้เห็นแผ่นหลังขาวนวล แมกซ์ปลดเสื้อชื้นๆ ออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว รวบข้อมือเล็กเข้าด้วยกันก่อนที่จะพันธนาการด้วยเศษผ้านั่นไว้อย่างแน่นหนายึดไว้กับหัวเตียง ไม่สนใจกับอาการดิ้นรนจนเหนื่อยหอบของคริสเตียน ปลดกางเกงของร่างบางออกโยนทิ้งไปอย่างไม่สนใจ

คริสเตียนดิ้นรนอย่างหวาดกลัว มองสบตาสีน้ำเงินเข้มที่ตอนนี้ดูมืดครึ้มไปด้วยโทสะ เขาไม่เคยเจอกับอารมณ์อย่างนี้ของแมกซ์มาก่อน ร่างบางสั่นระริกเมื่อมองตามมือใหญ่ของชายหนุ่มที่เริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเองออกอย่างช้า ๆ เขาโยนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายลง คริสเตียนมองร่างเปลือยที่แกร่งไปด้วยกล้ามเนื้อแล้วยิ่งทวีความหวาดกลัว ร่างบางดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ ข้อมือเป็นรอยแดงช้ำไปหมด แมกซ์มองดูร่างบางงดงามที่กำลังหอบหายใจตรงหน้า แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นปรารถนารุนแรง

“ไม่! อย่านะ..” ร่างบางอุทาน เมื่อแมกซ์คุกเข่าลงกับเตียง ยิ้มอย่างเย็นชา

“คริสต์ แล้วคุณจะเห็นว่าธรรมชาติที่ร้อนแรงของคุณมันจะทำให้คุณร้องขอ วิงวอนให้ผมครอบครองคุณ”

“ไม่..อย่า....ออกไปนะ” คริสอุทานอย่างหวาดกลัว

“แมกซ์..อย่า.ไม่.ทำอย่างนี้..ไม่..” คริสเตียนครางกระตุกมือที่ผูกยึดไว้แน่นนั้นพยายามขยับตัวหนี เมื่อร่างสูงขยับเข้ามาระหว่างต้นขาเรียว แนบร่างสูงลงมาช้าๆ

“แม..แมกซ์.............” เสียงครางปนสะอื้นดังแผ่วเบา คริสเตียนรู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกลงโทษ

แมกซ์เล่นกับร่างกายของคริสเตียนอย่างชำนาญ เร่งเร้าความต้องการของเด็กหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นแล้วหยุดชะงักค้างคาไว้โดยไม่ยอมให้ร่างบางได้รับการปลดปล่อย หลังจากครั้งที่สองและสามแล้วคริสเตียนก็จำอะไรแทบไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองถูกกระตุ้นไปกี่รอบ

ผิวกายของคริสเตียนแดงระเรื่อเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ร่างงดงามกำลังเร่าร้อนด้วยอารมณ์ปรารถนาบิดตัวเสียดสีร่างกายร้อนผ่าวกับที่นอนจนยับยุ่ง กรีดเสียงร้องออกมาจนหมดแรงหอบหายใจหนัก จนในที่สุดร่างบางก็ลืมตาพร่ามัวขึ้น ร่างเกร็งจนเหมือนสายธนูที่ถูกดึงจนล้า ร่างกายของเขาถึงจุดที่ว่าไวต่อสัมผัสแม้เพียงปลายนิ้วของแมกซ์เท่านั้น

เพียงแค่ปลายนิ้วของชายหนุ่มแตะต้องบนผิวเนื้อนวลราวกับส่งกระแสไฟอ่อนๆ ทำให้คริสเตียนทรมานได้แล้ว เขาทนไม่ไหวอีกแล้ว ร่างบางน้ำตาเอ่อท้นด้วยความรู้สึกอับอาย พร้อมกับหลุดคำพูดออกมาเป็นห้วงๆ

“ได้โปรด...แมกซ์.....ช่วยผม..ด้วย..ผม...ต้อง..การ...” คริสเตียนหลับตาลงไม่ต้องการเห็นชัยชนะในแววตาของชายหนุ่ม

“อา..คริสต์..ในที่สุด..” แมกซ์ถอนหายใจเมื่อได้ฟังคำพูดที่รอคอย ร่างสูงแข็งแกร่งแนบร่างลงไปทันที ไม่นานเสียงครางและกรีดร้องอย่างสุขสมดังขึ้นแทนที่ก่อนจะเงียบหายไป

แมกซ์หอบหายใจหนักๆ ร่างกายอ่อนล้าจากการปลดปล่อยอย่างรุนแรง ก่อนจะค่อยๆเงยหน้ามองคริสเตียนเมื่อรู้สึกว่าร่างในอ้อมแขนอ่อนปวกเปียกไป

“คริสต์......” ร่างสูงครางเมื่อพบว่าร่างบางหมดสติไปแล้วจากการถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ชายหนุ่มค่อยๆ ถอนร่างออกมาขยับไปแก้ผ้าที่ผูกข้อมือบางไว้ รู้สึกผิดเมื่อพบว่ามันเป็นรอยแดงช้ำและถลอกเต็มไปหมด เขาก้มลงจุมพิตที่รอยนั้นโอบร่างบางไว้แนบอกซุกหน้ากับเรือนผมอ่อนนุ่มนั้น ครางออกมาเบาๆ เมื่ออารมณ์โกรธลดลง

“คริสต์ โอ! คริสต์.....” เขาพึมพำออกมาอย่างเสียใจ ความรู้สึกผิดท่วมท้น ทำไมเขาถึงได้ทำกับคริสเตียนอย่างนี้ ทำไมกับคริสเตียนเขาถึงไม่เคยควบคุมอารมณ์ได้สักครั้ง ทำอะไรก็ดูเหมือนจะผิดไปหมด

‘เขารักคริสเตียน’ การตระหนักรู้ในทันทีนั้น ทำให้แมกซ์รู้สึกเหมือนลูกศรที่ยิงออกไปย้อนกลับมาปักอกตนเอง เขาพอใจคริสเตียนตั้งแต่แรกเห็นหน้าจนใช้วิธีบีบบังคับเพื่อให้ได้มา โดยไม่เคยพิจารณาถึงความต้องการของตนเองเลยว่าทำไมถึงอยากได้ร่างบางนี้นัก คิดเพียงแต่ว่าต้องได้ร่างกายที่งดงามนี้เท่านั้น

เขาไม่เคยตระหนักถึงความกังวล ไม่เคยคิดว่าทำไมตนเองถึงได้เป็นห่วงนักเมื่อได้ทำร้ายความรู้สึกของคริสเตียน ทำไมถึงไม่อยากปล่อยให้ร่างนี้ให้หลุดมือไป

และทำไมเขาถึงขนาดวางแผนจะใช้บริษัทของคาร์ลมาแลกเปลี่ยนกับการอยู่ต่อของคริสเตียน

แมกซ์ครางเมื่อรู้ตัวว่าตนเองได้ทำร้ายคริสเตียน ทำลายความภาคภูมิใจของร่างงดงามนี้จนยับเยิน เพราะอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นชั่ววูบเมื่อได้ยินวาจาตัดรอน และท่าทีเย็นชาที่แสดงออกว่าคริสเตียนยังรอคอยเวลาสิ้นสุดสัญญาเพื่อที่จะได้เป็นอิสระจากเขา

เขาจะแก้ไขความผิดพลาดนี้อย่างไร เด็กหนุ่มจะยอมยกโทษให้เขาหรือไม่ แมกซ์หลับตาลงด้วยความคิดที่หนักอึ้ง

c c c c c c

คริสเตียนลืมตาขึ้นมาช้าๆ เมื่อแสงสว่างลอดผ่านหน้าต่างบานกว้างทาบลงบนพื้นห้อง รู้สึกหัวหนักๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด ลมหายใจร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างอ่อนแรง เขาคงไม่ค่อยสบายเพราะตากฝนเมื่อวาน แล้วไหนจะเรื่องเมื่อคืนนี้ ร่างบางลุกแล้วก็เข่าอ่อนวูบ ก่อนจะพยายามทรงตัวยืนมองไปรอบห้อง ไม่เห็นเงาของแมกซ์ อาจจะออกไปทำงานแล้วก็ได้

เขาไม่ใช่คนสำคัญที่ชายหนุ่มจะต้องร่ำลานี่นะ คริสเตียนถอนใจ อยากออกไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว ไม่ต้องการจะอยู่ที่นี่ต่อแม้อีกวินาทีเดียว พยายามประคองตัวเองทำความสะอาดร่างกายและแต่งตัวอย่างระวัง ต่อต้านความรู้สึกอ่อนเพลียและพิษไข้ที่ทำให้อยากทิ้งตัวลงนอนต่อ เขาจะไม่อยู่ให้ถูกไล่ออกจากที่นี่หรอก เขาคงทนไม่ได้ถ้าถูกถามว่า

‘ทำไมถึงยังไม่ไปเสียที’

แต่พอคริสเตียนเดินออกมาจากห้องนอนก็ต้องชะงัก เมื่อมองเห็นร่างสูงที่ยืนกอดอกมองออกไปที่หน้าต่างบานกว้าง

“คุณเดเวอโร” แมกซ์หันหน้ากลับมาช้าๆ หันหลังให้กับแสงสว่างที่ส่องผ่านหน้าต่างทำให้คริสเตียนมองใบหน้าของเขาไม่ชัด

“จากแมกซ์....ในที่สุดก็กลับมาที่คุณเดเวอโรอีก.....งั้นหรือ?” แมกซ์พูดเสียงเบาเมื่อได้ยินเสียงนุ่มเบาเรียกเขาอย่างเต็มยศเหมือนที่เจอกันครั้งแรกๆ

“มันคงไม่สำคัญไม่ใช่หรือครับ ถึงยังไงความสัมพันธ์ของเรามันก็เป็นแค่เรื่องของธุรกิจเท่านั้น คุณได้สิ่งที่คุณต้องการไปแล้ว หลังจากนี่เราคงไม่มีเรื่องที่จะต้องพบกันอีก” คริสเตียนเงยหน้าขึ้นสบตาแมกซ์ด้วยสายตาว่างเปล่า

แมกซ์มองสีหน้าซีดเผือดของร่างตรงหน้า แล้วกำหมัดแน่นเขาจะทำอย่างไรถึงจะยับยั้งร่างตรงหน้าได้

“คริสต์...” แมกซ์คราง เขาเอื้อมมือออกไป แต่เด็กหนุ่มถอยกายไปก้าวหนึ่งอย่างระวังตัว ดวงตางดงามเหลือบมองร่างสูงแล้วก็เมินหน้าไปอีกทาง เม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่าด้วยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์

“มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมคิดว่าเราคงมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันได้ และเคยคิดว่าอย่างน้อยเราคงจากกันด้วยดี แต่แล้วเมื่อคืนนี้คุณกลับทำลายมันลงไป อาจเป็นเพราะคุณคงไม่สนใจกับคนที่คุณเห็นว่าเป็นเพียงแค่สิ่งของชิ้นหนึ่งเท่านั้น”

คริสเตียนสะบัดหน้าเล็กน้อยเมื่อพูดจบ เหมือนจะพยายามตัดทุกสิ่งทุกอย่างทิ้ง แมกซ์กำหมัดแน่นยังคงไร้ซึ่งคำพูด

ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะรอเพราะไม่รู้จริงๆ ว่าเขาจะสามารถแก้ไขสถานการณ์นี้ได้อย่างไร ตอนนี้เขาไม่สามารถแก้ตัวกับการกระทำที่โหดร้ายของตนเอง หรือยื่นข้อเสนอที่ทำร้ายจิตใจคริสเตียนมากไปกว่านี้ เวลาอาจจะลดความเกลียดชังและความขัดแย้งลงบ้าง แล้วเขาจะเริ่มต้นใหม่

“ลาก่อนนะครับ ผมคิดว่าเราคงจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก ขอให้คุณมีความสุขกับคนรักของคุณนะครับ” เขามองแมกซ์อย่างลึกซึ้งก่อนจะเดินออกไปจากชีวิตของชายหนุ่ม

เสียงฝีเท้าก้าวออกไป และเสียงประตูที่ปิดเบาๆ ตามหลังกลับสั่นสะเทือนชายหนุ่มอย่างรุนแรง เขาหันกลับไปพบกับความว่างเปล่า แล้วร่างสูงก็เงยหน้าขึ้น

“ลาก่อนหรือคริสต์ ไม่หรอก ผมคิดว่ายังมีเวลาสำหรับเรา” แววตาของชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ เขาเพียงเริ่มต้นผิดวิธีเท่านั้น เขายังมีเวลา

c c c c c c

คริสเตียนเอนร่างพิงผนังลิฟท์ของโรงพยาบาล เมื่อรู้สึกว่าเพลียมากจนแทบจะทรงกายไม่อยู่ ตัวดูเหมือนจะหนักไปหมด เขาพยายามลืมเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ดูเหมือนยิ่งพยายามลืมมันกลับชัดเจนยิ่งขึ้น ความเจ็บปวดทางกายที่ได้รับดูแหมือนจะเล็กน้อยยิ่งนักเมื่อเทียบกับความเสียหายทางจิตใจ

เด็กหนุ่มพยายามฝืนสีหน้าให้ดูแจ่มใสก่อนจะก้าวไปตามทางเดิน แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนจำนวนมากวิ่งเข้าออกวุ่นวายที่ห้องของบิดา คริสเตียนใจหายวูบก้าวเข้าไปอย่างรวดเร็วแต่ก็ถูกดึงไว้ก่อน

“คุณคริสเตียน รอก่อนค่ะอย่าเพิ่งเข้าไป” พยาบาลสาวที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีรีบเอ่ยปากห้าม พร้อมกับคว้าแขนเรียวไว้แน่น

“เกิดอะไรขึ้นครับ! พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า?” คริสเตียนถามเสียงสั่นด้วยความตกใจ

“เอ่อ...คุณคาร์ล หัวใจวายสักครึ่งชั่วโมงมานี่เอง ตอนนี้ดร.มาร์โรกำลังช่วยอยู่ค่ะ ดิฉันกำลังพยายามติดต่อคุณอยู่พอดี” เด็กหนุ่มหน้าซีดเผือด สะบัดมือทันที

“ผมจะเข้าไป ปล่อยนะ!”

“คุณคริสเตียน เข้าไปตอนนี้จะขวางการทำงานของหมอกับพยาบาลนะคะ ยิ่งทำให้การช่วยเหลือช้าลง รอให้ดร.มาร์โร ออกมาก่อนค่ะ”

พยาบาลสาวพูดเสียงแข็งไม่ยอมปล่อยมือ แต่แววตาที่ทอดมองมานั้นปลอบประโลม

คริสเตียนสบตาเห็นใจคู่นั้นจึงหยุดชะงัก ยืนนิ่งแล้วเอื้อมมือแตะประตูห้องเพื่อพยุงตัว ซบศีรษะลงไปเพื่อซ่อนแววตาหวาดหวั่น พึมพำเบาๆอยู่ในลำคอ

“พ่อครับ อย่าเป็นอะไรนะครับ อย่าทิ้งผมไป ได้โปรดพระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองพ่อด้วย”

c c c c c c

แมกซ์ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาเอนศีรษะพิงพนักแล้วหลับตาลงครู่ใหญ่จนกระทั่งโทมัสเดินเข้ามา เลขาหนุ่มมองสีหน้าเครียดขรึมและแววตาสับสนของเจ้านายอย่างแปลกใจแล้วก็ถอยออกไปเงียบๆ

เกิดอะไรขึ้นกับเจ้านายของเขานะ? เขาไม่เคยเห็นแมกซ์อยู่ในสภาพว้าวุ่นอย่างนี้มาก่อน

แมกซ์ถอนหายใจตอนนี้คริสเตียนอยู่ที่ไหนนะ? อาจเป็นที่โรงพยาบาลก็ได้ ชายหนุ่มนึกถึงสีหน้าขาวเผือดเมื่อเช้าแล้วก็เป็นห่วง เด็กหนุ่มไม่ยอมแม้แต่จะให้รถไปส่ง ชายหนุ่มดึงตัวนั่งตรงก่อนที่จะกดปุ่มโทรศัพท์ภายใน “โทมัส โทรไปที่โรงพยาบาลซิดูว่าคริสต์ไปถึงรึยัง”
“ครับ เจ้านาย” เงียบไปสักครู่เลขาหนุ่มก็เปิดประตูเข้ามาสีหน้าร้อนรน รายงานเจ้านายที่เงยหน้ามองอย่างแปลกใจ

“คุณคาร์ลหัวใจวายเมื่อเช้าครับ ตอนนี้ยังไม่ทราบอาการเลย”

แมกซ์ใจหายวูบเมื่อนึกถึงคริสเตียน ชายหนุ่มค่อยๆวางปากกาลงบนโต๊ะราวกับกลัวว่ามันจะบุบสลาย คริสเตียนจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อนึกถึงความผูกพันระหว่างร่างบางกับบิดา แมกซ์เกิดความรู้สึกหวาดกลัวและร้อนรน ถ้าคริสเตียนทนรับความเสียใจไม่ได้ล่ะ เขาลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“ยกเลิกงานของวันนี้ทั้งหมดนะ” เขาสั่งโทมัส ก่อนจะคว้าเสื้อสูทแล้วก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

c c c c c c

แมกซ์ก้าวยาวๆตามทางเดินอย่างรวดเร็วแล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นคริสเตียนยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้องคาร์ล ในหน้างดงามแทบไม่มีสีเลือด

“คริสต์” ชายหนุ่มพึมพำเรียกเบาๆ เมื่อเดินมาถึงตัวแต่เด็กหนุ่มยังยืนนิ่งไม่ขยับ ไม่แสดงทีท่าว่าจะได้ยินหรือรับรู้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มจึงจับไหล่บางให้หมุนมาเมื่อสบตาสีม่วงที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานนั้น ชายหนุ่มรู้สึกราวกับถูกกระแทกด้วยค้อนหนักๆ เขาดึงร่างแข็งทื่อนั้นมารัดแน่น วินาทีนั้นกลับไม่สามารถสรรหาคำพูดใดมาปลอบโยนได้

ประตูห้องเปิดออก คริสเตียนหันขวับไปอย่างรวดเร็ว ร่างบางอ้าปากจะถามแต่พอสบตาของมาร์โรแล้วร่างบางใจหายวูบ ถอยหลังไปก้าวหนึ่งปะทะร่างสูงที่ยืนซ้อนหลังอยู่ แมกซ์คว้าเอวบางประคองไว้ คริสเตียนสั่นศีรษะเล็กน้อยพึมพำริมฝีปากสั่นระริก

“มาร์โร พ่อ...”

“อาเสียใจด้วยคริสต์ คาร์ล....จากพวกเราไปแล้ว” มาร์โรสูดลมหายใจลึกมองร่างบางด้วยความสงสาร เขาเองก็เสียใจมากเช่นกันที่ไม่สามารถช่วยเพื่อนได้ แต่ด้วยอาชีพทำให้เขาทำใจได้เร็วสงสารก็แต่เด็กหนุ่มตรงหน้านี้เท่านั้น

“ไม่ ไม่จริง...” คำพึมพำผะแผ่วจากคริสเตียนมองมาร์โรเหมือนจะให้บอกกับเขาว่าล้อเล่น แล้วก็สะอื้นออกมาอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นแววเสียใจในดวงตาของมาร์โร เขาสะบัดตัวออกจากการประคองของแมกซ์

“ทำไมล่ะครับ เมื่อวานพ่อยังดีๆ อยู่เลย ยังอวยพรวันเกิดให้ผม พ่อยังบอกว่าจะไม่ทิ้งผมไปอีกด้วย” ร่างบางจับแขนมาร์โรไว้แน่นตะโกนออกมา ความเจ็บปวดที่ได้รับมาต่อเนื่องทับถมกันจนทนไม่ไหวอีกแล้ว ร่างสูงอายุกอดเด็กหนุ่มที่กำลังสั่นสะท้านไว้ในอ้อมแขนพึมพำปลอบโยน แมกซ์ยืนมองแล้วกำหมัดแน่น เขาจะช่วยคริสเตียนได้ยังไง

ผ่านไปครู่ใหญ่ร่างบางดึงตัวเองออกมาจากอ้อมแขนของมาร์โร ก่อนจะพูดเสียงขาดเป็นห้วงๆ

“ผม....จะเข้า..ไปดูพ่อ”

คริสเตียนเอื้อมมือไปผลักประตู พอก้าวเข้าห้องก็ยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ดวงตาพร่ามัวด้วยน้ำตามองบิดาที่นอนบนเตียงมีผ้าคลุมให้ถึงอกอย่างเรียบร้อย คริสเตียนลากขาเข้าไป มองหน้าบิดาสีหน้าของคาร์ลดูสงบเหมือนคนนอนหลับ เด็กหนุ่มสั่นศีรษะอย่างไม่อยากเชื่อ เขายกมือแตะใบหน้าคาร์ล สัมผัสผิวหน้าอบอุ่นที่อีกไม่นานก็คงจะเย็นชืด

คริสเตียนก้มลงจุมพิตเหมือนทุกครั้งที่พบหน้าบิดา ก่อนจะโน้มตัวกอดบิดาไว้แน่นพร้อมกับสะอื้นไห้อย่างเงียบๆ

“ทำไมครับ? ทำไมทิ้งผมไว้คนเดียว ทำไม?” ท่าทางของคริสเตียนทำให้แมกซ์เจ็บปวดราวกับความทุกข์นั้นส่งผ่านมาถึงเขา เขามองร่างที่สะอื้นจนตัวโยนด้วยความรักสงสารสุดหัวใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่

คริสเตียนเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าเขา ทำไมแมกซ์ถึงมาอยู่ที่นี่ แค่นี้ยังไม่เพียงพอสำหรับชายหนุ่มอีกหรือไง?

“คุณมาที่นี่ทำไม? ระหว่างพวกเราไม่มีอะไรต้องข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว ปล่อยพวกเราไว้ตามลำพังจะได้มั้ย” แมกซ์นิ่งไปอึดใจก่อนที่จะดึงคริสเตียนมาโอบไว้แน่น ไม่สนใจกับการดิ้นรนขัดขืน

“ได้โปรด อย่าพูดอย่างนั้นคริสต์ ผมเสียใจ ผมขอโทษ” คริสเตียนหมดแรง ตอนนี้เขาสับสนและว่างเปล่าจนไม่รู้จะทำอย่างไร ร่างบางปล่อยให้ชายหนุ่มโอบเขาไว้แน่น ถอนสะอื้นจนไหล่สะท้านซุกหน้าเข้าหาอกกว้าง ร้องไห้จนอกเสื้อชายหนุ่มจนชุ่มไปหมด

“ไม่จริงใช่มั้ย ผมพยายามทำทุกอย่างแล้ว ไม่ให้พ่อทำงาน ไม่ให้กังวล แม้กระทั่ง....” ร่างบางสะอื้น

“ทำไมมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย? ทำไมเป็นอย่างนี้? ทำไม.....?” ร่างบางทรุดลง

คำพูดสุดท้ายเบาหวิวก่อนสติขาดหายไป บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของแมกซ์ ชายหนุ่มประคองร่างบางซบหน้ากับเรือนผมนุ่มนั้นก่อนจะพึมพำ

“คริสต์ ผมขอโทษ” ก่อนจะพึมพำแผ่วเบากับร่างบางที่ไม่ได้สติดุจจะให้คำสัญญา

“คุณยังมีผมอยู่นะคริสต์ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ผมจะแก้ตัวแม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตของผม”

TBC

christ2

By SF

ร่างบางของคริสเตียนขยับตัวเบียดเข้าหาไออุ่นจากร่างสูงอย่างไม่รู้ตัว เมื่อรู้สึกถึงอากาศหนาวยามใกล้รุ่ง แมกซ์ขยับแขนโอบร่างบางไว้โดยอัตโนมัติก่อนจะลืมตาช้าๆ หันมาดูร่างบางที่ซุกเข้ามาจนแทบจะเกยกับร่างของเขา ศีรษะเล็กซุกอยู่กับไหล่กว้างและมือวางแปะไว้บนแผ่นอกขณะที่ขาเรียวก่ายต้นขาเขาไว้ ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเอื้อมมือไปลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยผมยุ่งๆ นั้นอย่างเอ็นดู คริสเตียนขยับตัวเล็กน้อย ถอนหายใจลึกๆ แล้วซุกตัวหลับต่อเหมือนลูกแมวน้อยขี้เซา
แมกซ์คราง รู้สึกถึงร่างกายของตนเองที่เริ่มตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรับรู้ถึงร่างละมุนข้างกาย มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปตามผิวเนื้อนุ่มนิ่มนั้น เลื่อนมือลงมาตามแผ่นหลัง และบั้นท้ายมน ทำให้ร่างบางงัวเงียส่งเสียง ฮื้อ ฮ้า ในลำคออย่างไม่พอใจ ขยับตัวหนีแล้วพลิกตะแคงตัวหันหลังให้เหมือนจะรำคาญ แมกซ์พลิกตัวตามซ้อนกับแผ่นหลังของคริสเตียน รู้สึกถึงบั้นท้ายนุ่มที่แนบซุกกับส่วนสำคัญที่กำลังตื่นตัวของเขา
“อืมม์....” แมกซ์ครางอย่างพอใจ เวลาสองสามวันที่ผ่านมาชายหนุ่มตักตวงความสุขจากร่างในอ้อมแขนนับครั้งไม่ถ้วน และไม่เคยอิ่มกับร่างบางนี้เลย ตอนแรกเขาก็คิดแค่ว่าอยากได้และเมื่อสนองตอบความต้องการตนเองแล้ว ความต้องการคงจะลดลงแต่กลับไม่ใช่เลย เขายิ่งต้องการร่างบางนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่น่าเชื่อว่าคริสเตียนจะให้ความสุขกับเขาได้มากขนาดนี้
ชายหนุ่มพรมจุมพิตที่ต้นคอ ไหล่ลาด เลื่อนมือไปลูบไล้ส่วนหน้าของคริสเตียน บีบกระชับความนุ่มละมุนจนเริ่มตื่นตัวขึ้น ร่างบางครางในคอเบาๆ
“อื้อ...อือ..ม...” เสียงแผ่วๆ ดังมาจากร่างบางทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่น คริสเตียนรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน วาบหวิว ซ่านซ่าแปลกๆ ร่างกายเริ่มอบอุ่นขึ้น และตัวเบาเหมือนล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ
แมกซ์ขยับยกต้นขาเรียวข้างหนึ่งขึ้นสูงขณะที่แนบตัวเข้ามาด้านหลัง ค่อยๆ สอดแทรกความแข็งแกร่งเข้าไปยังปากทางที่ยังช้ำระบมเนื่องจากค่ำคืนที่ผ่านมา
“อื๊อ...อ๊ะ...” คริสเตียนสะดุ้งลืมตาตื่นรับรู้ถึงร่างใหญ่ที่แนบอยู่เบื้องหลังและส่วนที่แข็งแกร่งราวกับแท่งเหล็กอุ่นร้อนที่กำลังบุกรุกเข้ามา แม้จะผ่านมาหลายครั้งแต่คริสเตียนก็ยังไม่ชินกับความต้องการของชายหนุ่มสักที ร่างบางเกร็งตัวด้วยความเจ็บ กล้ามเนื้อที่บีบรัดทันทีทำให้แมกซ์ถึงกับคราง จับต้นขาเรียวแยกออกกว้างไม่ให้ขยับหนี แล้วขยับสะโพกสอดแทรกเข้าไปอย่างรวดเร็ว จนร่างสูงแนบสนิทกับร่างบาง
“อ๊าาา........” ร่างบางหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด สลับกับเสียงครางสะอื้น เมื่อสะโพกของชายหนุ่มขยับเข้าออกจากทางเบื้องหลัง คริสเตียนจิกมือกับผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อจังหวะการสอดแทรกหนักหน่วงขึ้น ขณะที่มือใหญ่ยังคงกระตุ้นเร้าร่างบางพร้อมกับเสียดสีความแข็งแกร่งเข้ากับผนังนุ่มบาง ทำให้ร่างบางถึงกับสะอื้นเมื่อเริ่มรู้สึกถึงความสุขที่แฝงมากับความเจ็บปวด กล้ามเนื้อภายในบีบรัดเป็นจังหวะ ภายในห้องมีแต่เสียงหอบคราง ร่างทั้งคู่เปียกชื้นจากเหงื่อที่เริ่มผุดพราว ความสุขที่เพิ่มเป็นระลอกทำให้สะโพกบางเริ่มขยับตอบโต้กับสะโพกแกร่ง บั้นท้ายขยับเข้าหาหน้าขาแกร่งรับการบุกรุกของชายหนุ่มเป็นจังหวะ แสวงหาความสุขสมที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น
อารมณ์ของแมกซ์ลุกโพลงขึ้น เมื่อร่างบางเริ่มตอบสนองเขาอย่างเร่าร้อน สะโพกขยับหนักหน่วงขึ้น แล้วความสุขของคริสเตียนพุ่งขึ้นถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง หวีดร้องเสียงดัง ร่างกระตุกเกร็งฉีดพุ่งของเหลวร้อนผ่าวออกมา หอบหายใจขาดเป็นห้วงๆ
“อืมม์....” แมกซ์ครางหนักๆ ถอนกายออกมาจนสุดความยาวของเขา แล้วกระแทกกลับเข้ามายังบั้นท้ายนุ่มอย่างหนักหน่วง ฝังกายแน่นกระตุกฉีดพุ่งของเหลวขาวขุ่นออกมามากมาย
“อืมม์ คริสต์..” แมกซ์หายใจหนักชั่วครู่ ก่อนขยับออกมาจากร่างของคริสเตียน บั้นท้ายนุ่มๆ ของคริสเตียนชุ่มชื้นไปด้วยของเหลวของเขาไหลออกมาปนกับคราบเลือดจางๆ มือใหญ่ของเขาวางต้นขาเรียวลง ร่างบางยังคงนอนตะแคงอิงร่างเข้ากับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มอย่างหมดแรง มือของแมกซ์วางพาดไปที่เอวเล็กอย่างถือสิทธิ์
คริสเตียนยังคงพยายามสูดลมหายใจลึก หัวใจยังเต้นถี่เร็ว สะอื้นออกมาเบาๆ เนื่องจากรู้สึกเจ็บใจตนเองที่มีอารมณ์ร่วมไปกับชายหนุ่ม ร่างกายตอบสนองเขาอย่างเร่าร้อนหลงลืมตน คริสเตียนขยับจะถอยห่างออกมาแต่แมกซ์เอื้อมมือมากอดร่างบางเหมือนจะปลอบโยน ร่างบางจึงพริ้มตาลงยอมรับการโอบกอดนั้นอย่างอ่อนแรง

c c c c c c

คริสเตียนถอนหายใจยาว เบนสายตาจากทิวทัศน์ของตึกสูงกลับมากวาดมองภายในห้องชุดที่ถูกแต่งไว้อย่างงดงามนั้น มาอยู่ที่นี่ได้ตั้งหลายวันแล้วเขายังไม่ได้ไปเยี่ยมบิดาเลยนอกจากโทรศัพท์ไปถามอาการกับดร.มาร์โร แต่ก็ยังสบายใจบ้าง เมื่อมาร์โรบอกว่าอาการดีขึ้นมาก ถึงแม้จะยังต้องระวังและดูอาการในหลายๆ เรื่องอยู่ เสียงพ่อของเขาที่คุยทางโทรศัพท์ก็ยังร่าเริงอยู่ เพียงแต่ยังเป็นห่วงบริษัท และถามถึงเรื่องงานที่เขาไปช่วยแมกซ์
คริสเตียนหน้าแดงเมื่อนึกถึงงานจริงๆ ที่แมกซ์เรียกร้องให้เขาทำทุกคืน เด็กหนุ่มกำลังนึกถึงร่างสูงแข็งแกร่งที่แนบตัวเข้ามาตักตวงความสุขจากร่างของเขายามค่ำคืน ความต้องการของชายหนุ่มช่างมากมายไม่จบสิ้น และเมื่อต้องการเวลาใดก็สามารถปลุกเร้าให้เขาตอบสนองอย่างง่ายดาย ทำให้เขาช่างดูไร้ประสบการณ์ราวกับเป็นดินเหนียวที่อยู่ในมือจะปั้นแต่งอย่างไรก็ได้
ร่างบางนึกถึงตนเองยามอารมณ์รุ่มร้อนด้วยความปรารถนา แม้จะพยายามต่อต้านในตอนแรก แต่ไม่นานก็ต้องดิ้นเร่าบนเตียงเมื่อถูกกระตุ้นอย่างช่ำชอง ไขว่คว้าร่างสูงให้แนบชิดกับตนเองจนกระทั่งถึงจุดปลดปล่อย คริสเตียนยอมรับว่าเขามีความสุขไปกับร่างสูงทุกครั้ง แม้ในช่วงแรกๆ จะทำให้เจ็บปวดและระบมมากก็ตาม แต่เมื่อการร่วมรักเสร็จสิ้นชายหนุ่มจะกกกอดเขาไว้อย่างปลอบโยนทุกคืน
คริสเตียนรู้สึกสับสนกับวาจาและการกระทำของแมกซ์ เพราะบางครั้งชายหนุ่มก็ดูเย็นชา วาจาที่พูดฟังดูโหดร้าย แต่บางทีก็ดูเห็นอกเห็นใจและอ่อนโยนจนทำให้บางครั้งคริสเตียนแทบจะลืมสัญญาที่ร้ายกาจนั่น และตอนนี้เด็กหนุ่มคิดถึงคาร์ลมากเขาอยากเห็นหน้าบิดาเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่สับสนของตนเอง

ก๊อก! ก๊อก!
คริสเตียนยืนนิ่งอยู่หน้าห้องทำงานที่แยกออกมาเป็นสัดส่วน ตรงข้ามกับห้องรับแขกอยู่เป็นเวลานานก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู เสียงเคาะประตูห้องทำให้ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน แมกซ์วางมือจากแฟ้ม
“เข้ามาสิ คริสต์” ร่างบางค่อยๆ ก้าวเข้ามาในห้องที่เป็นอาณาจักรส่วนตัวของแมกซ์ ห้องทำงานที่นี่ใหญ่โตและกว้างขวางพอๆ กับห้องทำงานที่บริษัทเลยทีเดียว ห้องนี้ย้ำให้คริสเตียนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของการต่อรองและสัญญาระหว่างพวกเขาได้ทุกครั้ง คริสเตียนเม้มปากเล็กน้อย
“คุณเดเวอโร ผมจะไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลนะครับ” คริสเตียนบอกกับชายหนุ่ม แมกซ์ขมวดคิ้วเหมือนทุกครั้งที่ได้ยินร่างบางเรียกเขาเช่นนั้น จนผ่านมาตั้งหลายวันยังไม่ยอมเรียกชื่อเขาอีก ร่างสูงรู้สึกหงุดหงิดกับความห่างเหินนั้น
“ตอนนี้ผมยังไม่ว่าง รอบ่ายนะ” แมกซ์พูดแล้วก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ
“แต่ผมไปเองก็ได้” คริสเตียนพูดเบา แมกซ์เงยหน้าขึ้น
“ผมจะพาไป รอสักครู่ เดี๋ยวงานก็เสร็จ”
“ครับ” ร่างบางถอยออกมาอย่างยอมแพ้ ยังไงก็ได้ไปล่ะ ช่วงที่ผ่านมาเขายังไม่ได้ออกไปไหนเลยนี่นา ไม่ถูกขังก็เหมือนถูกขัง

แมกซ์เงยหน้าขึ้นเอนหลังพิงเก้าอี้ ชายหนุ่มกำลังคิดถึงเด็กหนุ่มที่เพิ่งพ้นสายตาไป ทำไมกับแค่ความคิดที่คริสเตียนจะออกไปข้างนอกคนเดียวยังทำให้เขาหงุดหงิดขนาดนี้นะ เขาหวงอยากเก็บร่างบางนี้ไว้ใกล้ตัว อันที่จริงอยากเก็บไว้บนเตียงเลยทีเดียว แม้จะวางท่าห่างเหินกับเขาแต่เมื่ออยู่บนเตียงเขาทำให้ร่างบางตอบสนองได้ไม่ยากนัก
แมกซ์ถอนหายใจ เขานึกถึงความสุขที่ตักตวงจากคริสเตียน หลายวันที่ผ่านมาความต้องการของเขาที่มีต่อร่างบางไม่เคยลดลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น เขาควบคุมความต้องการของตนเองไว้ไม่ค่อยอยู่ บางครั้งแม้จะรู้ว่าคริสเตียนเจ็บแต่ก็ไม่สามารถหยุดได้ แมกซ์หงุดหงิดเมื่อคิดว่าเขาอายุตั้ง 34 มากกว่าคริสเตียน ตั้งรอบหนึ่งเต็มๆ ผ่านผู้หญิงมาก็เยอะ ประสบการณ์ก็มากกว่า แต่กับเด็กหนุ่มตรงหน้าเขากลับไม่สามารถควบคุมตนเองได้เลย

c c c c c c

ขณะที่รถคันใหญ่กำลังมุ่งตรงสู่โรงพยาบาล แมกซ์ก็นั่งดูเอกสารในมือด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ซึ่งไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเอกสารที่ดูอยู่เลยแม้แต่น้อย กลับเป็นเด็กหนุ่มที่นั่งเงียบ ชิดประตูรถข้างหนึ่งนั่นต่างหาก
แมกซ์เหลือบตามองใบหน้างามละมุนที่นั่งก้มหน้าเล็กน้อย ทำให้มองเห็นขนตางอนยาวสีอ่อนตรงปลายราวกับแตะแต้มสีทองไว้ แพขนตาทาบลงบนโหนกแก้มนวล สายตาหรุบลงมองมือที่ประสานอยู่บนตักราวกับกำลังคิดอะไรอยู่อย่างลึกซึ้ง และห่างไกลจากตรงนี้เหลือเกิน จนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
แมกซ์โยนเอกสารในมือลงข้างตัว ทำให้เด็กหนุ่มช้อนสายตาขึ้นมอง เมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่ม ปากบางจึงเม้มนิดๆ ก่อนจะเอ่ยปาก
“ถ้าคุณไม่สะดวกก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเลย แค่ส่งผมที่โรงพยาบาลก็ได้แล้วผมจะกลับเอง”
“ถ้าผมไม่พอใจผมก็ไม่ทำหรอก ทำไม? ไม่อยากให้ผมพบกับคาร์ลหรือไง หรือกลัวว่าพ่อคุณจะรู้เรื่องสัญญานั่น”
“ใช่ ผมไม่ต้องการให้ท่านรู้หรือแม้แต่สงสัย ท่านไม่สบายมากนะ คุณคิดว่าที่ผมตัดสินใจอย่างนี้เพราะอะไรกัน” คริสเตียนหันขวับมาทันที แมกซ์สบตาที่เป็นประกายวับด้วยความโกรธ แล้วก็ไม่รู้อะไรทำให้เขาหลุดคำพูดออกไปอย่างเฉยชา
“ไม่ต้องกลัว ผมอยากได้แค่ร่างกายของคุณ ไม่คิดจะทำอะไรจนทำให้พ่อคุณอาการแย่ลงหรอก”

คริสเตียนนิ่งอึ้งไป ปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่สั่นระริกจนต้องกำไว้แน่น เพราะสัญญาหนึ่งเดือนพลิกให้เขากลายเป็นสิ่งของของคนคนนี้ เป็นเพียงที่รองรับระบายอารมณ์เมื่อเขาต้องการ รองรับแม้กระทั่งคำพูดดูแคลนทำร้ายจิตใจอย่างนี้หรือ
แววตาของคริสเตียนวูบไหวด้วยความเจ็บปวดและจำยอม ร่างบางเมินหน้าไปที่หน้าต่างรถเพื่อซ่อนสีหน้า แต่แมกซ์มองเห็น แววตาและริมฝีปากสั่นระริกที่เม้มแน่นจากเงาสะท้อนของกระจกหน้าต่างรถ แพขนตากระพริบถี่ๆ เพื่อกล้ำกลืนน้ำตา ทำให้ชายหนุ่มสบถด่าตนเองในใจอีกครั้ง
เป็นเพราะเขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ เลยเป็นฝ่ายที่จะโจมตีก่อนและมาลงเอากับคริสเตียนที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้อะไรเลย
ชายหนุ่มถอนใจอย่างหงุดหงิดอีกครั้ง หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งเงียบมาตลอดทาง สักครู่รถคันยาวก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าโรงพยาบาล คริสเตียนก้าวออกมาอย่างรวดเร็ว ร่างบางขยับตัวจะเดินแต่แมกซ์จับข้อศอกดึงไว้ก่อนจะพามาหยุดที่หน้าลิฟท์ตัวเดิม ชายหนุ่มมองร่างบางที่กำลังสูดลมหายใจลึกระงับความกลัว แมกซ์จึงโอบร่างบางไว้เหมือนจะขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แล้วกระซิบ
“ไม่ต้องกลัว” แต่ร่างบางขืนตัวออกและเมินหน้าไปอีกด้านหนึ่ง เมื่อประตูลิฟท์เปิดคริสเตียนก็ก้าวเข้าลิฟท์อย่างรวดเร็ว แมกซ์ก้าวตามแล้วรั้งข้อมือเล็กไว้แน่นดึงให้มาชิดตัวไม่ยอมให้ร่างบางสะบัดหลุดได้

c c c c c c

“พ่อครับ” ร่างบางทักก่อนจะโอบแขนไปรอบร่างบิดา ดวงตาสีม่วงสดใสทอประกายระยับอย่างยินดีเมื่อเห็นบิดาดูสดชื่นขึ้นมาก แตะริมฝีปากไปที่ปลายคางอย่างแผ่วเบา
“พ่อดูดีขึ้น” คริสเตียนพูดแต่ไม่ยอมปล่อยมือทำให้คาร์ลหัวเราะเบาๆ แต่มือก็โอบร่างบางไว้แน่นเช่นกัน
“คริสต์ ลูกทำเป็นเด็กไปได้ งานเสร็จแล้วหรือถึงมาเยี่ยมพ่อได้”
“ยังครับ แต่อีกไม่นานแล้วล่ะครับ หลังจากนั้นผมอยู่เป็นเพื่อนพ่อได้ทุกวันเลย” คาร์ลยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบก่อนจะหันไปหาแมกซ์ แววตาของร่างสูงเปลี่ยนไปวูบเมื่อได้ยินคำพูดของคริสเตียน
“คริสต์พอช่วยงานคุณบ้างได้ไหมครับ หรือจะไปทำให้ยุ่งเสียเปล่าๆ” คาร์ลถามชายหนุ่ม
“เขาทำให้ผมพอใจทีเดียวครับ ดูแลเรื่องสัญญาอย่างดีทีเดียว” แมกซ์ตอบแล้วก็มองเห็นร่างบางที่ทำคอแข็งเมื่อได้ยินเรื่องสัญญา ชายหนุ่มมองกิริยาที่คริสเตียนโอบกอดบิดาแล้วให้รู้สึกหงุดหงิด เขาไม่อยากจะยอมรับว่าอิจฉาความรักที่คริสเตียนแสดงต่อบิดา ชายหนุ่มตัดสินใจได้ในทันที
“แต่อาทิตย์ต่อไปงานคงยุ่ง คริสเตียนอาจจะมาเยี่ยมบ่อยไม่ได้นะครับ”
“แต่ผม..” ร่างบางทำท่าจะค้านแต่ก็ชะงักเมื่อสบตาของชายหนุ่ม เขาไม่อยากโต้เถียงต่อหน้าบิดา แต่คาร์ลรีบพูด
“ไม่เป็นไร ทำงานให้เสร็จเถอะครับ อยู่นี่มีทั้งมาร์โร ทั้งพยาบาลพิเศษ ถ้าเพิ่มคริสต์อีกคนผมเห็นจะไม่ได้ขยับทำอะไรแน่” แล้วก็หันมาทางคริสเตียน
“ไม่ต้องมาเคี่ยวเข็ญพ่ออีกคนนะ จะไปทำงานก็ไป” ร่างบางจึงฝืนยิ้มออกมาได้
“งั้นเราต้องขอตัวก่อนนะครับ” แมกซ์เอ่ยลา ก่อนจะมองไปที่ร่างบางอย่างบังคับ ทำให้คริสเตียนต้องลุกขึ้นอย่างไม่พอใจแต่ไม่กล้าแสดงปฏิกิริยาใดๆ เพราะกลัวบิดาจะสงสัย ร่างบางฝืนยิ้มก่อนที่จุมพิตอำลาอีกครั้ง

เมื่อออกมาพ้นห้องพัก คริสเตียนหันกลับมากอดอก มองร่างสูงอย่างขุ่นเคือง
“ทำไม ผมถึงมาเยี่ยมพ่อไม่ได้ คุณเดเวอโร?”
“ผมบอกให้เรียกผมว่า แมกซ์”
“ทำไม? คุณเดเวอโร” ชายหนุ่มหงุดหงิด เมื่อเห็นร่างบางดื้อดึง
“เพราะคุณจะไม่อยู่ไงล่ะ ผมต้องไปตรวจสอบบริษัทสาขาที่กรีนเบย์ประมาณหนึ่งอาทิตย์ คุณต้องไปกับผมด้วย”
“ผมไปไม่ได้หรอก แล้วใครจะดูแลพ่อล่ะ” คริสเตียนอุทาน
“ก็ ดร.มาร์โร แล้วก็พยาบาลพิเศษไง แค่อาทิตย์เดียว คริสต์เดี๋ยวก็กลับแล้ว” ร่างสูงพูดเด็ดขาด ก่อนจะเดินนำหน้าไปทำให้คริสเตียนมองตามอย่างคับแค้นใจ

c c c c c c

แมกซ์กดลิฟท์ส่วนตัวที่จะขึ้นไปยังห้องชุดอย่างหงุดหงิด เขาทนกับกริยานิ่งเฉย เย็นชาของร่างบางมาตั้งแต่อยู่ในรถ แต่มันมากเกินไปแล้ว ชายหนุ่มหันมามองคริสเตียน
“รู้มั้ยคริสต์ วิธีที่จะลบความทรงจำเดิมนะทำยังไง” คริสเตียนมองหน้าแมกซ์อย่างงๆ แต่ยังไม่ทันจะตอบอะไรแมกซ์ก็รุนหลังเขาเข้าลิฟท์ที่เปิดออกมาพอดี แล้วกระซิบที่ใบหูเล็กๆ นั้น ทันทีที่ประตูลิฟท์ปิด
“ก็สร้างความทรงจำใหม่ที่สามารถลบความทรงจำเดิมได้ยังไงล่ะ ผมจะทำให้เวลาคุณขึ้นลิฟท์ครั้งต่อไปจะได้นึกถึงแต่ผม” พูดจบแมกซ์ก็แนบริมฝีปากร้อนผ่าวลงกับริมฝีปากนุ่มทันที ปลายลิ้นซอกซอนไปทั่วปากนุ่มนั้น มือใหญ่ของเขารูดเสื้อนอกของคริสเตียนทิ้งลงที่พื้น ตามด้วยผ้าพันคอและปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตกระตุกชายเสื้อออกจากเอวกางเกงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ร่างบางยังไม่ทันตั้งตัวก็เพริดไปกับจุมพิตดูดดื่มนั่นซะก่อนจะทันได้ห้ามปราม
แมกซ์สอดมือเข้าไปลูบไล้อกเรียบเนียน ควานหาปลายยอด แล้วขยี้ยอดอกนั้นด้วยนิ้วเรียวแข็งแรง หลังจากนั้นเลื่อนริมฝีปากตามลงมา
“อื๊อ...อ๊ะ...” คริสเตียนอุทานเมื่อริมฝีปากขบย้ำดูดดื่มยอดอกสีชมพูระเรื่อที่ชูชันรับสัมผัสนั้น
“คุณ...อืมม์..นี่มันในลิฟท์นะ..คุณอ๊ะ..จะทำอะไร”
คริสเตียนอุทานสลับกับคราง แต่แมกซ์ทำเหมือนไม่ได้ยินดันร่างบางให้พิงผนังลิฟท์ มือใหญ่รูดซิปกางเกงของคริสเตียน รูดขากางเกงออกไปข้างหนึ่ง ชายหนุ่มทรุดตัวคุกเข่าและเลื่อนริมฝีปากลงต่ำ
“อ๊ะ..ออ..อึ้ก...” ร่างบางอุทานเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นชื้นของชายหนุ่ม ตวัดไล้มาที่ส่วนสำคัญที่กำลังตื่นตัวด้วยความปรารถนา แล้วดูดกลืนเขาเข้าไป
คริสเตียนครางเข่าอ่อนวูบทันที แมกซ์จึงยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่าเขาไว้ มือของคริสเตียนเลื่อนมาจับที่ศีรษะของแมกซ์ นิ้วเรียวเสยเข้าไปในเรือนผมของชายหนุ่มจิกกำไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากของแมกซ์กำลังครอบครองส่วนสำคัญเขาไว้ ชายหนุ่มตวัดลิ้นไล้เลียอย่างหยอกเย้า มือใหญ่แข็งแรงบีบเคล้นที่บั้นท้ายนุ่ม แล้วใช้ปลายนิ้วสอดแทรกเข้าไปเขี่ยที่ช่องทางด้านหลัง
“อุ๊..อื๊อ...”
คริสเตียนอุทานและเมื่อปลายนิ้วแข็งแรงแทรกเข้าไปได้ ร่างกายรู้สึกถึงความสุขที่พุ่งปราดขึ้นไปจนตาลายสมองหมุนไปหมด ปลายนิ้วชายหนุ่มขยับเข้าออกจังหวะเดียวกับริมฝีปากที่ดูดดื่มแรงขึ้น ร่างบางจิกนิ้วไว้กับศีรษะได้รูป ร่างเกร็งพร้อมกับหวีดร้องเสียงดังสะโพกกระตุกแอ่นเข้าหาริมฝีปากของชายหนุ่ม หลั่งรินน้ำขาวขุ่นเข้าไปในปากนั้น แมกซ์ดูดกลืนจนหมดแล้วถอนริมฝีปากออกก่อนจะแลบลิ้นไล้เลียให้เป็นครั้งสุดท้าย ค่อยๆถอนนิ้วเรียวออกจากช่องทางด้านหลังของคริสเตียน รู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่บีบรัดนิ้วเขาเป็นจังหวะ เขาค่อยๆขยับต้นขาข้างที่พาดอยู่กับไหล่แข็งแรงนั้นลง แต่แล้วร่างบางก็ทรุดลงกับร่างสูงที่ยังคุกเข่าอยู่บนพื้น เนื่องจากเข่าอ่อนจนยืนไม่อยู่
แมกซ์เองก็รู้สึกเกร็งไปหมดด้วยความต้องการที่จะปลดปล่อย ขณะเดียวกันที่ลิฟท์เลื่อนมาถึงชั้นบนสุดที่เป็นห้องชุดส่วนตัว ชายหนุ่มเก็บชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่กระจัดกระจาย แล้วช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้น เมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขกเขาวางร่างบางคว่ำบนโต๊ะ เปิดให้เห็นบั้นท้ายงดงาม ขณะที่คริสเตียนยังหอบหายใจถี่เร็ว แล้วแนบแก้มกับพื้นโต๊ะอย่างหมดแรง
แมกซ์ปลดซิปกางเกงของตนออก รูดกางเกงของคริสเตียนที่ยังพันอยู่กับขาเรียวข้างหนึ่งออกโยนลงพื้น แยกต้นขาเรียวของร่างบางออกขยับไปยืนอย่างมั่นคงระหว่างขาเรียวคู่นั้น ก่อนจะแทรกกายเข้าไปในช่องทางอบอุ่นที่ได้เบิกทางด้วยนิ้วเรียวเมื่อครู่
“อื๊อ..อืมม์” คริสเตียนอุทานเมื่อรู้สึกถึงความตึงแน่นทันที มือยึดขอบโต๊ะไว้มั่น ในขณะที่แมกซ์ขยับสะโพกเข้าออกเป็นจังหวะ ในห้องมีแต่เสียงหอบหายใจหนักๆของทั้งคู่ และเสียงผิวเนื้อกระทบกัน
“อือ..อือ..อูวว์....อืออ ......” คริสเตียนครางไม่เป็นจังหวะ แล้วแต่การขยับสะโพกบุกรุกแต่ละครั้งของชายหนุ่ม ระดับของโต๊ะที่สูงพอดีทำให้แมกซ์ยืนได้อย่างมั่นคง การสอดแทรกจึงเป็นไปอย่างหนักหน่วงเต็มอารมณ์หวาม ความแข็งแกร่งร้อนผ่าวเข้าไปได้ลึกสุด และเสียดสีกับผนังบางๆ ของคริสเตียนได้อย่างถนัดถนี่ ขณะที่ผ้าเนื้อหนาของกางเกงชายหนุ่มที่ปลดลงมาแค่สะโพกก็เสียดสีกับต้นขาด้านใน และบั้นท้ายนุ่มของร่างบางยิ่งทำให้ความเสียวซ่านทวีสูงขึ้น
“อา คริสต์ รับผม รับผมให้มากกว่านี้” แมกซ์ครางมือรวบเอวบางไว้แน่นเมื่อความสุขทวีขึ้น เขาถอนสะโพกออกมาจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไป สะโพกเกร็งแน่นฉีดพุ่งความปรารถนาออกมามากมาย จนล้นเอ่อมาตามต้นขาเรียวหยดลงพื้นพรม ขณะที่ร่างบางก็กระตุกเกร็งหลั่งรินออกมาพร้อมๆกัน
“อืมม์...คริสต์...”
“อ๊ะ อ๊าา.......” ทั้งคู่อุทานออกมาพร้อมๆ กันก่อนจะทรุดฮวบลง

c c c c c c

แมกซ์มองเสี้ยวหน้าแดงก่ำของร่างบางที่นั่งก้มหน้าอยู่กับโต๊ะอาหาร แล้วก็อมยิ้มเมื่อนึกถึงมรสุมในห้องรับแขกเมื่อครู่ที่ผ่านมา ความจริงชายหนุ่มก็ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดไปอย่างนี้ แต่เขาก็อดไม่ได้สักที ก็ร่างบางตรงหน้ามีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างน่ารักออกขนาดนั้น
คริสเตียนเงยหน้ามองมองเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แต่พอสบตาเขาก็หน้าแดงอีกรอบ พึมพำขอตัวมือสั่นระริกรวบช้อนอย่างรวดเร็วก่อนลุกขึ้น ทำให้มองไม่เห็นสายตาของแมกซ์ที่มองตามมาอย่างอ่อนโยน
แต่ก่อนอื่นเขาต้องบอกอเล็กซิส เรื่องที่เขาเปลี่ยนใจจะไปที่กรีนเบย์เองอย่างกะทันหันก่อน แมกซ์คิดพลางหมุนโทรศัพท์ไปที่บ้าน

“ฮัลโหล”
“อเล็กซ์ นี่ฉันนะ” แมกซ์พูดทันทีที่รู้ว่าเป็นอเล็กซิส
“แมกซ์ นายเองหรือไม่กลับบ้านหลายวันแล้วนะ ฉันกับเจดอุตส่าห์กลับมาจากกรีนเฮาส์ก่อนเวลาทั้งที” อเล็กซ์ถามพี่ชายกลับทันที
“ตอนนี้ฉันพักอยู่ที่เซียร์ทาวเวอร์ ไม่ดีหรือไงนายกับเจดจะมีเวลาส่วนตัวอีกหน่อย” แมกซ์พูดพร้อมกับหัวเราะหึ หึ
“แต่มาร์คัสบอกว่านายให้พวกบอดี้การ์ดกลับหมดเลย ทำไมล่ะแมกซ์”
“ไม่มีอะไร ฉันดูแลตัวเองได้ แถมที่เซียร์นี่นายเซ็ตระบบรักษาความปลอดภัยเอง ไม่แน่ใจฝีมือตัวเองหรือไง”
“ถึงยังไงมันก็เป็นแค่เครื่องคอมพิวเตอร์นะแมกซ์ มันต้องใช้คนดูแล”
“เอาเถอะ ตอนนี้ให้พวกเขาอยู่ห่างๆ ฉันหน่อย อย่าพึ่งคุยเรื่องนี้เลย ฉันมีเรื่องจะถามหน่อย” แมกซ์เอนร่างพิงพนักเก้าอี้ ยกท่อนขายาวขึ้นวางพาดบนโต๊ะขณะพูด
“มีอะไรหรือแมกซ์”
“เรื่องที่กรีนเบย์นายจะไปเองใช่มั้ย” แมกซ์เข้าเรื่องทันทีถึงบริษัทที่กรีนเบย์ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทสาขาทั้งหมดของบริษัทเดเวอโร ที่อเล็กซิสน้องชายของเขารับผิดชอบอยู่
“อืมม์ แต่คงไม่มีอะไรยุ่งมากนักหรอก ฝ่ายวิจัยที่นั่นรายงานมาเรื่องผลของการบำบัดของเสียที่อาจกระทบกับสิ่งแวดล้อม ยังไม่มีปัญหาหรอกแต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ที่นั่นมีแหล่งน้ำมากไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด ถ้ามันมีปัญหาจริงจะให้สร้างโรงงานบำบัดของเสียใหม่ซะเลย ฉันอาจจะไปสักสองสามวันนะ”
“ไม่ นายไม่ต้องไป เดี๋ยวฉันจะไปแทนเอง ฝากนายดูแลเรื่องสำนักงานใหญ่หน่อยแล้วกัน”
“อะไรนะ แมกซ์” อเล็กซิสอุทานอย่างแปลกใจ
“พอดีฉันอยากไปพักผ่อนนิดหน่อยด้วย จะไปสักอาทิตย์ บอกมาร์คัสเตรียมเครื่องบิน กับบ้านพักให้ด้วยให้ด้วย ฉันจะเดินทางพรุ่งนี้นะ”

อเล็กซิสวางหูลงอย่างงงๆ แมกซ์เป็นอะไรทั้งที่ร้อยวันพันปีทำแต่งาน คราวนี้บอกจะไปพักผ่อน แต่เสียงก็ดูปกติดีนี่นาอเล็กซิสคิดแล้วส่ายหัว ก่อนจะหันไปยิ้มรับร่างบางของเจดที่เดินเข้ามาในห้องทำงานขนาดใหญ่ภายในบ้าน ชายหนุ่มรวบเอวเล็กนั่นดึงลงมานั่งบนตัก เจดยิ้มโอบแขนไปรอบคอแข็งแรงนั้นเผยอปากรับจุมพิตที่แนบลงมาอย่างดูดดื่ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกเมื่อเห็นอเล็กซิสคิดจะเลยเถิด ร่างบางจับมือแข็งแรงที่เริ่มขยับซุกซนไว้ทันที
“อเล็กซ์ นี่ห้องทำงานนะครับ” เจดพึมพำประท้วง อเล็กซิสหัวเราะ
“ทำยังกับไม่เคยทำที่นี่งั้นแหละ” เขาล้อเลียน ทำให้มือบางทุบมาที่อกกว้างนั่นทันที ชายหนุ่มจึงช้อนร่างบางขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เจดประท้วงลั่น
“อเล็กซ์ จะทำอะไรครับ” แล้วก็หน้าแดงเมื่อชายหนุ่มพึมพำตอบเสียงทุ้ม
“พาไปที่ห้องนอนไงล่ะ”
“มีอะไรกับแมกซ์หรือครับ อเล็กซ์” เจดพึมพำถามอย่างอ่อนแรง หลังจากผ่านมรสุมไปลูกใหญ่ ร่างบางเปลือยเปล่าเกยอยู่กับอกกว้างของอเล็กซิส ร่างสูงก้มลงมองแล้วยิ้ม พลิกร่างบางลงกับเตียงอีกครั้ง
“ไม่หรอก เพียงแต่ผมคิดว่าแมกซ์กำลังมีอะไรแปลกๆไป” ชายหนุ่มตอบ ก่อนจะเม้มริมฝีปากลงไปที่ต้นคอระหงแล้ว ไล่ลงมาที่หน้าอก มือใหญ่เลื่อนต่ำลงไปที่หน้าขา
“อึ้ก....ทำไมล่ะ......ครับ” เจดสะดุดลมหายใจอีกครั้ง
“เพราะเขาคิดอยากจะไปพักผ่อนนะซิ อาจจะมีใครสักคนทำให้เขาเปลี่ยนไปก็ได้” อเล็กซิสรำพึงต่อ ขณะก้มหน้าต่ำลงไปปลายลิ้นและริมฝีปากทิ้งรอยเป็นระยะ
“อ๊ะ....คุณคิดว่า..แมกซ์..กำลังมีความรัก...หรือ” เจดครางแยกต้นขาเรียวงามออก มือดึงร่างสูงขึ้นมา อเล็กซิสยิ้มมองเจด ยกสะโพกบางขึ้นก่อนจะสอดแทรกความแข็งแกร่งร้อนผ่าวเข้ามา
“ฮึก...อ๊ะ....อเล็กซ์..”
“อืมม์..ใช่...” สะโพกแข็งแรงขยับเป็นจังหวะ ขณะที่ร่างบางลืมไปแล้วว่ากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่ เจดกัดริมฝีปากแน่น มือจิกอยู่ที่ผ้าปูที่นอนสะโพกบอบบางขยับรับเป็นจังหวะ เกร็งกล้ามเนื้อบีบรัดชายหนุ่มไว้ ภายในห้องมีแต่เสียงครางแผ่วทุ้มของอเล็กซ์กับเสียงนุ่มๆของเจด เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนทั้งคู่ยอมแพ้กับความสุขสมที่พุ่งขึ้น ร่างบอบบางและร่างสูงเกร็งสั่นระริกก่อนจะฟุบกายลงบนเตียงอีกครั้ง

เจดปรือตามองร่างสูงที่นอนอยู่ด้านข้างอย่างง่วงๆ ร่างบางขมวดคิ้ว เลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรจริงๆ ขึ้นกับแมกซ์
“อเล็กซ์......” ร่างสูงขยับคว้าตัวเขาไปกอด พาดแขนหนักไปรอบเอวแต่ยังไม่ยอมลืมตา เจดยิ้มมองท่าทางง่วงงุนนั้นแล้วก็ยอมแพ้ ขยับซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นถอนใจเบาๆ ก่อนจะพริ้มตาลง

c c c c c c

แมกซ์มองไปที่เด็กหนุ่มอย่างเป็นห่วง อาจเป็นเพราะพวกเขาเดินทางด้วยเครื่องบินเล็กส่วนตัว เลยทำให้คริสเตียนรู้สึกไม่ค่อยดีนักตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว พอลงจากเครื่องนั่งรถมาถึงที่พักก็ทำท่าหมดแรง แต่เขานัดประชุมและตรวจงานทันทีที่มาถึง งานจะได้เสร็จเร็วเพื่อเขาจะได้มีเวลาส่วนตัวเพิ่มอีกนิด ร่างสูงจึงตัดสินใจส่งคริสเตียนที่ที่พักก่อน
“พักก่อนนะคริสต์ ผมกับโทมัสจะไปดูงานที่บริษัท เดี๋ยวก็กลับ” คริสเตียนรับคำในลำคอเบาๆ ขณะที่แมกซ์มาส่งที่บ้านพักหลังใหญ่งดงามริมหาดส่วนตัว มองเห็นทะเลสีฟ้าครามได้จากระเบียงหน้าบ้าน การก่อสร้างและตกแต่งทำได้อย่างลงตัวมีส่วนชานกว้างยื่นเข้าไปที่หาดทรายสีขาวสะอาดพร้อมกับบันไดที่ทอดลงไปยังชายหาด
คริสเตียนก้าวเข้าไปในบ้านพักที่กรีนเบย์อย่างอ่อนเพลีย เขาไม่เคยนั่งเครื่องบินเล็กเดินทางมาก่อนทำให้ออกจะรู้สึกเมาๆ เครื่องบินอยู่ เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ตัวใหญ่ก่อนที่จะพริ้มตาลงด้วยความรู้สึกเวียนหัว
ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับมาจึงพบคริสเตียนนอนพับหลับไปบนเก้าอี้ยาวนั่นเอง ชายหนุ่มอมยิ้ม ส่ายศีรษะเล็กน้อย เขาช้อนร่างเด็กหนุ่มขึ้นเดินเข้าห้องนอน เมื่อวางร่างบางบนเตียงแมกซ์ค่อยเสยผมที่ปรกหน้าออกให้อย่างอ่อนโยนก้มลงจุมพิตที่หน้าผากบางเบา
คริสเตียนลืมตาทันทีหลังจากที่ชายหนุ่มลับกายไป ร่างบางขยับตัวลุกขึ้นคิ้วเรียวขมวดแน่น คริสเตียนก็ไม่เข้าใจบุคลิกของแมกซ์เลย บางครั้งก็อ่อนโยนกับเขาจนทำให้ลืมไปเลยว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเริ่มมาจากอะไร
คริสเตียนสะบัดศีรษะไล่ความคิดสับสนก่อนจะคว้าเสื้อคลุมเดินเข้าห้องน้ำ ระหว่างที่ยืนใต้สายน้ำที่โปรยปรายลงมาจนคริสเตียนรู้สึกสดชื่นขึ้น ร่างบางเอื้อมมือไปปิดน้ำ สะบัดศีรษะที่เปียกน้ำแล้วก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทัก
“ดีขึ้นแล้วหรือ ถึงมาอาบน้ำได้น่ะ” ร่างบางหันขวับมาที่ประตูห้องน้ำแล้วก็ยืนอึ้งอย่างทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้สายตาคมกวาดตามองดูร่างเปลือยที่มีหยดน้ำเกาะพราว คริสเตียนหน้าแดงรีบเอื้อมมือไปที่ผ้าขนหนู แต่ถูกมือใหญ่ชิงดึงไปเสียก่อนแล้วคลี่ผ้ารออย่างล้อๆ เหมือนคนรับใช้ที่คอยปรนนิบัติให้เจ้านาย ร่างบางข่มความอายขณะเดินไปหาร่างสูงช้าๆ แมกซ์พันผ้ารอบร่างบางซับน้ำให้ก่อนจะอุ้มร่างบางออกมาข้างนอก มือใหญ่เช็ดศีรษะให้อย่างอ่อนโยนจนผมเริ่มแห้งสนิท แล้วค่อยคลี่ผ้าที่พันร่างบางออกปล่อยให้ร่วงลงบนพื้น

ร่างเปลือยงดงามยืนก้มหน้า ผิวกายเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเรื่อด้วยความอาย คริสเตียนไม่รู้จะทำอย่างไร เขาสามารถต่อต้านหรืออดทนต่อการกระทำที่รุนแรงหรือเฉยชาของแมกซ์ได้ แต่กับความอ่อนโยนนุ่มนวลเช่นนี้กลับทำให้ไม่สามารถแข็งขืนได้ เด็กหนุ่มกำลังรู้สึกหวั่นไหวกับสายตาของแมกซ์ ร่างกายเริ่มเคยชินกับความต้องการและตอนนี้ก็กำลังปรารถนาสัมผัสของชายหนุ่ม
แมกซ์ยืนมอง กวาดสายตัวไปทั่วร่างบางแล้วรู้สึกถึงความปรารถนาที่คุกรุ่นขึ้น สูดลมหายใจลึกขณะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของตนเองออก ไม่ช้าร่างเปลือยแข็งแรง ก็ยืนอยู่ตรงหน้าคริสเตียน เขาเชยคางร่างบางขึ้นแนบจุมพิตลงไปอย่างนุ่มนวล ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิด ร่างนุ่มละมุนเสียดสีกับร่างแข็งแรงจนทำให้อารมณ์ของทั้งคู่รุ่มร้อนขึ้น คริสเตียนครางเบาๆ ร่างกายของเขาเริ่มคุ้นเคยและตอบสนองกับความต้องการของแมกซ์อย่างง่ายดาย และยอมรับว่าทุกครั้งตนเองมีความสุขสมไปไม่น้อยกว่าชายหนุ่มเลย
แมกซ์ช้อนร่างบางขึ้นวางลงบนเตียงแล้วแนบตัวลงมา ครางอย่างพอใจเมื่อร่างบางแยกต้นขาออกรับเขาสู่ความอบอุ่นระหว่างเรียวขานั้นอย่างยินยอมพร้อมใจเป็นครั้งแรก แขนเรียวงามเอื้อมมาโอบรอบคอเขาพร้อมกับถอนหายใจยาวเผยอริมฝีปากรอ
แมกซ์รู้สึกเหมือนตนเองกำลังได้รับรางวัลอันล้ำค่า ชายหนุ่มครางออกมาเมื่อเห็นแววตาสีม่วงทอประกายลึกซึ้งคู่นั้น ก้มลงทาบริมฝีปากตนเองไปที่ริมฝีปากบาง ลิ้นเล็กๆ จูบตอบพัวพันอยู่กับลิ้นของเขา
ชายหนุ่มช้อนสะโพกบางขึ้น ค่อยๆขยับเข้าไปอย่างนุ่มนวล ร่างบางสูดลมหายใจลึกเมื่อส่วนสำคัญค่อยผ่านเข้ามา ต้นขาแยกออกจนกว้างเมื่อรู้สึกถึงความใหญ่โตนั้น เมื่อความแข็งแกร่งเข้าไปจนสุดความยาวฝังลึกในช่องทางคับแคบนุ่มละมุนนั้น คริสเตียนครางออกมาแผ่วเบาขยับสะโพกเกร็งกล้ามเนื้อเล็กน้อยทำให้แมกซ์ครางออกมา
“คริสต์ ..เรียกชื่อผมสิ..” ชายหนุ่มกระซิบอ่อนโยน ร่างบางเงยหน้าขึ้นแววตางดงามลังเลจนทำให้ชายหนุ่มวาบลึก
“อา..คริสต์” เขาค่อยถอนความแข็งแกร่งออกแล้วสอดเข้าไปอีกครั้งอย่างช้าๆ ทำให้ร่างบางถึงกับบิดตัวด้วยความทรมานที่แฝงด้วยความสุข ชายหนุ่มขยับตัวด้วยลีลาอ่อนหวานเชื่องช้าเร้าอารมณ์แล้วค่อยเร่งจังหวะเมื่อความรุ่มร้อนทวีขึ้น คริสยกขาเรียวพันรอบเอวชายหนุ่มต้นขาด้านในเสียดสีกับสะโพกแข็งแรง
“อือ...อา..” ร่างบางคราง เสียงนุ่มนวลแผ่วเบาที่หลุดรอดออกมาทำให้แมกซ์อ่อนโยนต่อไปไม่ไหว เขาช้อนไหล่บางดึงขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง น้ำหนักของร่างบางที่กดลงทำให้ส่วนที่แข็งแกร่งของชายหนุ่มหายเข้าไปในร่างบางจนหมด ร่างกายแนบสนิทจนไม่มีที่ว่าง มือแข็งแรงเริ่มขยับเอวบางขึ้นลง ร่างบางทวีความสุขสมยิ่งขึ้นเมื่อส่วนสำคัญของตนเสียดสีกับหน้าท้องของชายหนุ่ม
“อุ๊....อูวว์” ไม่ช้าร่างบางก็จับจังหวะได้และเป็นฝ่ายขยับขึ้นลง เร่งจังหวะขึ้น สะโพกบางพลิ้วไหว หมุนวนบดเบียดกับหน้าตักของชายหนุ่ม จนในที่สุดก็ทิ้งตัวลงมาเป็นครั้งสุดท้าย บั้นท้ายนุ่มแนบกับหน้าขาของเขาแน่นสนิท คริสเตียนหลั่งความปรารถนาออกมาอย่างรุนแรง
“แมกซ์...” คริสเตียนหลุดปากอุทานเรียกชื่อชายหนุ่มออกมาเป็นครั้งแรก แมกซ์ครางหนักๆ อารมณ์ทะยานขึ้นสูงทันทีเพียงได้ยินเสียงหวานเรียกชื่อเขา พร้อมกับกล้ามเนื้อนุ่มนวลที่บีบรัดนั้นทำให้แมกซ์ทนความเสียวซ่านไม่ไหว ร่างแข็งแรงกระตุกเกร็งแอ่นสะโพกรับร่างบางนั้น และหลั่งรินความสุขสมออกมามากมายเช่นกัน
“อา..คริสต์”
เขาโอบประคองร่างที่ฟุบกับอกเขาไว้แน่น แล้วค่อยยกเอวบางขึ้นจากส่วนสำคัญของเขา ร่างสูงเอนตัวลงนอนพร้อมกับดึงร่างบางให้นอนทับบนตัวเขา รับรู้ถึงน้ำหนักและความอบอุ่นที่คุ้นเคย แมกซ์หายใจลึก คริสเตียนเรียกชื่อเขา ตอบรับเขาอย่างเต็มใจผิดกับทุกครั้ง การร่วมรักคราวนี้ช่างอ่อนหวานจนแมกซ์รู้สึกเต็มตื้นในอารมณ์ ชายหนุ่มหลับพร้อมกับรอยยิ้มที่ค้างคาที่ริมฝีปาก

c c c c c c

คริสเตียนมองออกไปทางหน้าต่างบานกว้าง ขอบฟ้ายามเช้าไกลออกไปจนถึงส่วนที่บรรจบกับทะเลสีฟ้าคราม ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อได้กลิ่นทะเลจางๆ เขาทรงตัวลุกขึ้นมองไปยังร่างสูงที่หลับสนิทอยู่ ผ้าห่มพันรุ่ยร่ายอยู่ที่ต้นขาแข็งแรง คริสเตียนมองร่างเปลือยนั้นแล้วก็หน้าแดงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
เป็นเพราะความอ่อนโยนของชายหนุ่มทำให้ร่างบางลดกำแพงของตนลงไปแล้ว หลังจากเมื่อคืนนี้หวังว่ามันคงจะไม่ทำให้เขาเสียใจทีหลัง
เมื่อมองหาเสื้อคลุมตัวเองไม่เจอ คริสเตียนจึงหยิบเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มที่ถอดทิ้งลงพื้นอย่างไม่สนใจตั้งแต่เมื่อคืนนี้ขึ้นมาสวม มือเล็กจับคอเสื้อมาแตะดมที่จมูกเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่อวลอยู่รอบตัว จนรู้สึกเหมือนถูกกอดด้วยอ้อมแขนแข็งแรงนั้น
ร่างบางหัวเราะเบาๆ เมื่อต้องพับแขนขึ้นมาอีกหลายทบ แถมพอลุกขึ้นแล้วชายเสื้อก็ยังยาวจนคลุมต้นขาได้พอดี คริสเตียนเดินออกไปนอกห้อง เขาสำรวจตู้เย็นในห้องแพนทรีเล็กๆ ก่อนจะทำอาหารเช้าง่ายๆ ทิ้งไว้ มองดูทิวทัศน์งดงามชั่วครู่ แล้วก็หันกลับไปค้นกระเป๋าดึงสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา เขาไม่ได้เขียนรูปมาตั้งพักใหญ่แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอามันไปไหนมาไหนด้วยเสมอ

แมกซ์ยิ้มเมื่อมองดูคริสเตียน ร่างบางนั่งชันเข่าบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ สวมเสื้อเชิ้ตของเขาชายเสื้อร่นลงมาอยู่ที่ต้นขาขาวเนียน มือเล็กจับสมุดสเก็ตช์ภาพวางไว้ที่หน้าตัก ก้มหน้าจ้องรูปในมือขณะที่ตวัดดินสอลากไปบนกระดาษอย่างชำนาญ สลับกับเงยหน้ามองออกไปข้างนอก เขาเดินด้วยฝีเท้าเงียบกริบเข้าไปชะโงกหน้าดู แล้วก็ต้องทึ่งเมื่อเห็นรูปวาดที่งดงามนั้น
ร่างบางเงยหน้าขึ้นเมื่อมีเงาทาบทับลงมา ร่างสูงก้มลงจุมพิตหน้าผาก แล้วไล้มาที่แก้ม ขบใบหูเล็กเบาๆ ทำให้คริสเตียนจักกะจี้ เอียงศีรษะหนี
“ฮื้อ” ร่างบางอุทาน แล้วผลักอกกว้างไว้ วางสมุดสเก็ตช์ภาพลง
“ไปอาบน้ำก่อนซิครับ ต้องไปทำงานไม่ใช่เหรอครับ”
“ไปอาบด้วยกัน” ชายหนุ่มชวนมือเอื้อมไปรูดคอเสื้อกว้างนั้นลงมาที่ไหล่ขาวนวลแนบฝีปากลงอีกครั้งพร้อมกับแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แต่ร่างบางขยับมือรวบคอเสื้ออย่างรู้ทัน
“ไม่ ผมจะอาบทีหลังคุณต้องรีบไปนะ เดี๋ยวช้าไม่รู้ด้วย”
“ถ้าช้าก็เพราะคุณน่ะแหละ แต่งตัวยั่วกันนี่นา” ชายหนุ่มหัวเราะแต่ก็ยอมเดินไปอาบน้ำโดยดี ปล่อยให้ร่างบางมองตามอย่างโมโหเล็กน้อย
เพราะเมื่อคืนนี้หรือที่ทำให้ชายหนุ่มดูช่างยั่ว และผ่อนคลายมากกว่าเดิม จนทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก

c c c c c c

“คริสต์! คริสต์! อยู่ไหน” แมกซ์เรียกหาร่างบาง เขาขมวดคิ้วเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบ ชายหนุ่มโยนเสื้อและกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้ นึกโมโหเขาอุตส่าห์เร่งงานให้เสร็จโดยเร็วแล้วรีบกลับ แต่คริสต์กลับไปไหนเสียแล้ว เขาเดินลงไปที่หาดแล้วก็ถอนใจโล่งอกเมื่อเห็นร่างบางกำลังวิ่งเล่นกับฟองคลื่นอยู่
เสียงหัวเราะใสๆ ร่าเริงดังแว่วมา ทำให้ชายหนุ่มยิ้มอย่างเอ็นดู เมื่อคริสเตียนหันมาเห็นร่างสูงที่เดินลงมาก็โบกมืออย่างร่าเริง แมกซ์เดินเข้าไปหาเห็นร่างบางเปียกโชกไปกว่าครึ่งแล้ว ชายหนุ่มตาเป็นประกายพราวเมื่อเห็นเสื้อยืดบางๆ และกางเกงขาสั้นที่แนบชิดผิวกายเพราะความเปียกจนมองเห็นผิวเนื้อนวลละออตา ร่างบางหน้าแดงเมื่อเห็นสายตานั้น
“มองอะไรน่ะ”
“คิดว่ามองอะไรอยู่ล่ะ” แมกซ์ตอบยั่วๆ คริสเตียนหน้าบึ้งแล้วก็ยิ้มออกมาได้เมื่อสบตาล้อเลียนนั้น
“เล่นน้ำกันนะครับ” แมกซ์ก้มหน้าลงดูตัวเองที่ยังแต่งตัวเต็มยศ รวมถึงรองเท้าหนังราคาแพงลิ่วนั้นแล้วทำสีหน้าพิลึกก่อนส่ายหน้า ทำให้คริสเตียนหัวเราะขบขัน ลากแขนชายหนุ่ม แต่ร่างสูงขืนตัวไว้
“ทำไมล่ะครับ กลัวน้ำ หรือว่ายน้ำไม่เป็น” ร่างบางได้ทีทำเสียงยั่วบ้าง
แมกซ์ทำเสียงฮึ่มอยู่ในลำคอ สะบัดรองเท้าออกก่อนคว้าร่างบางไว้ช้อนอุ้มอย่างรวดเร็วเดินลุยลงไปในทะเล
“อ๊ะ แมกซ์..ปล่อยน้า” แล้วคริสเตียนอุทานพร้อมกับสำลักกระอักกระไอทันทีที่ร่างสูงปล่อยเขาลงโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างบางโผล่พ้นน้ำแล้วรีบคว้าต้นคอแข็งแรงไว้ทันที เพราะระดับน้ำที่ลึกเพียงอกชายหนุ่มแต่สำหรับเขามันลึกจนต้องเขย่งเท้าไว้ทีเดียว
คริสเตียนแสบจมูกไปหมดพยายามลืมตาแสบพร่าขึ้น เงยหน้ามองเห็นแววตาหัวเราะของแมกซ์แล้วก็โมโห อ้าปากจะต่อว่าแต่แล้วเสียงก็ขาดหายไปในลำคอเมื่อแมกซ์แนบเรียวปากลงมา คริสเตียนรู้สึกถึงความเค็มของน้ำทะเลขณะที่ลิ้นชายหนุ่มซอกซอนไปทั่ว
“อืมม์...” ร่างบางครางแผ่วๆ ขณะจูบตอบอย่างอ่อนหวาน มือกระชับที่ต้นคอแข็งแรงขณะที่มือชายหนุ่มช้อนสะโพกบางขึ้น ต้นขาเรียวพันรอบเอวชายหนุ่มตามสัญชาติญาณ ร่างกายเสียดสีกันจนรู้สึกถึงความตื่นตัวของอีกฝ่าย แมกซ์ค่อยๆถอนริมฝีปากออกขณะที่คริสเตียนซบหน้าลงกับไหล่ของชายหนุ่ม
“พระช่วย แมกซ์” ร่างบางอุทานเสียงแผ่วขณะที่แมกซ์หัวเราะ หึ หึ ก่อนจะเดินกลับเข้ามาที่ชายหาด คริสเตียนรูดตัวลงวางเท้าบนพื้นทรายพยายามดันตัวออกแต่แมกซ์เหนี่ยวเอวไว้
“ไงล่ะ อยากเล่นน้ำต่ออีกมั้ย ความจริงผมก็ไม่เคยลองในน้ำทะเลนะ อยากเล่นต่อเหมือนกัน ” แมกซ์ยั่วต่อ ทำให้คริสเตียนเหลือบมองอย่างเขินอาย
“คน..คนพิลึก หน้าไม่อาย” คริสเตียนฉวยโอกาสผลักร่างสูงออก ขณะที่ชายหนุ่มมัวแต่หัวเราะเลยไม่ทันตั้งตัวเซถลากลับลงไปในน้ำทะเลใหม่ พอตั้งตัวได้มองไปก็เห็นร่างบางวิ่งกลับไปที่บ้านพักแล้ว แมกซ์ส่ายศีรษะขณะก้าวยาวๆตามไป

c c c c c c

“อยู่นิ่งๆสิครับ” คริสเตียนเตือนชายหนุ่มอีกครั้งเมื่อเห็นเขาขยับตัว มือวางสมุดลงแล้วเดินมาจัดท่าให้ชายหนุ่มใหม่ ก่อนจะขมวดคิ้วใส่เขาเป็นเชิงดุแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางหงุดหงิดนั้น พอเป็นเรื่องเขียนรูปล่ะก็ คริสเตียนจะเอาจริงเอาจังมาก เมื่อเขาเปรยกับเด็กหนุ่มว่าอยากได้รูป คริสเตียนทำสีหน้าไม่แน่ใจก่อนจะรับคำอย่างลังเล
คริสเตียนไม่แน่ใจนักว่าแมกซ์พูดจริงหรือเปล่าเรื่องรูป ปกติเขาไม่ค่อยเขียนรูปพอร์เทรทนัก เพราะรูปเขียนจะไม่เหมือนรูปถ่าย ตรงที่จะถ่ายทอดอะไรได้ลึกซึ้งมากกว่า บ่งบอกถึงความรู้สึกได้ชัดเจน ทำให้บางครั้งรูปก็แสดงถึงอะไรบางอย่างที่ทั้งคนเขียนและเจ้าของรูปต่างก็ไม่อยากจะเปิดเผยให้คนอื่นทราบ คริสเตียนจึงไม่ค่อยอยากเขียนรูปคนนัก แต่เมื่อแมกซ์ยืนยันเด็กหนุ่มจึงเริ่มลงมือสเก็ตช์ภาพร่างก่อน ‘แมกซ์อาจจะแค่อยากแสดงให้เห็นว่าเขาก็สนใจงานของอีกฝ่ายก็ได้’ ร่างบางคิด

พวกเขามาอยู่ที่กรีนเบย์อาทิตย์หนึ่งแล้วและต้องอยู่ต่ออีกหลายวัน เพราะแมกซ์บอกว่าต้องอยู่ตรวจเอกสารสำคัญบางอย่าง ที่คริสเตียนเห็นหอบมากองใหญ่วางไว้บนโต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่เห็นสนใจทำสักที โทมัสเองก็กลับไปตั้งแต่สองวันแรกแล้ว คริสเตียนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงกลับไปทำที่สำนักงานใหญ่ไม่ได้
แต่ภายหลังจากที่ถามแล้วชายหนุ่มบอกปัดไป คริสเตียนจึงไม่ได้ถามอะไรอีกอีก

แมกซ์มองใบหน้างดงามที่ก้มหน้าอยู่กับสมุดสเก็ตช์ภาพด้วยสายตาอ่อนโยน ช่วงที่อาทิตย์ที่ผ่านมาดูเด็กหนุ่มค่อยผ่อนคลายและดูสดชื่นขึ้น ตาของแมกซ์เป็นประกายพราวเมื่อนึกถึงเรื่องบนเตียงร่างบางก็ดูโอนอ่อนและเต็มอกเต็มใจมากขึ้น เมื่อชายหนุ่มนึกถึงร่างอบอุ่นที่แนบชิดเข้ามายามค่ำคืนแล้วก็ต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์
ความจริงแล้วงานของแมกซ์เพียงแค่สองวันก็เสร็จ แล้วตอนนี้ก็ครบกำหนดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่บอกกับอเล็กซิสไว้แล้ว แต่ชายหนุ่มก็โทรไปบอกว่าจะอยู่ต่ออีกสองสามวัน เขารู้ว่าตอนนี้ทำตัวผิดปกติวิสัยไปมาก อเล็กซิสคงสงสัยและอยากรู้มากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่
เขาฟังน้ำเสียงน้องชายออก

c c c c c c

คริสเตียนนั่งเอนๆ อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มบนผ้าปูผืนใหญ่ริมหาดทราย เขาแหงนหน้าดูท้องฟ้าที่มืดสนิททำให้เห็นแสงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าบ้านพักเท่านั้น เขาห่อตัวนิดๆ เมื่อรู้สึกว่าอากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อย แมกซ์จึงดึงผ้ามาคลุมร่างบางนั้นแล้วเอนลงนอนบนผ้า แล้วพลิกตัวนอนตะแคงมองร่างบางตรงหน้า
คริสเตียนมองท้องฟ้า แล้วยื่นมือขึ้นไป
“ฟ้าสวยมากเลยนะครับ ดาวก็ดูต่ำจนแทบจะคว้าได้” เด็กหนุ่มพึมพำด้วยสายตาของศิลปิน แมกซ์มองสบตางดงามที่เป็นประกายพราวตรงหน้า แล้วแตะมือไปที่เปลือกตาบางใสก่อนจะพึมพำว่า
“ดาวคู่นี้สวยกว่า”
“คุณโกหก” ร่างบางยิ้มเล็กน้อย ชายหนุ่มปฏิเสธอย่างหนักแน่น แล้วจึงพูด
“ถ้าคุณชอบ เราอยู่ต่ออีกสักพักก็ได้นะ”
“แต่งานคุณเสร็จแล้วไม่ใช่หรือครับ แล้วก็นี่ก็ตั้งสองอาทิตย์แล้วด้วย ผมเป็นห่วงพ่อวันนี้ตอนที่โทรคุยกัน ท่านก็ถามว่าเมื่อไหร่งานจะเสร็จ” คริสเตียนแย้ง ก่อนจะพูดต่ออย่างเอาใจ
“แล้วผมก็อยากเขียนรูปคุณให้เสร็จด้วย อยู่ที่นี่ไม่มีอุปกรณ์พอ”
“แต่ผมยังไม่อยากกลับนี่” ชายหนุ่มทำหน้าเฉย รู้ตัวว่าตนเองผลัดวันประกันพรุ่งและเลื่อนวันกลับออกไปเรื่อย เด็กหนุ่มจึงแนบตัวเข้ามา
“นะ! แมกซ์ กลับเถอะ นะครับ” คริสเตียนขอร้อง แมกซ์ยิ้มออกมาได้ ตาทอประกายเจ้าเล่ห์
“เอาใจผม แล้วทำให้ผมพอใจก่อนสิ คริสต์” ร่างสูงออกคำสั่ง คริสเตียนสบตาอย่างไม่เข้าใจชั่วครู่ แล้วก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า อึกอัก
“หมาย..หมายความว่า...”
“ใช่” แมกซ์ทิ้งตัวลงนอน เอามือประสานกันไว้ที่ท้ายทอย
“แต่นี่มันที่ชายหาดนะครับ” คริสเตียนอุทาน
“หาดส่วนตัว แล้วมืดออกอย่างนี้จะมีใครเห็น แต่ถ้าคุณไม่อยากทำก็ได้ ตามใจคุณนะ อยู่ต่ออีกสักหน่อยก็ดี” แมกซ์พูดเสียงเบา ก่อนจะนอนเงียบแอบหรี่ตาดูเด็กหนุ่มที่เงียบไปชั่วครู่ ร่างบางมองไปรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจ มือบางเลื่อนไปที่กระดุมเสื้อของแมกซ์
คริสเตียนค่อยๆไล้มือไปตามแผ่นอกกว้าง ก่อนจะโน้มศีรษะลงพรมจูบไปตามลำคอแข็งแรง แล้วเลื่อนมาที่หน้าอกปลายลิ้นสัมผัสที่ยอดอก ขณะที่มือเล็กกำลังวุ่นวายอยู่กับซิปกางเกงของแมกซ์ ชายหนุ่มถอนหายใจเมื่อมือบางช่วยคลายพันธนาการ จนความเป็นชายของเขาเป็นอิสระ คริสเตียนหน้าแดงเรื่อเมื่อสบตาร่างสูง ก่อนค่อยๆ ก้มหน้าลงขณะที่มือประคองความแข็งแกร่งเอาไว้ใช้ปลายลิ้นตวัดไล้เลียที่ปลายยอด แล้วริมฝีปากบางก็ดูดกลืนชายหนุ่มเอาไว้
แมกซ์สูดลมหายใจเฮือก ยกศีรษะขึ้นมองส่วนสำคัญของเขาที่หายเข้าไปในริมฝีปากแดงระเรื่อของคริสเตียน ภาพที่เห็นทำให้ยิ่งทำให้อารมณ์ปรารถนารุนแรงขึ้น จนคริสเตียนรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นในปากของตนเอง ปลายนิ้วเรียวขยับไล้แผ่วเบา แมกซ์ครางเสียงหนักทิ้งศีรษะลง กำหมัดแน่นขณะที่ริมฝีปากบางนั้นยังคงจู่โจมเขาอย่างไร้ประสบการณ์
มือแข็งแรงของแมกซ์จับศีรษะเล็กดึงขึ้นทันทีที่รู้สึกว่าตนเองกำลังจะทนไม่ไหว เขาสบตาสีม่วงงดงามที่ตอนนี้เป็นประกายด้วยความลึกลับ ปลายลิ้นไล้ริมฝีปากตนเองเหมือนติดใจรสชาติของชายหนุ่ม แมกซ์สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะพูดเสียงพร่า
“ถอดเสื้อผ้าออกสิคริสต์ ผมต้องการอยู่ในตัวคุณ” คริสเตียนรู้สึกถึงอิทธิพลของตนเองเมื่อเห็นแววปรารถนาที่คุโชนในดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้น ร่างบางยกชายเสื้อยืดของตนเองออกทางศีรษะ แล้วมือเล็กก็เกี่ยวกางเกงรูดลงจากเอวบาง ร่างขาวนวลสะท้อนแสงไฟจากหน้าบ้านพักดูงดงามจนแมกซ์ครางออกมาเสียงพร่า
“รับผมไว้ในตัวคุณสิคริสต์ ” คริสเตียนสูดลมหายใจลึกระงับความเขินอาย ร่างบางขยับตัวแยกต้นขาเรียวออกนั่งคร่อมเอวชายหนุ่มไว้ มือจับส่วนสำคัญของชายหนุ่มนำทางมาที่เป้าหมายขณะค่อยกดสะโพกลงรับเอาความแข็งแกร่งเข้าไป คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อรู้สึกถึงความตึงแน่นที่ผ่านเข้ามา ก่อนจะตัดสินใจทรุดตัวลงรับเอาชายหนุ่มเข้าไปจนสุด
“อึ๊.....อืมม์” ร่างบางเงยศีรษะขึ้น อ้าปากเล็กๆหอบหายใจ เมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดเต็มแน่นในกาย แต่ก็รู้สึกถึงความสุขสมที่พุ่งขึ้นจนทนนิ่งต่อไปไม่ไหว มือเรียววางที่อกกว้างไว้ เด็กหนุ่มจึงเริ่มขยับยกสะโพกขึ้นลง ความเสียวซ่านทวีขึ้นจนต้องเร่งจังหวะขึ้น และเร็วขึ้น
“อา...อีก...เร็วอีกสิ คริสต์” แมกซ์กระตุ้น สายตาจับอยู่ที่ร่างบางที่กำลังขยับเขยื้อนเหนือร่างเขา คริสเตียนเต็มไปด้วยความปรารถนาตามสัญชาติญาณ ร่างงดงามช่างเร่าร้อนจนเกือบจะเผาไหม้ชายหนุ่ม แมกซ์ระงับความต้องการที่จะเข้าควบคุมจังหวะปล่อยให้ร่างงดงามแสวงหาการปลดปล่อยด้วยตัวเอง จนในที่สุด
“อึ๊....อ๊าา....” คริสเตียนครางออกมาขณะความสุขระเบิดออกมา เลยพ้นการควบคุม และหลั่งรินความอบอุ่นออกมา กล้ามเนื้อนุ่มนวลกระชับความแข็งแกร่งไว้แน่น บีบรัดเป็นจังหวะทำให้แมกซ์ครางออกมาแอ่นสะโพกขึ้นขณะจับเอวของร่างบางกดแนบสนิท กระตุกและหลั่งรินน้ำสีขาวขุ่นร้อนผ่าวเข้าสู่ตัวคริสต์เช่นกัน
คริสเตียนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ซบร่างลงกับอกกว้าง แมกซ์อ้าแขนโอบร่างบางไว้แนบอก ชายหนุ่มรู้สึกถึงความสุขสงบอย่างประหลาด ร่างสูงมองเลยไปที่ฟ้ากว้างพร้องกับคำนึงว่า จะดีสักแค่ไหนนะถ้าเขาจะได้ครอบครองร่างบางนี้ตลอดไป แมกซ์รู้สึกวูบลึกในอกเมื่อนึกถึงช่วงเวลาไม่กี่วันที่เหลืออยู่ เขาสะบัดศีรษะทันที เมื่อคิดดังนั้นจึงขยับร่างที่อยู่ในอ้อมอกแล้วช้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว คริสเตียนมองชายหนุ่มอย่างงงๆ
“มีอะไรหรือครับ” แมกซ์ไม่ตอบ พาร่างบางเดินกลับบ้าน คริสเตียนจึงไม่ถามอะไรอีก โอบแขนรอบคอแข็งแรงแล้วซุกร่างเปลือยเข้าหาอ้อมอกกว้างอย่างเงียบๆ
แมกซ์ค่อยวางร่างบางบนเตียง เขาถอดเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วก่อนจะแนบกายลงคลุกเคล้าร่างนุ่มละมุน คริสเตียนถอนหายใจลึกก่อนที่อ้าแขนรับร่างของชายหนุ่ม ต้นขางดงามขยับพันรอบเอวแข็งแรง รับการจู่โจมที่สอดแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็ว ขณะที่มือหนักของแมกซ์ลูบไล้สัมผัสไปทั่วร่างบาง
“อุ๊...” คริสเตียนอุทานเมื่อรู้สึกถึงความเต็มแน่นในร่างกายของตน ศีรษะสะบัดผมกระจายยุ่งเหยิง ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น เมื่อชายหนุ่มเคลื่อนไหวรุนแรงและหนักหน่วงขึ้น
หลังจากนั้นภายในห้องเต็มไปด้วยครางสะอื้นเป็นพักๆ ของคริสเตียน ตามจังหวะรักของชายหนุ่ม แมกซ์เองก็หอบหายใจหนักๆ ขณะตักตวงความสุขจากร่างบางครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างทั้งคู่ชื้นไปด้วยเหงื่อและคราบจากการร่วมรักหลายต่อหลายครั้ง กลิ่นหอมจางๆ จากร่างบางผสมกับไอรักที่หลั่งรินไม่รู้กี่รอบ ทำให้กลายเป็นกลิ่นที่เย้ายวนและกระตุ้นเร้าชายหนุ่มยิ่งนัก จังหวะรักดำเนินไปเนิ่นนานจนกระทั่งคริสเตียนทนไม่ไหวครางออกมาเป็นห้วงๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อน
“อา...แมกซ์..อึ๊ก..ผมไม่ไหวแล้ว ถ้าอีกครั้งผมต้อง..ตายแน่ๆ..” คริสเตียนพึมพำ แขนขาอ่อนแรงจนไม่สามารถขยับได้ ปล่อยให้แมกซ์จับร่างพลิกเปลี่ยนท่าไปมา ต้นขาเรียวถูกแยกกว้างเพื่อตอบสนองความต้องการของแมกซ์ ชายหนุ่มโหมกระหน่ำเข้าหาร่างบาง ช่องทางคับแคบถูกเสียดสีจนช้ำระบมไปหมด
“อือ..อืมม์...คริสต์” และแล้วแมกซ์ก็ปลดปล่อยความปรารถนาออกมาอีกรอบเมื่อความสุขพุ่งปราดขึ้นมาจนทนไม่ไหว เขาเบียดหน้าขาแนบสนิทกับสะโพกบางที่ถูกยกสูง ขณะที่ร่างบางก็เกร็งกระตุกเมื่อถึงจุดอีกครั้งอย่างรุนแรง จนทำให้ถึงกับหมดสติไปวูบหนึ่ง แมกซ์ทรุดตัวลงกับร่างบางหัวใจเต้นถี่เร็ว สูดลมหายใจลึกๆ แล้วพลิกตัวนอนหงายกระชับร่างบางไว้แนบกายพร้อมกับหลับตาลง

c c c c c c

กริ๊งงงง.......
แมกซ์ลืมตาอย่างรำคาญ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ พูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ฮัลโหล”
“แมกซ์ นี่อเล็กซ์นะ นายกลับวันนี้แน่ใช่ไหม มาร์คัสบอกมาเมื่อวานนี้เลยจะเช็คให้แน่ใจ จะส่งรถไปรับที่สนามบินนะ”
“อืมม์ กลับวันนี้แหละ ไม่เปลี่ยนแผนอีกหรอก”
“แมกซ์กลับมาแล้วฉันมีเรื่องถามนายเยอะมาก ถ้านายไม่อยากให้ฉันสืบเอาล่ะก็เตรียมเล่ามาเสียดีๆนะ”
“เดี๋ยวเจอกันนะ” แมกซ์หัวเราะก่อนจะตัดบทแล้ววางโทรศัพท์ลง พอหันกลับมาก็พบเด็กหนุ่มลืมตาตื่นแล้วและกำลังมองเขาด้วยสายตาขุ่นๆ
“คุณตั้งใจจะกลับวันนี้อยู่แล้วนี่” คริสเตียนพูดด้วยน้ำเสียงกล่าวหา ขณะที่แมกซ์ทำหน้าเฉย ถามกลับอย่างซื่อๆ
“แล้วไง”
“แล้วไง ก็คุณให้.... ให้ผมทำ..” คริสเตียนอุทาน อ้ำอึ้งแล้วก็หน้าแดง เมื่อนึกถึงความกล้าของตนเมื่อคืนที่ผ่านมา แล้วก็พูดต่อไม่ออกนอกจากจะพึมพำในคอเบาๆ
“คนเจ้าเล่ห์” ร่างบางขยับลุกขึ้นแล้วสะบัดหน้า ก่อนจะลากผ้าคลุมเข้าห้องน้ำไปด้วยท่าทางขัดๆ เพราะกิจกรรมอันหนักหน่วงและรุนแรงตลอดคืน ปล่อยให้ร่างสูงหัวเราะอย่างขำๆ ตามหลัง

TBC